เป็นที่คาดวกันว่าประเทศไทยจะเริ่มใช้เทคโลยี 5 จีในปี 2563 ที่พัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายตั้งแต่ยุค 2G เปลี่ยนผ่านเป็น 3G และ 4G ส่งผลทำให้การสื่อสารด้วยภาพ เสียง และวิดีโอเป็นไปอย่างรวดเร็วมากขึ้น กระทั่งปัจจุบันที่โทรศัพท์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจําวันของผู้คนส่วนใหญ่ในสังคม รวมถึงรองรับการใช้งานในรูปแบบใหม่ๆ เพื่อสนองต่อการพัฒนาสังคมดิจิทัลในยุค 4.0

 เปิดเครือข่าย"เทคโนโลยี5จี"เชื่อมโลกเศรษฐกิจไทย

   

       เทคโนโลยี 5G หรือ 5th Generation คือ ระบบการสื่อสารแบบไร้สายในยุคที่ 5 ที่เชื่อกันว่า มีความทรงพลังที่สุดในโลก เพราะ5G จะเปลี่ยนโลกทั้งใบให้เชื่อมต่อกันในทุกสรรพสิ่ง เป็นเทคโนโลยีที่จะเข้ามาตอบโจทย์ในเรื่องนี้  เพราะเทคโนโลยี 5G มีความเร็วเพิ่มขึ้นกว่าระบบ 4G ถึง 10 เท่า มีความหน่วงลดลง 5 เท่า และสามารถเชื่อมโยงเครือข่ายและสิ่งต่างๆได้มากขึ้นถึง1,000 เท่า ดังนั้นเทคโนโลยี 5G จึงเป็นมากกว่าอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง

        “ความเร็วสูง การหน่วงเวลาต่ำ การเชื่อมต่อที่ปรับปรุงดีขึ้น” เป็นปัจจัยหลักช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคม สามารถจัดหาบริการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่เร็วเป็นพิเศษ รองรับการสตรีมวิดีโอความละเอียดสูง เล่นเกมผ่านระบบคลาวด์ และการนำเสนอคอนเทนท์ แบบอินเทอร์แอคทีฟที่ขับเคลื่อนด้วย Augmented Reality และ Virtual Reality (AR/VR) ให้แก่ผู้บริโภค

 เปิดเครือข่าย"เทคโนโลยี5จี"เชื่อมโลกเศรษฐกิจไทย

             ผลการศึกษาล่าสุดจากบริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการระดับโลก บริษัท เอ.ที. เคียร์เน่ ภายใต้การมอบหมายจากซิสโก้ ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก ชี้ว่า การเปิดตัวบริการ 5 จี ช่วยเพิ่มรายได้ต่อปีของผู้ให้บริการโทรคมนาคมในไทยได้มากถึง 1.1 พันล้านดอลลาร์ (หรือกว่า 34,000 ล้านบาท) ภายในปี 2568 เพราะสามารถรองรับการเชื่อมต่อที่เร็วขึ้น 50 เท่า คุณลักษณะเด่น 3 ข้อที่สำคัญ คือ รับส่งข้อมูลที่รวดเร็ว การหน่วงเวลาต่ำ และการเชื่อมต่อที่ใช้พลังงานต่ำ

             นอกจากนี้ยังช่วยผลักดันการใช้งาน 5จี ที่หลากหลายรูปแบบที่ก้าวล้ำมากขึ้น เช่น สมาร์ทซิตี้, อุตสาหกรรม 4.0, เครือข่ายไอโอที (Internet of Things) ขนาดใหญ่ และอื่นๆ ทั้งหมดนี้ช่วยผู้ให้บริการโทรคมนาคม เพิ่มรายได้ทั้งจากกลุ่มผู้บริโภคและลูกค้าองค์กร

           รายงานผลการศึกษา “5จี ในอาเซียน : จุดประกายการเติบโตในตลาดองค์กรและผู้บริโภค” ชี้ว่า ไทยจะเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่จะเปิดตัวบริการ 5จี เร็วๆ นี้ โดยคาดว่าการเติบโตระยะแรกหลังปรับใช้เทคโนโลยี 5จี จะมาจากลูกค้าระดับสูงที่มีอุปกรณ์รองรับ และฐานลูกค้าจะค่อยๆ ขยายตัวเมื่ออุปกรณ์ที่รองรับมีราคาลดลง จึงคาดว่าสัดส่วนการใช้งาน 5จี จะอยู่ที่ประมาณ 25 ถึง 40% ในประเทศหลักๆ ของภูมิภาคอาเซียนภายในปี 2568 โดยไทย สัดส่วนการใช้งาน 5จี จะมีถึง 33% และคาดว่าจำนวนลูกค้า 5จี ทั้งหมดในภูมิภาคอาเซียนจะเกิน 200 ล้านรายในปี 2568

