จนถึงปัจจุบัน คุณได้โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมาแล้วกว่า 20 ปี จากวันนั้นถึงวันนี้ คุณได้เรียนรู้หรือมีการพัฒนาในด้านใดบ้าง
 หลิวเต๋อหัว : น่าจะเป็นการควบคุมอารมณ์ สมัยก่อน ถ้าผมไม่พอใจ ผมจะพูดและระเบิดออกมาเลย แต่ปัจจุบันนี้ ผมเริ่มเรียนรู้แล้ว ว่าการที่ไม่รู้จักควบคุมอารมณ์นั้นจะทำให้เกิดผลเสียอย่างไรบ้าง ผมรู้จักปล่อยวางมากขึ้น สมัยก่อนถ้าผมเจอข่าวไม่ดีทางอินเทอร์เน็ต ผมจะตามสืบเสาะให้ได้ ว่าแหล่งที่มาคือที่ไหน ทั้งๆ ที่หาอย่างไรก็ไม่มีวันเจอ  สังคมอินเทอร์เน็ต ผมว่าน่ากลัวกว่าสื่อเยอะ แต่ให้อย่างไร ผมก็รู้สึกว่า ถ้าเรายอมให้สิ่งเหล่านี้เข้ามามีอิทธิพลและทำลายเราได้ นั่นแปลว่าคุณไม่มีคุณสมบัติและศักยภาพที่ดีพอจะยืนในจุดนี้ 

ทำไมคุณจึงรู้สึกอึดอัดและมักจะหลีกเลี่ยงการพูดถึงชีวิตแต่งงานที่เพิ่งตกเป็นข่าวไปอยู่เสมอ
 หลิวเต๋อหัว : แต่ละคนมีมุมมองการใช้ชีวิตที่ต่างกัน มันอธิบายยากถ้าจะให้พูดว่าเพราะเหตุใด  แต่ผมจะพูดถึงมันเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมแน่นอน

จริงหรือไม่ ที่หลายๆ คนคาดเดา ว่าคุณจงใจปกปิด เพราะกลัวแฟนๆ รับไม่ได้ และกลัวแฟนคลับจะหดหาย
 หลิวเต๋อหัว : ใครก็ตามที่คิดเช่นนี้ รู้ไว้เลย ว่ามันคือการดูถูกผม ที่ผมเก็บเรื่องแต่งงานไว้เป็นความลับนั้น ไม่ใช่เพราะเหตุผลเหล่านั้นแน่นอน  แต่มันยังไม่ถึงเวลา ที่ผมจะเปิดเผยสาเหตุ  แฟนคลับที่ชื่นชอบผมมานาน น่าจะรู้ดี ว่าผมมีนิสัยส่วนตัวอย่างไร พวกเขาเข้าใจและเคารพการตัดสินใจของผมเสมอ  ในขณะที่พวกที่คาดเดาต่างๆ นานานั้น เป็นพวกที่อยากรู้เรื่องชาวบ้านเสียมากกว่า ดังนั้น ผมจึงไม่มีความจำเป็นที่จะพูดออกไปในตอนนี้

จากหลายๆ เหตุการณ์ที่ได้เจอะเจอมา  มีผลกระทบต่อมุมมองในการงานอาชีพของคุณบ้างไหม
 หลิวเต๋อหัว : มีครับ แต่ไม่ถึงกับมากมาย  ผมเองยังมีความสนใจและยังหลงใหลในงานแขนงนี้อยู่ 

ในฐานะที่คร่ำหวอดในวงการมา 20 ปี คุณมีอะไรอยากจะแนะนำศิลปินรุ่นใหม่ๆ บ้างไหม
 หลิวเต๋อหัว : โลกทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไป  ผมว่าศิลปินรุ่นเดียวกับผม คงไม่สามารถให้คำแนะนำอะไรกับเด็กรุ่นใหม่ได้  อาจจะจริงที่ผมผ่านประสบการณ์มาแล้วมากมาย แต่ถ้าให้ผมไปเริ่มใหม่ตอนนี้ ผมคงทำไม่ได้เช่นเดียวกัน ศิลปินหน้าใหม่ๆ ทุกวันนี้ต้องเจอความยากลำบากมากกว่าสมัยผมเยอะ อีกอย่าง ผมไม่สามารถสอนใครได้หรอก เพราะผมเองก็ยังพยายามเรียนรู้มันอยู่ทุกวัน

คติสู่ความสำเร็จของคุณคือ พยายาม ตั้งใจ และมุ่งมั่น ใช่ไหม
 หลิวเต๋อหัว : ใช่ครับ  มันคือสิ่งจำเป็นที่ศิลปินทุกคนพึงมี  แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะแสดงถึงความสำเร็จ  บางคนไม่มีก็อาจจะประสบความสำเร็จได้เช่นเดียวกัน

 ชักรู้สึกแล้วใช่ไหม ว่าความคิดของเฮียหลิว ออกจะแปลกแหวกแนวเป็นเอกลักษณ์ ไม่ซ้ำใคร เก๋าๆ อย่างนี้ คงอยู่ในวงการได้อีกเป็นสิบๆ ปี