(19ธ.ค.) นายอำนาจ บัวศิริ ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการประชุมมหาเถรสมาคม ที่ประชุมได้รับทราบมติของคณะสงฆ์วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี ที่มีมติให้ถอดวัดโพธิญาณ เมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย ออกจากการเป็นสาขาของวัดหนองป่าพง ทั้งนี้เนื่องจากคณะสงฆ์วัดโพธิญาณ ซึ่งมีพระวิสุทธิสังวรเถร (พระพรหมวังโส) เป็นเจ้าอาวาส ได้ดำเนินการอุปสมบทให้กับภิกษุณี ซึ่งถือว่าขัดกับระเบียบของคณะสงฆ์ฝ่ายเถรวาท ทางคณะสงฆ์วัดหนองป่าพงจึงมีมติให้ถอดวัดโพธิญาณ ออกจากการเป็นสาขาของวัดหนองป่าพง ดังนั้นจะหมายความว่าวัดดังกล่าวไม่มีต้นสังกัดดูแล และจะส่งผลให้ไม่ได้รับการดูแลจากทางสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ และมหาเถรสมาคมด้วย หรือเรียกได้ว่าจะไม่มีการร่วมสังฆกรรม เพราะถือว่าวัดโพธิญาณไม่เชื่อฟัง ไม่อยู่ในโอวาทของวัดต้นสังกัด อย่างไรก็ตามสถานภาพของวัดจะยังคงอยู่ เพราะได้รับการอนุญาตจากทางประเทศออสเตรเลียแล้ว แต่หลังจากที่มีมติของคณะสงฆ์วัดหนองป่าพงออกไปวัดดังกล่าวก็จะไม่ได้รับการช่วยเหลือจากทางฝั่งไทย

 นายอำนาจ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของพระธรรมทูตจากไทยหากต้องการที่จะไปจำพรรษาที่วัดโพธิญาณ ก็จะไม่ได้รับการอนุญาต ขณะเดียวกันทางสำนักงานพระพุทธศาสนาฯจะมีการแจ้งไปยังสถานสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศออสเตรีเลียให้ทราบด้วย 

 พระธรรมกิตติเมธี โฆษกมหาเถรสมาคม กล่าวว่า เหตุการณ์ในลักษณะนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เจ้าอาวาสวัดเป็นถึงพระราชาคณะชั้นสามัญ ไม่น่าที่จะดำเนินการในเรื่องที่ขัดกับระเบียบของคณะสงฆ์แบบนี้ อีกทั้งวัดโพธิญาณ เป็นสาขาของวัดหนองป่าพง ซึ่งเป็นวัดที่ก่อตั้งโดยหลวงปู่ชา สุภัทโท ซึ่งเป็นพระสงฆ์ที่ได้รับการยอมรับว่าเคร่งครัดในเรื่องการปฏิบัติมากที่สุดรูปหนึ่งของประเทศไทยด้วย แต่กลับมีการกระทำที่ละเมิดระเบียบของคณะสงฆ์เสียเอง การกระทำของพระวิสุทธิสังวรเถร ถือว่าเป็นการละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ เพราะไม่อยู่ในโอวาทของครู อาจารย์ที่เคยตักเตือนมาแล้ว ส่วนจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไปนั้น ต้องรอดูการพิจารณาของทางคณะสงฆ์วัดหนองป่าพงอีกครั้ง แต่เบื้องต้นทางมหาเถรสมาคมก็รับทราบมติของทางวัดหนองป่าพงแล้วว่าได้ถอดวัดโพธิญาณออกจากการเป็นวัดในสังกัดแล้ว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์การอุปสมบทภิกษุณีที่วัดโพธิญาณ ได้มีผู้นำมาเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ www.alittlebuddha.com โดยลงรายละเอียดว่า เกิดขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนต.ค.2552 โดยมีการอุปสมบทให้กับผู้หญิงชาวต่างประเทศ 4 คน โดยมีภิกษุณีอยยา ทถาโลก เป็นพระอุปัชฌาย์ พระวิสุทธิสังวรเถร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระสุชาโต เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดกับระเบียบของคณะสงฆ์ไทยเพราะได้มีพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ พ.ศ. 2471 ห้ามภิกษุสงฆ์ในประเทศไทยทำการอุปสมบทให้แก่สตรี และคำวินิจฉัยของมหาเถรสมาคมในการประชุมครั้งที่ 28/2527 และครั้งที่ 18/2530 ห้ามภิกษุสงฆ์ทำพิธีอุปสมบทให้สตรีเป็นภิกษุณี ระบุไว้อย่างชัดเจนแล้ว