            นาวีน เมนอน ประธานประจำภูมิภาคอาเซียนของซิสโก้ เปิดเผยว่า นับเป็นช่วงเวลาที่ดีในการเปิดตัวการให้บริการ 5จี สำหรับผู้ให้บริการโทรคมนาคม เพราะปัจจุบันการรับส่งข้อมูลบนระบบเซลลูลาร์เติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้ใช้มีการใช้งานบริการและคอนเทนต์ต่างๆ บนอุปกรณ์ส่วนบุคคลเพิ่มมากขึ้นขณะเดียวกัน องค์กรต่างๆ มองหาหนทางใช้ประโยชน์จากการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สี่ (4IR - Fourth Industrial Revolution) ที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอ, ไอโอที, ระบบการพิมพ์ 3 มิติ, ระบบหุ่นยนต์ขั้นสูง และอุปกรณ์สวมใส่ เพื่อผลักดันการเติบโตของธุรกิจ

           ขณะที่ วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ กรรมการผู้จัดการซิสโก้ประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน ยอมรับว่า ธุรกิจทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคสำคัญ ๆ เช่นภาคการผลิตกำลังมองหาเทคโนโลยี 4IR การเปิดให้บริการ 5จี ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะเร่งการปรับใช้เทคโนโลยี และนำประโยชน์มหาศาลมาสู่องค์กรธุรกิจขนาดใหญ่

 เปิดเครือข่าย"เทคโนโลยี5จี"เชื่อมโลกเศรษฐกิจไทย

วัตสัน ถิรภัทรพงศ์

           ขณะเดียวกันผู้บริโภคยังรอคอยการเปิดตัว 5จี เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้เนื้อหาบนอุปกรณ์ส่วนตัวของพวกเขา แนวโน้มทั้งสองนี้จะมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

           “ผู้ให้บริการโทรคมนาคมกำลังเตรียมพร้อมที่จะเปิดตัวบริการ 5จี โดยมีแนวโน้มจะใช้เงินลงทุนประมาณ 10,000 ล้านดอลลาร์ (300,000 ล้านบาท) เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 5จี ในภูมิภาคอาเซียนภายในปี 2568”บอสใหญ่ซิสโก้กล่าว

     

          ด้าน แมท แกรนไรย์ ผู้อำนวยการทั่วไปของจีเอสเอ็มเอ ย้ำว่า เครือข่าย 5จี กลายเป็นสิ่งที่จำเป็น และหลายภาคส่วนในด้านเอกชนและผู้เข้าลงทุนเครือข่ายเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานกำกับดูแล (เรกูเลเตอร์) ของแต่ละประเทศ และในภูมิภาคจัดตั้งอีโคซิสเต็มส์ ให้มีสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้ออำนวยต่อกัน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการลงทุนในเครือข่ายขั้นสูงเพื่อเพิ่มความสามารถการให้บริการขยายบริการดิจิทัลยุคใหม่ให้กับประชาชนทุกคนในเอเชีย

            ทั้งนี้ จากงบผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือคาดว่า จะลงทุน 5.74 แสนล้านดอลลาร์ในเครือข่ายใหม่ระหว่างปี 2561-2565 และเกือบ 2 ใน 3 หรือราว 3.7 แสนล้านดอลลาร์จะถูกใช้ในเครือข่าย 5จีใหม่ ประเทศจีนเพียงอย่างเดียวคาดว่าจะลงทุน 1.84 แสนล้านดอลลาร์ใน 5จี ภายในปี 2568 

          อย่างไรก็ตามเทคโนโลยี5G (Generation 5) เรียกได้ว่าเป็นการสื่อสารที่ไม่ใช่แค่โทรศัพท์มือถือ แต่ยังรวมถึงอุปกรณ์ทุกชนิดที่เชื่อมอินเทอร์เน็ตได้ (Internet of Things หรือ IoT) สามารถดาวน์โหลดวีดีโอ หนัง หรือแอปฯ ได้เร็วถึง 10,000 Mbps  ใช้เวลาเพียงแค่ 6 วินาทีเท่าานั้นเอง