แม้ว่าสำนักปฏิบัติธรรมสวนสันติธรรม จะส่งทนายและตัวแทนแถลงข่าวไปแล้วเป็นรอบที่สอง แต่ก็ยังไม่สามารถไขข้องสงสัยกรณีของพระปราโมทย์ ปาโมชโช เจ้าสำนักสวนสันติธรรม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งถูกร้องเรียนเพราะเหตุสงสัยว่ายักย้ายถ่ายเทเงินบริจาคซื้อที่ดินสำนักสงฆ์ 100 ล้านบาท เข้าบัญชีนางอรนุช สันตยากร อดีตภรรยาที่บวชชีอยู่ อีกทั้งยังมีข้อร้องเรียนอื่นๆ อีก เช่นอุตริ หรือการประพฤติตัวไม่เหมาะสม หนำซ้ำยังคงมีข้อโต้แย้งจากฝ่ายที่ร้องเรียนเพิ่มขึ้นอีก

 นายเทิดศักดิ์ เตชะกิจขจร ตัวแทนกลุ่มชาวพุทธรักพุทธศาสนา กล่าวว่า ได้รับทราบจากสื่อมวลชนหลังจากที่นายธนเดช เพิ่มพูล ทนายความของสวนสันติธรรมได้ออกมาแถลงข่าวกับสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 25 กันยายน ถึงกรณีที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุว่าจากการตรวจสอบกรณีเงินบริจาค ที่ดิน และพระธรรมวินัยนั้น ไม่พบว่าพระปราโมทย์มีการกระทำผิดใดๆ ตามที่ร้องเรียนจึงไม่จำเป็นต้องดำเนินการอย่างไรต่อไปนั้น ไม่น่าเป็นไปได้ เนื่องจากล่าสุดได้พูดคุยกับ น.ส.ฐิตินาถ ณ พัทลุง ทราบว่า ทางดีเอสไอภาคตะวันออกได้ประสานมาเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมในกรณีดังกล่าวโดยมีการนัดหมายกันในสัปดาห์นี้ แต่ไม่ทราบว่าเป็นวันและเวลาใด

 "ตามหลักการโดยทั่วไป การที่จะมีใครก็ตามไปร้องเรียนกับดีเอสไอ หากเจ้าหน้าที่ของดีเอสไอสามารถรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานได้ครบแล้วสรุปชี้มูลได้แล้วว่า พบหรือไม่พบความผิดที่กล่าวหาไว้แต่แรก ดีเอสไอจะต้องแจ้งมายังผู้ร้องก่อน ซึ่งขณะนี้เรายังไม่เคยได้รับแจ้งอะไรเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งพยานหลักฐานต่างๆ ที่ผู้ร้อง หรือการเรียกเข้าไปสอบพยานต่างๆ ก็ยังไม่เกิดขึ้น ดังนั้นผมเชื่อว่าการออกมาให้ข่าวแบบนั้นเพื่อสร้างความสับสนให้แก่สังคมมากกว่า อย่างไรก็ดี ตอนนี้ต้องรอฟังผลจากดีเอสไอซึ่งจะออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งผมเชื่อว่าอีกไม่นานนี้" นายเทิดศักดิ์กล่าว

 นายวีรณัฐ โรจนประภา ประธานมูลนิธิบ้านอารีย์ เปิดเผยว่า หลังจากที่ทราบข่าวจากหนังสือพิมพ์ก็รู้สึกตกใจเหมือนกันในกรณีที่อาจารย์สุรวัฒน์ เสรีวิวัฒนา ลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิดพระปราโมทย์ออกมาแถลงข่าวถึงกรณีที่มีคณะกรรมการลาออก 6 คน มีหนึ่งในนั้นกลับไปขอขมาพระปราโมทย์ นไม่ได้ติดใจอะไร แต่มีเนื้อหาอยู่ส่วนหนึ่งซึ่งยังคลางแคลงใจ คือเรื่องที่บอกว่าคณะกรรมการที่ลาออกนั้น มีการชักชวนคณะกรรมการที่เหลืออยู่ให้ลาออก ด้วยการโน้มน้าว และมีการข่มขู่ให้ลาออกด้วย   

 "เรื่องการที่กรรมการคนหนึ่ง หลังจากที่ลาออกมาแล้วย้อนกลับเข้าไปขอขมานั้น ผมทราบดีว่าที่เขาทำไปเพราะไม่อยากมีเรื่องราวต่อไปหลังจากที่เกิดความขัดแย้งอยากออกมาอยู่แบบปกติไม่ต้องวุ่นวายกับเรื่องดังกล่าว แต่ข้อที่ผมจะขอโต้แย้งคือ เรื่องที่มาบอกว่ามีการข่มขู่ให้กรรมการที่เหลือลาออก โดยส่วนตัวผมไม่เคยแม้จะพูดชักจูงหรือชักชวนใคร ซึ่งการข่มขู่นั้นไม่สามารถเป็นไปได้เลยแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่เคยได้ยินว่ามีกรรมการคนไหนไปข่มขู่ใครในเรื่องอย่างนี้เช่นกัน แต่ถ้าอาจารย์สุรวัฒน์ มีหลักฐานก็บอกมาแบบระบุรายบุคคลเลย เพราะคณะกรรมการที่ลาออกมาก็มีไม่กี่คน ก็รู้จักกันทั้งนั้น" นายวีรณัฐกล่าว
 
 นายวีรณัฐกล่าวด้วยว่า ทางกลุ่มชาวพุทธรักศาสนา และบ้านอารีย์ จะจัดแถลงข่าวอีกครั้งหนึ่งในวันอังคารที่ 28 กันยายน โดยประเด็นสำคัญที่จะนำเสนอต่อสังคมคือเรื่องบัญชีเงินฝากที่เรายังไม่ได้รับความกระจ่าง โดยครั้งนี้ นายอภิชาติ อัศวเรื่องชัย อดีตประธานกรรมการบริหารสวนสันติธรรม จะเป็นคนที่นำเอกสารทุกอย่างออกมาเปิดเผยเอง โดยเขาเป็นหนึ่งในผู้ที่มีอำนาจเซ็นเบิกจ่ายเงินของสวนสันติธรรมก่อนหน้านี้

 น.ส.ฐิตินาถ ณ พัทลุง นักเขียนชื่อดังและเป็นบุคคลสำคัญในการร้องเรียนพระปราโมทย์ ได้ออกมาตอบคำถามกรณีที่การแถลงข่าวนั้นมีการอ้างถึงเรื่องจดหมายซึ่งเป็นลายมือของพระปราโมทย์ 2 ฉบับที่เขียนถึงเธอโดยเรียกว่าลูกนั้น เนื่องจากสมัยที่อยู่ จ.กาญจนบุรี ทาง น.ส.ฐิตินาถได้ไปขอเป็นลูกบุญธรรมนั้นไม่เป็นความจริง

 "อย่างไรก็ตาม หากอ่านจากจดหมาย 2 ฉบับนั้น จะรู้ได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะในจดหมายทั้ง 2 ฉบับสรุปใจความได้ว่าเมื่ออดีตชาติ ท่านกับดิฉันนั่งฟังธรรมมาด้วยกัน ซึ่งนั่นหมายความว่าดิฉันเป็นลูกของท่านมาแต่อดีตชาติ ซึ่งถ้าพูดถึงอดีตชาติดิฉันคงจำไม่ได้" น.ส.ฐิตินาถกล่าว