royal coronation
22 มกราคม 2563
เศรษฐกิจ

นักวิจัยแนะ 4เทคนิค เลือกเครื่องกรองฝุ่น พีเอ็ม2.5 

15 มกราคม 2563 - 11:50 น.
พีเอ็ม25,เลือกเครื่องกรองฝุ่น
Shares :
เปิดอ่าน 172 ครั้ง

นักวิจัยแนะ 4เทคนิค เลือกเครื่องกรองฝุ่น พีเอ็ม2.5  โดย...  ทีมข่าวรายงานพิเศษ

 

 


          ผ่านช่วงฉลองเทศกาลปีใหม่ไปได้ไม่กี่วัน คนไทยต้องกลับมาเผชิญปัญหาฝุ่นพิษจิ๋ว “พีเอ็ม 2.5” โดยเฉพาะพื้นที่เชียงใหม่เว็บไซต์ AirVisual รายงานดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index : AQI) มีฝุ่นควันสูงเป็นอันดับ 5-8 ของโลกเมื่อช่วงต้นเดือนมกราคม 2563 เนื่องจากเกษตรกรของไทยและประเทศเพื่อนบ้านกำลังเริ่มฤดูกาล “เผาในที่โล่ง” เพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกการเกษตร

 

 

          ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ภาคเหนือเท่านั้น ผู้ที่อาศัยในกรุงเทพฯ ก็ประสบปัญหาสูดดมฝุ่นละอองจิ๋วในอากาศเช่นกัน สำนักงานพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์รายงานตัวเลขยอดผู้ป่วยจากฝุ่นละอองมารักษาตัวในโรงพยาบาลในสังกัดเกือบ 4 หมื่นรายแล้ว

 

 


          ที่น่าสนใจคือ “สมาชิกวุฒิสภา” ได้เรียกร้องขอ “เครื่องฟอกอากาศ” เพื่อมาติดตั้งในห้องประชุม ส.ว. เพราะกลัวว่านอกจากฝุ่นพีเอ็ม 2.5 แล้ว ท่าน ส.ว.ยังสูดดมมี “ฝุ่นผงซีเมนต์” ที่คละคลุ้งลอยมาจากสถานที่ดำเนินการก่อสร้างอาคารรัฐสภาหลังใหม่ จนหลายคนบ่นว่า “กำลังตายผ่อนส่ง” เพราะต้องนั่งประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายปี 2563 กันทั้งวันทั้งคืน ดังนั้นจึงขอร้องให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรช่วยไปจัดหาเครื่องฟอกอากาศมาติดตั้งอย่างเร่งด่วน หรืออาจใช้วิธีการเช่ามาใช้ชั่วคราวก็ได้


          ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาฝุ่นควันพิษในอากาศอย่างต่อเนื่อง โดยมีแนวโน้มว่าจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หลายคนเริ่มอยากหาซื้อ “เครื่องฟอกอากาศ” หรือเครื่องกรองอากาศมาติดตั้งในบ้านเรือน โดยเฉพาะรุ่นที่สามารถกรองฝุ่นจิ๋วหรือฝุ่นขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ซึ่งปัจจุบันมีหลากหลายยี่ห้อกำลังโฆษณาแข่งขันกันขายทั้งในห้างสรรพสินค้า และแหล่งช็อปปิ้งออนไลน์ ด้วยคุณสมบัติและราคาแตกต่างกันไป


          ทีมรายงานพิเศษ “คม ชัด ลึก” สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านฝุ่นควันถึงเทคนิควิธีการเลือกซื้อ “เครื่องฟอกอากาศ” ว่าควรคัดเลือกให้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมอย่างไรบ้าง เพื่อให้ผู้บริโภคนำไปพิจารณาก่อนควักกระเป๋าซื้อ

 



          ผศ.ดร.สุชาติ เกียรติวัฒนเจริญ นักวิจัยด้านฝุ่นหมอกควันในอากาศ คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แนะนำว่า ตอนนี้มีบริษัทผลิตเครื่องกรองฝุ่นละอองที่ใช้ในอาคารบ้านเรือนจำหน่ายเป็นจำนวนมาก มีทั้งยี่ห้อดังที่คนทั่วไปรู้จักและสินค้าจากเมืองจีน ดังนั้น 4 เทคนิคเบื้องต้นในการเลือกซื้อ คือ


          1.ควรวัดขนาดพื้นที่ของห้องที่จะนำเครื่องกรองอากาศไปติดตั้ง ว่ามีขนาดความกว้าง ความยาว และความสูง ประมาณกี่ตารางเมตรและกี่ลูกบาศก์เมตร เพื่อให้สามารถคำนวณขนาดของอุปกรณ์ที่เหมาะสม ไม่แตกต่างจากการวัดขนาดห้องก่อนซื้อแอร์หรือเครื่องปรับอากาศทั่วไป เช่น ขนาดห้องกว้างคูณยาว 20 ตารางเมตร สูง 3 เมตร ก็จะประมาณ 60 ลูกบาศก์เมตร ต้องเลือกซื้อให้เหมาะสมกับค่าความเร็วลม หรือค่า Airflow เพื่อให้ปริมาณของอากาศที่ถูกดูดเข้าไปและปล่อยอากาศออกมาจากเครื่องฟอกอากาศ สามารถทำให้อากาศในห้องสะอาดขึ้นมาได้ภายในไม่เกิน 30 นาที ยิ่งเครื่องฟอกอากาศมีค่า Airflow สูง ก็จะช่วยฟอกอากาศได้เร็วขึ้น

