คมชัดลึกออนไลน์ 5 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
เศรษฐกิจ

เจาะอุตสาหกรรมเด่นปี2020 ชี้3ธุรกิจขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

16 มกราคม 2563 - 04:19 น.
สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจ

Shares :
เปิดอ่าน 410 ครั้ง

เจาะอุตสาหกรรมเด่นปี2020 ชี้3ธุรกิจขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย


         สงครามการค้า ค่าเงินบาทแข็ง ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ภัยแล้งและอีกมากมาย ล้วนแล้วเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อจีดีพีของประเทศและเศรษฐกิจไทยโดยภาพรวม ทว่าการแปลงวิกฤติเป็นโอกาสในหลายภาคส่วนอุตสาหกรรมของไทย จึงเป็นเรื่องที่น่าจับตา สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ จัดสัมมนาใหญ่ประจำปี 2563 หัวข้อ“เจาะอุตสาหกรรมเด่นขับเคลื่อนเศรษฐกิจปี 2020” ณ ห้องแกรนด์บอลลูน โรงแรมแกรนด์ ไฮแแอท เอราวัณ ราชประสงค์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 15 ม.ค.เพื่อชี้ทางออกของประเทศเพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าว

   

    จรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่้บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปรเรชั่น จำกัด(มหาชน) หนึี่งในวิทยากรที่ร่วมเสวนามองว่าสงครามการค้าหรือเทรดวอร์ มีผลดีกับประเทศไทยอย่างมาก เพราะเป็นการเคลื่อนย้ายฐานการลงทุนครั้งใหญ่ทั้งของจีนและของโลก โดยเฉพาะประเทศจีนนั้นในช่วง 1- 2 ปีที่ผ่านมามีมูลค่าการส่งมากที่สุดแซงหน้าสหรัฐอเมริกาที่ครองมุลค่าการส่งออกอันดับ1 มาตลอด


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

          "เทรดวอร์ต้องมองสองด้าน ด้านที่ไม่ดีมองว่าการค้ามีผลกระทบไปหมด  แต่ด้านที่ดีอันนี้สำคัญกับประเทศไทยมาก ๆ เราต้องมองให้ดีคือการเคลื่อนย้ายฐานการลงทุนครั้งใหญ่ของจีนและของโลก  เรามองจีนเมื่อ 30 ปีกับปัจจุบันต่างกันมาก แต่ก่อนค่าแรงเขาถูก ช่วงไม่กี่ปีมานี้ประเทศเขาโตเร็วมาก เทคโนโลยีเริ่มล้ำ ค่าแรงก็สูงเขาก็เริ่มเคลื่อนย้ายการลงทุนออกนอกประเทศมากขึ้นเพื่อการกระจายความเสี่ยง ประกอบกับภาครัฐเริ่มเข้ามาควบคุมกฎระเบียบมากขึ้น เทรดวอร์ก็จะเป็นตัวกระตุ้นให้มีการเคลื่อนย้ายเร็วขึ้น"

       จรีพรยอมรับว่าโลจิสติกและธุรกิจอีคอมเมอร์ส ถือเป็นอุตสหากรรมเด่นที่มีการย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทยในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาเห็นได้จากอีคอมเมอร์ซยักษ์ใหญ่อย่างอาลีบาบา ลาซาดาหรือช้อปปี้ได้เข้ามาปักหลักในประเทศไทย เพราะมองว่าไทยมีทำเลที่ตั้งที่เหมาะกับการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมโลจิสติกและธุรกิจอีคอมเมอร์ซในภูมิภาคอาเซียน

        นอกจากนี้การผลิตชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์และอิเลคทรอนิกส์กว่าร้อยละ77 มีการผลิตในภูมิภาคเอเชียและประมาณร้อยละ45 มีฐานการผลิตอยู่ในจีนและฮ่องกง ซึ่งในอนาคตมีความเป็นไปได้สูงก็จะย้ายฐานการผลิตมายังภูมิภาคอาเซียนเช่นกัน ขณะเดียวกันโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี ก็เป็นตัวจักรสำคัญและเป็นจุดขายในการดึงนักลงทุนจากทั่วโลกมาลงทุนในประเทศไทยในขณะนี้

        "การเกิดอีอีซีถือเป็นจุดเปลี่ยนของประเทศไทย จากเดิมนักลงทุนไม่รู้จะไปลงทุนที่ไหนของไทย อีอีซีจึงเป็นจุดที่ดึงนักลงทุนมาไทย  อย่างจีนเวลาเขามา ไม่ได้มาแค่บริษัทเดียว แต่จะมาทั้งมณฑล มาเป็นกลุ่มธุรกิจเลย อย่างกลุ่มอิเลคทรอนิกส์ทั่วโลก 77% อยู่ในเอเชีย และ 45% ผลิตที่จีนและฮ่องกง หรืออย่างภัยแล้งเราแปลงวิกฤติเป็นโอกาส ดึงนักลงทุนมาผลิตน้ำทะเลให้เป็นน้ำจืด ก็เป็นโอกาสของไทยเช่นกัน"ประธานเจ้าหน้าที่้บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปรเรชั่น จำกัด(มหาชน)กล่าว

        ไม่เพียงแค่อุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกและธุรกิจอีคอมเมอร์ซเท่านั้นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจปี 2020 อุตสาหกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปก็มีส่วนสำคัญ ในฐานะประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตอาหารของโลก  โดย วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปชี้ว่าถึงแม้มีผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐอเมริกาและค่าเงินบาทแข็งส่งผลให้การส่งออกในทุกประเทศสินค้าในช่วงมกราคมถึงพฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมาติดลบร้อยละ2และส่งออกติดลบร้อยละ5 แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการเติบโตของธุรกิจอาหารจะลดลง อย่างเช่นการส่งออกอาหารไปยังสหรัฐอเมริกาในปี 2562 ที่ผ่านมาเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ12 ขณะที่ส่งออกไปจีนเติบโตร้อยละ20

        "กาส่งออกอาหารไปยังสหรัฐปีที่แล้วเติบโต12% ส่วนใหญ่เป็นอาหารสำเร็จรูป ขณะที่จีนเติบโต20% จะเป็อาหารไม่แปรรูป อย่างเช่นทุเรียน ซึ่งเป็นผลไม้ที่คนจีนชอบมาก หรือย่างผลไม้สด ผลไม้แช่อิ่ม ผลไม้แช่แข็ง ในปีที่ผ่านมา บางเมืองทะลุเป้าเติบโตเกิน100%" 

       นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปยังมองว่าการแนะนำวิธีการรับประทานผลไม้ที่ถูกต้องเพื่อเพิ่มรสชาติความอร่อยแก่นักท่องเที่ยวจันที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยก็จะเป็นตัวช่วยเพิ่มปริมาณการส่งออกผลไม้ไทยไปยังตลาดจีนได้  โดยเฉพาะทุเรียน ราชาผลไม้ของไทย ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคชาวจีนส่วนใหญ่นิยมบริโภคที่สุกงอมเนื้อเละเป็นปลาร้า แต่หากแนะนำให้บริโภคแบบห่ามหรือกรอบนอกนุ่มในก็จะเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคจีนอีกทางหนึ่งด้วย

       “คนจีนจะชอบทานเนื้อทุเรียนเละ ๆ เป็นปลาร้ามีกลิ่นแรง ทำให้ทุเรียนมาเลย์ขายดี เพราะเป็นทุเรียนสุกจากต้น คนจีนชอบเพระาเขาเคยชินกับทานแบบนี้ ส่วนสุกห่ามแบบของไทยไม่ชอบ ดังนั้นเมื่อคนจีนมาเที่ยวไทยก็ลองแนะนำวิธีทานทุเรียนแบบสุกห่าม ๆ กรอบนอกนุ่มใน เมื่อเขาติดใจกลับไปจีนเขาก้ต้องหาซื้อทานแบบนี้ ประเทศจีนคนเขาเยอะและยังมีอีกหลายเมืองหลายมณฑลที่ผลไม้อย่างทุเรียนจากประเทศไทยยังไปไม่ถึง”วิศิษฐ์กล่าวเชิญชวน

       ขณะเดียวกันสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ประเทศไทยก็ไม่เป็นสองรองใครในดลกใบนี้ มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามในหลากหลายรูปแบบทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่สามารถดึงดูดความสนใจให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเยือน ชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมองอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยว่าเป็นตัวสร้างรายได้ให้กับประเทศโดยที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย เพียงแค่การให้การต้อนรับเป็นเจ้าบ้านที่ดี มีความยิ้มแย้ม

          "อย่างคนญี่ปุ่นเขามีวัฒนธรรมต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยการโค้ง โค้งแล้วโค้งอีก ส่วนคนไทยเราเจอกันก็ยิ้ม ไม่ได้ยิ้มจากปากอย่างเดียวแต่ยิ้มทั้งใบหน้า ยิ้มกับตายิ้มกับใจ นี่คือเสน่ห์ของคนไทยเป็นสิ่งที่ทำให้คนทั่วโลกมาเที่ยวเมืองไทย"

          ชัยรัตน์เผยว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกในปีที่ผ่านมา มีจำนวนถึง 40 ล้านคนและกว่า 10 ล้านคนเป็นนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน สามารถสรา้งรายได้เข้าประเทศประมาณ 2.1 ล้านล้านบาท และมีการคาดการณ์ว่าในอีก 10 ปีข้างหน้าจะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาท่องเที่ยวในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 60 ล้านคน สำคัญที่สุดเราจะบริหารจัดการตรงนี้อย่างไร ทุกวันนี้ในแหล่งท่องเที่ยวบางแห่งแออัดไปด้วยนักท่องเที่ยวทำให้ไม่มีภาพสวย ๆ หรือความงามตามธรรมชาติ เพราะพื้นที่เต้มไปได้วยผู้คน สิ่งที่พวกเราจะต้องดูแลก็คือจะต้องบริหารจัดการตรงนี้ให้ได้ 

        "วันนี้มีหลายประเทศมองไทยเป็นขุนทรัพย์แล้วมาลงทุน จีนเองก็เข้ามาซื้อโรงแรม มาเปิดร้านอาหารเองแล้วไปเช่าวัดเพื่อให้เช่าพระให้นักท่องเที่ยวจีนด้วยกันเอง  เมื่อก่อนยุโรปเป็นนักท่องที่ยวมีคุณภาพมากที่สุด แต่วันนี้หัวหมอไปซื้อโรงแรม สร้างหมู่บ้านแล้วขายให้กับกลุ่มพวกเขากันเอง ทำให้ตัวเลขที่เข้ามาพักในโรงแรมน้อยลง จริง ๆ นักท่องเที่ยวไม่ได้หดหายไปนะครับ ยังเข้ามาเหมือนเดิมเพียงแค่ใช้บริการที่พักโรงแรมน้อยลงเท่านั้นเอง"

 

 

        เขายอมรับว่าทุกวันนี้ประเทศเพื่อนบ้านได้มีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและทุ่มกับการโฆษณาประชาสัมพันธ์มากขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวหันไปท่องเที่ยวในประเทศเหล่านี้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม กัมพูชาหรือสปป.ลาวที่มีการลงทุนสร้างโรงแรมที่พักระดับหรูมากขึ้นเพื่อดึงให้นักท่องเที่ยวไปยังบ้านเขา 

        "เราต้องไม่มองประเทศเพื่อนบ้านว่าคู่แข่งแต่ทำยังไงเอามาเป็นคู่เราให้ได้ เนื่องจากความพร้อมของประเทศเรายังพร้อมกว่าเยอะมาก ไม่ว่าแหล่งท่องที่ยว การต้อนรับที่อบอุ่น อาหารการกินที่แสนอร่อย โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ตอนนี้ชุมชนเรามีเยอะเพียงแต่ว่าทำอย่างไรให้แต่ละชุมชนที่มีศักยภาพทำมาค้าขายให้เป็น ชุมชนวันนี้ทำอย่างไรให้ทำมาหากินได้ ขายทางออนไลน์เป็น ถ้าไปตามเทรนนี้การท่องเที่ยวยังอยู่ได้อีกนาน"ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกล่าวย้ำทิ้งท้าย



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended