เปิดใจ ณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล ประธานกรรมการการเคหะแห่งชาติ(กคช.)คนใหม่ ที่ตั้งใจเปลี่ยนภาพลักษณ์การเคหะฯ ให้เป็นแบรนด์ผู้ประกอบการอสังหารริมทรัพย์ชั้นนำ สร้างด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่ยังเน้นกลุ่มประชาชนส่วนใหญ่เป็นหลัก พร้อมบูรณาการหน่วยงานใหม่ และขจัดภาพลักษณ์จากโครงการเอื้ออาทรสู่การเป็นสมาร์ท เฮ้าซิ่ง

เปิดใจประธานกคช.กับ10มาตรการเร่งด่วน"NHA BIG BANG" 

     

           คำยืนยันที่บอสใหญ่“กคช.”แถลงต่อสื่อมวลชนในงานจิบน้ำชาแบบยามบ่ายสไตล์อังกฤษ หลังได้รับการแต่งตั้งตามมตีคณะรัฐมนตรีได้เพียงเดือนเดียว เพื่อเผยแนวคิด พร้อมรับฟังคำแนะนำสะท้อนมุมมองปัญหาจากสื่อ เพื่อร่วมกันพัฒนาการเคหะแห่งชาติ ให้เป็นองค์กรมาตรฐานสูง เป็นที่พึ่งของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ เพื่อให้คำว่า “บ้านราคาถูก บ้านคนจน” จะต้องถูกลบออกองค์กรการเคหะฯโดยสิ้นเชิง

       "ต่อไปการเคหะฯจะต้องไม่ถูกมองว่าเอื้ออาทร เพราะเป็นที่อยู่อาศัยทุกคนจำเป็นต้องมี แต่ต้องเป็นบ้านราคาถูกและดีเพื่อคนส่วนใหญ่ของประเทศ"ณัฐพงศ์เปิดไอเดีย หลังเล่าประวัติความเป็นมาของตัวเองก่อนจะมานั่งในตำแหน่งใหญ่นี้

       และทันทีที่ได้รับการแต่งตั้งตามมติครม.เมื่อวันที่ 1 ต.ค.เขาเรียกประชุมคณะกรรมการฯทันทีเพื่ออนุมัติโครงการที่จำเป็นเร่งด่วนพร้อมแต่งตั้งอนุกรรมการฝ่ายต่าง ๆ เพื่อการเคหะฯเดินต่อไปได้และประชุมอีกครั้งในวันที่ 18 ต.ค.เพื่ออนุมัติเรื่องงบประมาณเข้าสภาประจำปี 2563 ซึ่งผ่านมติครม.ไปเมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยปีนี้ได้มีการอนุมัติไปในวงเงิน 5 พันล้านบาท

เปิดใจประธานกคช.กับ10มาตรการเร่งด่วน"NHA BIG BANG" 

แฟลตดินแดงโฉมใหม่

       การเข้ามาขับเคลื่อนหน่วยที่อยู่อาศัยของชาติอย่างการเคหะฯของเขานั้นได้ตั้งเป้าไว้สูงมาก หวังให้เป็นที่พึ่งของประชาชนคนไทยอย่างแท้จริง เพราะที่อยู่อาศัยเป็น 1 ใน 4 ปัจจัยที่ทุกคนจำเป็นต้องมี  ด้วยการประกาศเป็นนโยบาย"NHA BIG BANG กับ10 มาตรการเร่งด่วนระเบิดพลังจากภายในเพื่อสังคมไทยยั่งยืน" ที่เน้นการพัฒนาควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้างและการบริการชุมชน   

     พร้อมเตรียมเปิดโครงการบ้าน 3 แสนด้วยเทคโนโลยีลดต้นทุนสุดล้ำนำเสนอต่อประชาชนและเดินหน้าแก้ปัญหาการขาดทุนสะสมจากโครงการบ้านเอื้ออาทรด้วยมาตรการขั้นเด็ดขาด

      ณัฐพงศ์เปิดประเด็นด้วยนโยบายเร่งด่วนของกรรมการชุดใหม่ที่ต้องการผลักดันการทำงานของกคช. ภายในแนวคิด“NHA BIG BANG”นั้นประกอบด้วย 10 มาตรการหลักทั้งการลงทุนในอนาคตและล้างปัญหาเดิมที่สะสมมานาน โดยมาตรการดังกล่าวแบ่งออกเป็น 3 หมวดใหญ่ ๆ ได้แก่ การลงทุนเพื่อประชาชน การเข้าชนปัญหาสะสมและการระดมพลังยกมาตรฐานชุมชนเคหะทั่วประเทศ ซึ่งเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ของการเคหะฯที่ทำทุก ๆ 4 ปี