 

 


          2.ควรเลือกซื้อเครื่องที่มีตัววัดและตัวเลขแจ้งบอกระดับ “ค่าฝุ่นละออง” ในอากาศ เช่น พีเอ็ม 2.5 มีค่าเท่าไร และค่าเอคิวไอ หรือค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ซึ่งหลายยี่ห้อมมีระบุเป็น “สี” เพื่อบอกระดับด้วย เช่น สีฟ้า 0-50 คุณภาพดี, สีเขียว 51-100 คุณภาพปานกลาง, สีเหลือง 101-200 มีผลต่อสุขภาพ, สีส้ม 201-300 มีผลกระทบต่อสุขภาพมาก และสีแดง มากกว่า 300 ขึ้นไปเป็นระดับอันตราย หากเป็นไปได้ควรเลือกที่แสดงตัวเลข “ค่าความชื้น” และ “ค่าอุณหภูมิอากาศ” ด้วย


          3.ควรพิจารณา “ระบบการกรองอากาศ” หรือแผ่นฟิลเตอร์กรองอากาศ ว่ามีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง สามารถดักจับฝุ่นที่มีอนุภาคเล็กขนาดใดได้บ้าง เช่น ปกติแผ่นฟิลเตอร์กรองอากาศทั่วไป สามารถดักฝุ่นได้ตั้งแต่ขนาด 1 ไมครอน แต่เครื่องฟอกอากาศบางยี่ห้อจะราคาสูงแต่สามารถดักจับฝุ่นอนุภาคขนาดเล็กกว่า 1 ไมครอน เช่น 0.3 ไมครอน


          “ปกติเครื่องฟอกอากาศจะทำงานโดยใช้พัดลมดูดอากาศเข้ามา เพื่อให้ผ่าน แผ่นกรองอากาศ แล้วดักฝุ่นเก็บไว้ จากนั้นก็ให้พัดลมเป่าเอาอากาศสะอาดออกมาแทน คนทั่วไปซื้อขนาดที่กรองฝุ่น 1 ไมครอน ก็เพียงพอแล้ว เพราะสามารถดักจับฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ได้ แต่ต้องดูจากแผ่นกรองอากาศมีราคาเท่าไร คุณภาพเป็นอย่างไรต้องเปลี่ยนบ่อยหรือไม่ ปกติราคาแผ่นกรองอากาศที่จะซื้อมาเปลี่ยนราคาไม่กี่ร้อยบาทเท่านั้น”


          ดร.สุชาติ อธิบายเทคนิคสุดท้ายที่ 4 ว่า หากใครต้องการเครื่องกรองอากาศที่มีคุณสมบัติพิเศษเพิ่มเติม อาจเลือกซื้อ ระบบพลาสมา หรือระบบไอออน ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดฝุ่นด้วยการใช้เทคโนโลยีการ “ยิงประจุลบ” ออกไปทำให้ฝุ่นละอองในอากาศที่เป็น “ประจุบวก” มีอนุภาคขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น เมื่อฝุ่นมีขนาดใหญ่ขึ้นก็ช่วยให้แผ่นกรองอากาศดักจับได้ดีขึ้นกว่าเดิม

 

 


          “ตอนนี้ราคาเครื่องฟอกอากาศที่มีระบบดีและเหมาะสมสำหรับห้องธรรมดาทั่วไป ก็อยู่ที่ราคาหลายพันบาทแต่ไม่น่าจะเกินหมื่นบาท แต่ถ้าสินค้าของยี่ห้อดังอาจราคาหลายหมื่นบาท มีการเสริมเทคโนโลยีใหม่ๆ เพิ่มเติม ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อได้ตามคุณสมบัติพิเศษที่ต้องการ” ดร.สุชาติ กล่าวทิ้งท้าย


          จาก 4 เทคนิคการเลือกซื้อเครื่องกรองหรือเครืองฟอกอากาศข้างต้นนั้น หากใครอยากเลือกซื้อผ่านร้านค้าออนไลน์ ควรศึกษาคุณสมบัติให้รอบคอบ หรือถามคำถามต่างๆ ให้ชัดเจนไม่ควรซื้อเพียงเพราะราคาถูกไม่กี่ร้อยบาท โดยเฉพาะการคำนวณพื้นที่ว่าสามารถฟอกอากาศบริสุทธิ์อัตราสูงสุดได้กี่ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง


          รวมถึงการเลือกคุณสมบัติและอายุใช้งาน “แผ่นกรองอากาศ” ซึ่งเป็นส่วนสำคัญสุด บางยี่ห้อพัฒนาให้แผ่นกรองสามารถนำมาถอดล้างทำความสะอาดได้ ไม่ต้องเปลี่ยนแผ่นใหม่บ่อยๆ ถือเป็นการช่วยลดขยะ-ลดโลกร้อนได้อีกวิธีหนึ่ง

 

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