(26ก.ย.) เวลา 10.30 น. พ.ต.อ.สมบัติ ชูชัยยะ ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.ท.พินิจ อยู่สุภาพ สว.เวร และชุดสายตรวจ เข้าตรวจสอบบริเวณตำหนักพระเจ้าเสือ ภายในวัดตึก ม.1 ต.ท่าวาสุกรี อ.พระนครศรีอยุธยา หลังจากเมื่อเวลา 00.30 น.วันเดียวกันได้รับแจ้งคนร้ายปีนเข้าไปในตำหนักพระเจ้าเสือ แล้วขโมยเอาเงินบริจาคในบาตรไป

 จากการตรวจสอบพบร่องรอยการปีนเข้าทางหน้าต่างซึ่งมีเหล็กดัด โดยทางวัดกั้นไว้นอกหน้าต่างแต่ไม่ได้ปิดหน้าต่างชั้นใน คนร้ายซึ่งน่าจะมีรูปร่างเล็กหรือเป็นเด็กได้อาศัยช่องดังกล่าวมุดเข้าไปภายในตำหนักแล้วยกเอาบาตรที่ตั้งอยู่หน้าพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าเสือ และหน้าสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ออกไป

 สอบสวนพระธีรพล ธีระปัญญโต อายุ 23 ปี ทราบว่า ปกติตนนอนอยู่กับพระยุทธนา จิตตธรรมโม อายุ 31 ปี โดยเข้านอนในตำหนักเวลาประมาณ 23.00 น.ทุกวัน แต่ปรากฎว่าก่อนเกิดเหตุเข้ามาที่ตำหนักช้า เมื่อเปิดประตูตำหนักเข้ามาก็พบว่าบาตรที่ตั้งอยู่หายไป
 
 เป็นจังหวะเดียวกับที่ได้ยินเสียงคล้ายเทเหรียญอยู่ที่ห้องน้ำใกล้ๆกับตำหนัก เมื่อออกไปดูพบเด็กชายอายุ 12-13 ปี กำลังช่วยกันเทเงินจากบาตรใส่ถุง เมื่อเห็นตนจึงพากันทิ้งบาตรวิ่งหนี ตนจึงตะโกนเรียกพระลูกวัดรูปอื่นมาช่วยกันไล่กวดจับ
 
 แต่ปรากฎว่าเด็กทั้งสามคนวิ่งปีนรั้วออกไปอย่างรวดเร็ว โดยทิ้งจักรยานถีบเอาไว้หน้าตำหนัก 2 คัน และ รองเท้าแตะ 3 คู่ นอกจากนั้นในห้องน้ำยังพบโทรศัพท์มือถือตกอยู่ 1 เครื่อง เจ้าหน้าที่จึงเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน

 พ.ต.อ.สมบัติ เปิดเผยว่า ปกติวัดนี้จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ มาตรวจสอบประจำทั้งหลางวันและกลางคืน โดยมีการเซ็นตู้เหลือง แต่เด็กที่ก่อเหตุซึ่งตอนนี้มีข้อมูลแล้วได้อาศัยช่วงที่ตำรวจสายตรวจออกจากวัดไปแล้ว ขี่จักรยานเข้ามาข้างตำหนักซึ่งมืด แล้วปีนเข้าไปทางช่องเหล็กดัด ซึ่งน่าจะมาดูลู่ทางเอาไว้ก่อนแล้ว ตนได้สั่งการให้สายตรวจเพิ่มความเข้มงวดและให้ทางวัดเพิ่มเรื่องแสงสว่างมากกว่านี้

 ด้านพระธีรพล กล่าวว่าเหตุการณ์เด็ก 3 คนเข้ามาโจรกรรมเงินบริจาคในวัดนี้ เกิดขึ้นมาหลายครั้ง แต่ทางวัดไม่ได้แจ้งความ เนื่องจากเห็นว่าเป็นเงินจำนวนไม่มาก แต่ครั้งนี้คิดว่าหลายครั้งแล้ว ก็เป็นเงินจำนวนไม่น้อย แล้วหากปล่อยไว้ก็จะยิ่งได้ใจ เพราะเท่าที่ทราบเด็กที่ก่อเหตุลักษณะนี้ เพื่อที่จะนำเงินไปเล่นเกมส์ตามร้านอินเตอร์เน็ตและนำเงินไปซื้อยาเสพติด และก็ไม่ได้เกิดขึ้นกับวัดตึกเพียงแห่งเดียว จนพระเอือมระอา เชื่อว่า ถ้าไม่จับกุมตอนนี้อนาคตเป็นผู้ใหญ่คงจะเข้ามาโจรกรรมพระพุทธรูปในวัดอย่างแน่นอน พระธีรพลกล่าว

 ทั้งนี้วัดตึกเดิมเป็นพระตำหนักของสมเด็จพระพุทธเจ้าเสีอ เมื่อเสด็จไปประทับ ณ วังจันทร์เกษม(วังหน้า) จึงสถาปนาตำหนักเดิมเป็นพุทธาวาส ประทานนามว่า “วัดตึก” พระตำหนักเดิมเป็นศาลาการเปรียญและมีพระบรมรูปพระเจ้าเสีอประดิษฐานอยู่

 สำหรับวัดตึก เข้าใจว่าพระองค์ทรงพระราชอุทิศเมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศ เป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคลวัดตึกคงเป็นวัดร้าง จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) ได้มีผู้มีจิตรศรัทธาร่วมปฏิสังขรณ์ ได้เล่ากันว่า พระอาจารย์สาลิกา ลิ้นทอง อาจารย์ของสมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังษี) วัดรฆังสิตาราม กรุงเทพมหานคร เดิมจำพรรษาที่วัดศาลาปูนได้มาจำพรรษาที่วัดตึกด้วย