      "นโยบายนี้ไม่ใช่ของใหม่ แต่เอาแผนเก่ามารื้อใหม่ผมขอเน้นนโยบาย 10 มาตการเร่งด่วนหรือ NHA BIG BANG ระเบิดพลังจากภายในเพื่อสังคมไทยยั่งยืน ทำไมต้อง 10 มาตรการ ทำไมเราเลือกมาตรการพวกนี้มาทำก่อน มันมีที่มา เพราะการเคหะฯเป็นองค์กรใหญ่ดูแลคนหมู่มาก ทำให้มีการร้องเรียนเข้าเป็นจำนวนมาก ผมก็หยิบเรื่องร้องเรียนเหล่านี้มาคัดแยกเป็น 3 กลุ่ม จึงนำมาเป็นนโยบายแบ่งเป็น 3 หมวดใหญ่ ๆ"

     เขายอมรับว่าการเคหะฯถ้ามองในแง่การบริหารจัดการองค์กรถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยดูจากผลประกอบการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาการเคหะมีกำไรเพิ่มขึ้นทุกปีและเริ่มแตะที่พันล้านอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยปี 2560 กำไรอยู่ที่ 1,257 ปี 2561 อยู่ที่ 1,800 ล้านบาท และปี 2562 คาดว่าจะมีกำไรแตะที่ 2,000 กว่าล้านบาท 

เปิดใจประธานกคช.กับ10มาตรการเร่งด่วน"NHA BIG BANG" 

     "ถ้าดูจากกำไรของการเคหะฯตลอด 3 ปีที่ผ่านมามีกำไรเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ผมมองว่าการเคหะที่ผู้บริหารทำอยู่ไม่ได้มีอะไรผิดพลาด แต่มันมีปัญหาบางอย่างเนื่องจากเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจไม่ใช่องค์กรเอกชน ถ้าเป็นเอกชนคุณได้คะแนนเต็ม 100  อย่างปีที่แล้วการเคหะฯก็จ่ายโบนัสพนักงานไป 2.8 เดือน ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนเลยและเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีกำไรอยู่ในเกรดดี"   

     ประธานกคช.แจงรายละเอียดต่อว่าสำหรับมาตรการ 3 หมวดใหญ่ โดยหมวดแรกการลงทุนเพื่อประชาชนนั้นจะประกอบด้วย 3 มาตรการหลัก ได้แก่ โครงการบ้านราคา 3 แสนจะทำการเปิดโครงการต้นแบบโครงการแรกที่จ.อุดรธานีในปลายปี 2562 นี้เป็นบ้านที่มีความทันสมัย สวยงามจะมีการสร้างด้วยเทคดนดลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยลดต้นทุนในการก่อสร้าง ทำให้ได้มาตรฐานกว่าการก่อสร้างแบบเดิม โดยจับกลุ่มเป้าหมายผู้รายได้น้อยถึงปานกลาง

     มาตรการต่อมาการเร่งรัดโครงการร่วมทุนรัฐและเอกชนหรือพีพีพี(PPP) ซึ่งมีอยู่ 13 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะต้องเข้าพิจารณาในคณะกรรมการระดับชาติบางส่วนและบางส่วนเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเคหะแห่งชาติที่ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ โดยโครงการนี้มีทั้งรูปแบบที่อยู่อาศัยปกติ บ้านพักอาศัยสำหรับผู้เกษียณอายุและโครงการผสมผสานในรูปแบบต่าง ๆ 

     และมาตรการสุดท้ายการจัดทำข้อมูลที่อยู่อาศัยแห่งชาติ ซึ่งจะเป็นการรวมฐานข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำเป็นข้อมูลที่อยู่อาศัยของประเทศ โดยเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นอย่างกระทรวงการคลัง กรมธนารักษ์และกรมที่ดินเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลหลักแก่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของประเทศให้กับรัฐและเอกชนนำไปต่อยอดสร้างธุรกิจเชื่อมโยงกับระบบโลกต่อไป

     ส่วนหมวดที่สอง การเข้าชนปัญหาสะสม ณัฐพงศ์แจงว่าหมวดนี้จะประกอบด้วย 4 มาตรการหลักได้แก่ การจัดการทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้และเสื่อมโทรง(Sunk Cost) เป็นมาตรการเกี่ยวกับโครงการเอื้ออาทรทั้งหมดที่มีการทุจริตอยู่ในขั้นตอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังพิจารณาและโครงการที่มีปัญหาอื่น ๆ ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 4,442 ไร่และได้วางมาตรการแก้ปัญหาไว้ 3 ระดับเรียบร้อยแล้ว รวมไปถึงมาตการทางกฎหมายเพื่อดำเนินคดีกับผู้ทีี่มีส่วนเกี่ยวข้อง

