นายนิธิ ปิยะพันธุ์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนกรีฑาเยาวชนทีมชาติ สมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงการเตรียมนักกรีฑาเยาวชนเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติว่า หลังจากเตรียมความพร้อมมาอย่างต่อเนื่อง สมาคมจะส่งนักกรีฑาเยาวชน จำนวน 22 คน เดินทางไปแข่งขันกรีฑารอบคัดเลือกโซนเอเชียของยูธโอลิมปิกเกมส์ ที่ประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 22-23 พฤษภาคมนี้ โดยนักกรีฑาที่ผ่านการคัดเลือกจะได้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 1 ที่ประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 14-26 สิงหาคม

 
 รายการนี้จะมีนักกรีฑาเยาวชนจำนวนมากจากประเทศต่างๆ ในเอเชียมาร่วมลุ้นโควตา ดังนั้นสมาคมจึงไม่กล้าคาดหวังหรือตั้งเป้าสูง เพราะเป็นงานหนักในการเตรียมนักกีฬา อีกทั้งไม่ทราบถึงความเคลื่อนไหวของคู่แข่งขัน นอกจากนี้ในแต่ละอีเวนท์ยังให้จำนวนโควตาไม่เท่ากัน ซึ่งแต่ละอีเวนท์ สมาคมส่งนักกรีฑาลงแข่งขันได้เพียงคนเดียว ต่างจากรายการอื่นที่เคยส่งได้ 2 คน ยกเว้นวิ่งผลัดเมดเลย์ ซึ่งวิ่ง 4 คน แต่ละคนจะวิ่งระยะทางต่างกันคือไม้แรก วิ่ง 100 เมตร, ไม้สอง 200 เมตร, ไม้สาม 300 เมตร และไม้สุดท้าย 400 เมตร จะคัดเอา 16 ทีมที่ทำเวลาดีที่สุดไปแข่งขัน
 "เด็กไทยจะลงแข่งขันหลายรายการ รวมถึงวิ่งผลัดเมดเลย์ ซึ่งมีแข่งครั้งแรกในยุวชนชิงแชมป์โลก แต่ในบ้านเรา จัดในรายการชิงแชมป์ประเทศไทย มา 2-3 ปีแล้ว จึงมีเวลาในการเตรียมนักกีฬาทั้งชายและหญิง แม้ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรก และมีคู่แข่งขันที่สำคัญอย่างญี่ปุ่นและไต้หวัน แต่คิดว่ามีโอกาสในการสู้กับทีมอื่นได้ นอกจากนี้ ยังมีลุ้นจากขว้างจักร ทุ่มน้ำหนัก และอีกหลายอีเวนท์ ซึ่งต้องรอดูตอนแข่ง"


 นายนิธิ กล่าวต่อว่า หลังจบรายการนี้แล้ว สมาคมจะส่งนักกรีฑาเยาวชนทีมชาติ ไปแข่งขันกรีฑารายการ ซีจูเนียร์ ซึ่งเป็นการแข่งขันของเยาวชนในรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ที่ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 26-27 พฤษภาคมนี้ โดยมีเป้าหมายอยู่ที่เจ้าเหรียญทอง เพราะตอนนี้  สมาคมมองข้ามไปถึงการแข่งขันระดับเอเชีย และลึกๆ ก็หวังถึงระดับโลกแล้ว ดังนั้นการแข่งขันในระดับอาเซียน มั่นใจว่านักกรีฑาไทยทำได้แน่นอน