(12ก.พ.) ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ของสหรัฐ ได้แสดงความยินดีต่อการถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติในอิยิปต์ ด้วยการยินยอมลาออกของประธานาธิบดีฮอสนีย์ มูบารัค ที่ครองอำนาจมายาวนานถึง 30 ปี โดยผู้นำสหรัฐ ได้แสดงความเห็นสั้น ๆ ที่ทำเนียบขาวว่า ชาวอิยิปต์ได้พูด และเสียงของพวกเขาก็ถูกรับฟังแล้ว อิยิปต์จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป การผลัดเปลี่ยนอำนาจไม่ใช่การสิ้นสุด แต่เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น ซึ่งยังมีปัญหาสำคัญอีกมากที่ยังคงต้องได้รับการแก้ไข และช่วงเวลาอันยากลำบากกำลังรออยู่เบื้องหน้า

ด้านนายบัน คี-มุน เลขาธิการสหประชาชาติ แถลงที่สำนักงานใหญ่ที่นครนิวยอร์ค เรียกการลาออกของประธานาธิบดีมูบารัคว่าเป็นช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ และเขาเคารพต่อการตัดสินใจอันยากลำบากครั้งนี้ ส่วนนางแคทเธอรีน แอชตัน หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป หรือ อียู ได้ยกย่องเกียรติภูมิของชาวอิยิปต์ และการใช้แนวทางสันติ นับตั้งแต่เริ่มการประท้วงมาตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม และถ้าจำเป็น อียูซึ่งมีความรู้และมีประสบการณ์ในการสร้างประชาธิปไตย ก็พร้อมให้ความช่วยเหลืออิยิปต์ในการสถานปนาระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยในช่วงของการถ่ายโอนอำนาจ หรือหลังจากนั้น

นายกรัฐมนตรี แองเจล่า แมร์เคิล ของเยอรมนี ระบุว่า เป็นวันแห่งความสุขอันยิ่งใหญ่และย้ำว่าเธอมีความสุข ร่วมกับประชาชนหลายล้านคน ที่ออกไปชุมนุมกันท้องถนนในอิยิปต์ซึ่งสามารถมองเห็นพลังแห่งเสรีภาพในดวงตาของคนเหล่านี้ และเธอหวังว่า พวกเขาจะก้าวไปสู่สังคมใหม่ ด้วยความกล้าหาญในแบบที่พวกเขาเคยใช้เมื่อหลายวันก่อน

ส่วนนายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน ของอังกฤษ กล่าวว่า การลาออกของประธานาธิบดีมูบารัคควรเป็นแค่ย่างก้าวแรก ส่วนผู้ที่กุมบังเหียนอิยิปต์ในปัจจุบัน มีหน้าที่ที่จะต้องตอบสนองความหวังของประชาชนชาวอิยิปต์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง จะต้องทำเพื่อประชาชนและต้องปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย อันเป็นส่วนหนึ่งของการส่งผ่านที่สำคัญเพื่อเปิดทางไปสู่ประชาธิปไตยและเสรีภาพของอิยิปต์

ขณะที่อิยิปต์เต็มไปด้วยความรื่นเริง การหลั่งน้ำตาด้วยความปลื้มปิติ ที่ผู้ประท้วงสนับสนุนประชาธิปไตย สามารถทำให้ประธานาธิบดีฮอสนีย์ มูบารัค ลาออก และส่งมอบอำนาจให้กับกองทัพอันเป็นการสิ้นสุดการครองอำนาจอันยาวนานถึง 30 ปี ในประเทศอาหรับที่ใหญ่ที่สุดแห่งนี้รองประธานาธิบดีโอมาร์ สุไลมาน ได้แถลงผ่านทางสถานีโทรทัศน์เมื่อวันศุกร์ว่า ประธานาธิบดีมูบารัค ได้สละตำแหน่งแล้ว และได้ส่งมอบอำนาจให้กับสภาสูงสุดของกองทัพ

 หลังสิ้นสุดถ้อยแถลง ฝูงชนนับล้าน ที่ก่อนหน้านี้ ได้สร้างแรงกดดันด้วยการชุมนุมกันอยู่ที่จตุรัสทาห์รีร์ ในกรุงไคโร ขณะที่บางส่วนเดินขบวนไปปิดล้อมทำเนียบประธานาธิบดี และสถานีโทรทัศน์ของรัฐ ได้พากันโห่ร้องแสดงความยินดี พร้อมกับโบกธงชาติ เช่นเดียวกับผู้ประท้วงกลุ่มอื่น ๆ ที่จัดชุมนุมกันทั่วประเทศ

 ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งสูงสุดในการบริหารประเทศในขณะนี้ คือ จอมพล โมฮัมเหม็ด ฮุสเซน ตันตาวี รัฐมนตรีกลาโหม ซึ่งบรรยากาศบริเวณทำเนียบประธานาธิบดีนั้น ผู้ประท้วงต่างชูมือรูปตัววี อันเป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะ และเข้าสวมกวดทหาร มีการจุดพลุ บีบแตร รถยนต์และยิงปืนขึ้นฟ้า ซึ่งได้ยินไปทั่วทั้งกรุงไคโร ซึ่งมีประชากร 18 ล้านคน

 ฝูงชนส่วนใหญ่ยังคงอยู่ที่จตุรัสทาห์รีร์ ศูนย์กลางการประท้วงต่อต้านประธานาธิบดีมูบารัคที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม เพื่อเฉลิมฉลองต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้ ทหารบางนายที่ประจำการอยู่ที่จตุรัสทาห์รีร์ ได้เข้าร่วมกับฝูงชนที่กำลังเฉลิมฉลอง ส่วนทหารที่เหลือได้ประจำการอยู่ตามจุดต่าง ๆ มีประชาชนหลายคนไปถ่ายรูปกับทหารที่ยืนอยู่ด้านหน้ารถถัง พวกเด็ก ๆ พากันโบกธงและปืนขึ้นไปบนรถ

 ผู้ประท้วงได้ยกเครื่องกีดขวางที่เอาไว้ป้องกันตัวบริเวณจตุรัสทาห์รีร์ ออกไปแล้ว และด่านตรวจต่าง ๆ ที่พวกเขาตั้งเอาไว้ตรวจบัตรประชาชนและค้นกระเป๋า ก็ได้ถูกยกเลิกไปด้วย สถานีโทรทัศน์ที่ปกติจะทำตัวเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาล ได้เริ่มรายงานการเฉลิมฉลองทั่วประเทศ ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของสถานีโทรทัศน์ ที่ในช่วงวันท้าย ๆ ของการประท้วง ก็ยังนำเสนอข่าวการลุกฮือของประชาชนว่าเป็นเพียงการกระทำของคนส่วนน้อย