      มาตรการถัดมาคือการเร่งจำหน่ายหน่วยที่อยู่อาศัยคงเหลือประมาณ 14,300 หน่วยผ่านแคมเปญที่หลากหลาย รวมไปถึงการนำเสนอต่อหน่วยราชการอื่นที่ต้องการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้เกษียณอายุราชการและผ่านระบบนายหน้าอสงัหาริมทรัพย์ของเอกชน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญ การเพิ่มมูลค่าพื้นที่จัดสรรประโยชน์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เช่นที่ดินว่างเปล่าจะมีมาตรการจัดประโยชน์ให้เอกชนได้เช่าทำธุรกิจ 

      ไม่ว่าจะเป็นตลาดการเคหะและพื้นที่เชิงพาณิชย์ รวมไปถึงการเร่งปราบปรามการบุกรุกพื้นที่อย่างผิดกฎหมายทั่วประเทศและสุดท้ายการเพิ่มศักยภาพบริษัท จัดการทรัพย์สินและชุมชน จำกัดหรือเซมโก้(CEMCO) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเพียงแห่งเดียวของการเคหะแห่งชาติ โดยทำแผนเร่งด่วนแก้ปัญหาทุนสะสมและหามาตรการขยายธุรกิจโดยใช้ความได้เปรียบของการเคหะฯที่มีหน่วยที่อยู่อาศัยจำนวนมากและเริ่มดำเนินการจัดทำแผนงานปรับโครงสร้างองค์กรและแผนธุรกิจ พร้อมดำเนินการในทันทีปี 2563เพื่อวางแนวทางนำเซมโก้เข้าตลาดหลักทรัพย์ในอีก 3 ปีข้างหน้าด้วย

   

       สำหรับหมวดสุดท้าย คือการระดมพลังยกมาตรฐานชุมชนเคหะ ณัฐพงศ์ย้ำว่าหมวดนี้ประกอบด้วย 3 มาตรการหลักคือ การร่วมกับเอกชนพัฒนาชุมชนตัวอย่างมาตรฐานความเป็นอยู่สูงอย่างน้อย 3 แห่ง ได้แก่ชุมชนแนวราย ชุมชนแนวตั้งและตลาดการเคหะ โดยความร่วมมือจากภาคเอกชนที่ีมีงบประมาณด้านซีเอสอาร์(CSR) พัฒนาชุมชนให้มีมาตรฐานความเป็นอยู่สูงแบบครบวงจรเพื่อเป็นต้นแบบของชุมชนการเคหะรุ่นใหม่ ๆ ในอนาคต ซึ่งขณะนี้มีกิจการขนาดใหญ่สนใจเข้าร่วมพัฒนาจำนวนมาก

       ต่อมาการจัดระบบภายในแก้ปัญหาคุณภาพด้านการก่อสร้างและการบริการนิติบุคคลของการเคหะฯ เขายอมรับว่าขณะนี้ปัญหาคุณภาพการก่อสร้างและการบริหารโครงการบางส่วนเกิดขึ้นจากผู้รับเหมาโครงการและผู้ให้บริการที่มีศักยภาพต่ำ รวมไปถึงปัญหาการควบคุมงานภายในองค์กร จึงได้ทำมาตรการพิเศษแก้ปัญหาทั้งระบบ โดยอาศัยความร่วมมือของพนักงานการเคหะและตัวแทนจากชุมชนจัดตั้ง Task Force ร่วมกันแจ้งปัญหาและมีมาตรการขั้นเด็ดขาดกับผู้สร้างความเสียหายในทุกระดับ

       และมาตรการสุดท้าย NHA Beyond เป็นมาตรการยกระดับการเคหะฯจากภาระหน้าที่หลักในการสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อประชาชนเป็นการเคหะที่มีภาระหน้าที่ในการสร้างชุมชนและสังคมที่มีคุณภาพ มีความเป็นอยู่ที่ได้รับการดูแลที่ดี ประกอบด้วย 3 มาตรการย่อยได้แก่ NHA Care NHA Service และ NHA Responsibility  

         นี่คือนโยบายการขับเคลื่อนการเคหะฯยุคใหม่ ภายใต้การกำกับดูแลของประธานที่ชื่อ"ณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล"