วัดป่าเวฬุวันเป็นสถานปฏิบัติธรรมประกอบสมาธิ มีผู้คนเข้ามาปฏิบัติธรรมจำนวนมาก สาเหตุที่ สวป.บ้านไผ่ ก่อเหตุอันชวนสยองเกิดจากความหวาดระแวงว่าฝ่ายหญิงปันใจให้ชายอื่น จนจบปัญหาด้วยเลือดและความตาย

 พ.ต.ท.ณัฐพัชร์ เคยเป็น สวป.สภ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ ต่อมาปี 2551 จึงย้ายมาเป็น สวป.สภ.บ้านไผ่ พ.ต.อ.ดิเรก ยศนันท์ ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.4 บอกว่า เขาเป็นคนเจ้าชู้ มีภรรยาหลายคน ปัจจุบันลงหลักปักฐานอยู่กับกชพรผู้ตาย ซึ่งก็เป็นหนึ่งในภรรยาของเขา ต่อมากชพรจับได้ว่าสารวัตรณัฐพัชร์ไปเป็นกิ๊กกับสาวใหญ่เจ้าของรีสอร์ทแห่งหนึ่งใน อ.บ้านไผ่ จึงมีปากเสียงถึงขั้นทะเลาะตบตีกันเรื่อยมา

 สุดท้ายกชพรตัดสินใจย้ายออกจากบ้านไปอยู่กับญาติคนหนึ่ง แต่ก็ยังอยู่ในพื้นที่ อ.บ้านไผ่ อยู่นั่นเอง กระทั่งระยะหลัง พ.ต.ท.ณัฐพัชร์ ตรวจพบว่าป่วยเป็นโรคหัวใจและเข้ารับการผ่าตัดลิ้นหัวใจที่ รพ.ศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กชพรก็ไม่เคยแวะไปเยี่ยมเยียนหรือดูแลเฝ้าไข้แม้แต่ครั้งเดียว เหมือนคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

 เมื่ออาการดีขึ้น พ.ต.ท.ณัฐพัชร์ กลับมาทำงานได้ตามปกติและยังคงอาศัยอยู่ในบ้านตามลำพัง ต่อมาได้ไปตามง้อขอให้กชพรกลับมาอยู่ด้วย แต่ก็ถูกปฏิเสธอยู่บ่อยครั้งก่อนจะหนีมาปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดป่าเวฬุวัน เมื่อทราบข่าวฝ่ายชายก็ติดตามมาหาหลายครั้งก็ไม่พบ กระทั่งวันเกิดเหตุจึงมารอดักซุ่มเฝ้าดูกชพรเรื่อยมาและได้พบว่าฝ่ายหญิงมาปฏิบัติธรรมอยู่ที่นี่จริง

 แล้วเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อ พ.ต.ท.ณัฐพัชร์ ตรงเข้าไปในอาคารปฏิบัติธรรม ใส่กุญแจมือกชพรกับเขา แล้วกระชากออกจากห้องมาหยุดทะเลาะกันที่หน้าห้องทะเบียนผู้ปฏิบัติธรรม พร้อมกับเสียงตะโกนดังลั่น

 "ใครอย่ามายุ่ง"

 ท่ามกลางสายตาของผู้ปฏิบัติธรรมจำนวนไม่น้อย มีคนได้ยินทั้งสองทะเลาะมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ครั้งหนึ่งฝ่ายชายตะโกนเสียงดังได้ยินไปทั่วว่า "มึงสวมเขาให้กู" ก่อนที่ พ.ต.ท.ณัฐพัชร์ จะชักปืนพกมาจ่อหน้าอกกชพรเหนี่ยวไกยิง 1 นัด แต่ฝ่ายหญิงยังไม่เสียชีวิต พยายามร้องขอความช่วยเหลือ แต่ก็ไม่มีใครกล้าหาญพอจะเข้าไปช่วยยุติความเลวร้ายที่เกิดขึ้นได้

 เสียงร้องของกชพรเร่งให้สารวัตรระห่ำเลือดยิ่งขึ้น เขาลั่นไกออกไปอีก 2 นัด กระสุนตรงเข้าหน้าอกและหน้าท้อง ก่อนจะใช้ปืนจ่อกกหูขวาแล้วเหนี่ยวไกจนร่างผู้หญิงทรุดฮวบลงทันที ส่วน พ.ต.ท.ณัฐพัชร์เองก็ใช้ปืนกระบอกเดียวกันยิงกรอกปากตัวเองสิ้นใจตายตามไปอีกคน

 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรึงอารมณ์คนไปหลากหลายทาง หนึ่งในนั้นคือ "ดำรงค์ วันละ" พ่อบ้านศูนย์ปฏิบัติธรรมวัดป่าเวฬุวัน วัย 29 ปี ที่กำลังทำความสะอาดอยู่หน้าอาคารและพยายามเข้าไปช่วยเหลือ เป็นเหตุให้สารวัตรอารมณ์ร้อนตะคอกใส่ด้วยคำว่า "ใครอย่ามายุ่ง" ?!!

 ก่อนเกิดเหตุขณะที่ดำรงค์กำลังกวาดพื้นอยู่สังเกตเห็นชายคนหนึ่ง แต่งกายคล้ายตำรวจ ด้วยเสื้อเชิ้ตสีครีมทับเสื้อยืดขาวข้างใน กางเกงสีกากี ที่เอวพกอาวุธปืนทำให้เขาเข้าใจว่าน่าจะเป็นตำรวจจริงๆ ขับรถเก๋งเข้ามาจอดที่ลานจอดรถ แล้วลงมาโทรศัพท์มือถือหาใครคนหนึ่งหลายครั้ง ท่าทางหงุดหงิดเหมือนกับปลายทางไม่มีคนรับสายแสดงออกมาอย่างชัดเจน ก่อนจะเดินไปที่ห้องปฏิบัติธรรม

 ดำรงค์ บอกว่า เขาจำได้ว่าก่อนหน้านี้ผู้ชายคนเดียวกันนี้ได้มาหาใครสักคนหนึ่งถึง 2 ครั้ง แต่เมื่อไม่พบก็กลับออกไป กระทั่งมาใหม่ในวันนั้นแล้วตรงเข้าไปกระชากผมกชพรถึงห้องปฏิบัติธรรม

 "ผมเห็นผู้หญิงไม่ยอมออกมา และพยายามจะวิ่งหนี แต่ฝ่ายชายหยิบกุญแจมือมาสวม ผมพยายามจะเข้าไปห้าม แต่ก็ถูกสวนกลับมาว่าอย่ายุ่ง แล้วก็มาเกิดเหตุสลดดังกล่าว" ดำรงค์ เล่า

 เหตุการณ์ในวันนั้นสร้างความตื่นตระหนกแก่ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์มาก ถึงขนาดผู้ที่มาบวชชีพราหมณ์บางคนต้องขอลากลับบ้านไปเลยก็มี ถึงวันนี้ยอดผู้มาปฏิบัติธรรมเองก็ลดน้อยลง คงต้องใช้เวลาอีกสักพักให้ผู้คนลืมเลือนภาพโหดร้าย แล้วคงกลับมาปฏิบัติธรรมดังเดิม

 ชยานนท์  ปราณีต