(11ส.ค.)  แหล่งข่าวทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ครั้งนี้พล.อประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ได้อยู่ในห้องประชุมเพียงประมาณ 10 นาที โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ขยับมานั่งเก้าอี้ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ที่อยู่ติดกับพล.อ.ประวิตร แต่ขณะนั้นนายสุเทพ ยังไม่เข้าห้องประชุม โดยนายกฯพูดคุยกับพล.อ.ประวิตร ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ในเวลาสั้นๆคาดว่าจะเป็นการอวยพรวันเกิดพล.อ.ประวิตร และหารือถึงกรณีของพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ก่อนที่พล.อ.ประวิตรจะออกนอกห้องประชุมไป

 แหล่งข่าว เปิดเผยด้วยว่า ตอนหนึ่งของการประชุมนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ได้รายงานต่อที่ประชุมครม.ถึงผลการดำเนินการตั้งโต๊ะล่ารายชื่อประชาชนคัดค้านการถวายฎีกาของกลุ่มเสื้อสีแดงโดยสรุปตัวเลขประชาชนที่ลงชื่อคัดค้านตั้งแต่วันที่ 3 - 10 ส.ค.มีทั้งหมดประมาณ 4.8 ล้านคน แบ่งเป็นภาคเหนือ 4 แสนคน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2.6 ล้านคน ภาคกลาง 1.1 ล้านคน และภาคใต้ 5 แสนคน ส่วนประชาชนที่แจ้งถอนชื่อถวายฎีกามีทั้งสิ้น 7,925 คน พร้อมกันนี้นายชวรัตน์ ยังขอให้กระทรวงต่างๆช่วยกันรณรงค์บอกกับประชาชนทั่วประเทศถึงขั้นตอนและหลักเกณฑ์ที่ถูกต้องในการยื่นถวายฎีกา อย่าปล่อยให้ประชาชนที่ไม่เข้าใจถูกปลุกปั่นให้หลงผิด

นายกฯแจงไม่มีปัญหาหากพัชรวาทลงใต้

 หลังจากนั้นเวลา 13.00 น.นายอภิสิทธิ์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการสั่งให้พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.ลงไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ภาคใต้ว่า ตนไม่ได้สั่งอะไร ที่ให้สัมภาษณ์ไปคือตนได้รับรายงานว่าพล.ต.อ.พัชรวาทจะไปปฏิบัติภารกิจที่ภาคใต้ เวลาตนให้สัมภาษณ์ขอให้ฟังให้รัดกุมและเวลาไปลงให้ตรงตามที่ตนพูดด้วย ตนบอกทราบว่าพล.ต.อ.พัชรวาทจะไปปฏิบัติภารกิจที่ภาคใต้ แต่ตนไม่ได้เป็นคนสั่ง

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้คุยกันในเหตุผลบ้างหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังเลย เข้าใจว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะเป็นคนทำรายงานขึ้นมา

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข้อสังสัยว่า การปฏิบัติราชการในพื้นที่ประเทศไทยทำไมต้องตั้งรักษาการด้วย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นายสุเทพ จะทำรายงานมา ตนยังไม่เห็นเรื่อง แต่ฟังมาเบื้องต้นนายสุเทพบอกมาอย่างนั้น ตนก็มาเล่าให้ฟัง แต่เดี๋ยวนายสุเทพจะทำเป็นเรื่องรายงานมาอย่างเป็นทางการอีกทีหนึ่ง

 เมื่อถามว่า กรณีที่นายสุเทพรายงานขึ้นมานั้น จะยึดตามนั้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องดูเหตุผลก่อน เมื่อถามว่า จะเกิดความขัดแย้งหรือไม่หากมีการตั้งรักษาการผบ.ตร.ขณะที่พล.ต.อ.พัชรวาท ยังปฏิบัติหน้าที่ในประเทศ มันจะเกิดการซ้ำซ้อนหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้สอบถามนายสุเทพ นายสุเทพบอกว่าก็ปฏิบัติกันเป็นการทั่วไป หากไปปฏิบัติ ภารกิจแล้วไม่สามารถปฏิบัติราชการได้

 เมื่อถามว่า ได้มีการคุยกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหมหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มี อวยพรวันเกิดพล.อ.ประวิตรอย่างเดียว

 เมื่อถามว่า การที่พล.ต.อ.พัชรวาท กลับมาก่อนกำหนดเวลาที่ลาราชการไว้และกลับมาปฏิบัติหน้าที่ ผบ.ตร. จะสวนคำพูดในที่นายอภิสิทธิ์เคยพูดไว้ และอาจทำให้สังคมไม่เชื่อถือคำพูดของนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่รู้ว่าไต้ฝุ่นจะเข้าประเทศจีน เรื่องนี้ต้องดูเหตุผล หากกลับไผเปิดเทปดู ตนบอกว่าผบ.ตร.จะกลับมาช่วงวันที่ 11 - 12 ส.ค. เพราะเข้าใจว่างานวันเฉลิมพระชนมพรรษา และเป็นงานที่สำคัญ ผบ.ตร.อยากจะมาร่วมงาน

 ทั้งนี้ ผบ.ตร.รายงานมาว่า หากเดินทางออกจากจีนช้าจะออกไม่ได้ เพราะจะติดไต้ฝุ่น ก็เลยกลับมาก่อน เท่านั้นเอง ไม่เห็นมีอะไร

 เมื่อถามว่า กรณีนี้รัฐบาลนี้ใช้ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินฉบับไหน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตามกฎหมาย เมื่อถามอีกว่า ใช้อำนาจตามกฎหมายฉบับไหน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ใช้ทุกฉบับ รัฐบาลไม่ได้ทำอะไรที่ขัดกับกฎหมาย

 เมื่อถามว่า ต่อไปนายกรัฐมนตรีไปปฏิบัติภารกิจที่ต่างจังหวัด ต้องตั้งรักษาการนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับว่าตนปฏิบัติหน้าที่ได้หรือไม่

 เมื่อถามว่า ปกติข้าราชการหากอยู่ในประเทศ ไม่เห็นต้องมีการตั้งรักษาการ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะรอการรายงานของนายสุเทพ ถึงความจำเป็น เมื่อถามว่า นายสุเทพ กล่าวว่า นายสุเทพให้สัมภาษณ์เมื่อเช้านี้ว่าให้สอบถามนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นายสุเทพต้องบอกอย่างนั้น เพราะต้องมาขออนุมัติจากตน โดยที่นายสุเทพเป็นคนตั้งเรื่องขึ้นมา ถูกต้องแล้ว เป็นไปตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

 เมื่อถามว่า แต่เรื่องนี้ดูเหมือนนายกรัฐมนตรีอุ้มพล.ต.อ.พัชรวาท เพราะในความจริงจะย้ายผบ.ตร.มาช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรีให้เสร็จ แล้วจะแต่งตั้งรักษาการผบ.ตร.ก็คงไม่มีใครว่า แต่เรื่องกลับนี้โยนกันไปกันมา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มีใครโยนอะไร ขณะนี้ทุกอย่างเรียบร้อยดีและช่วงนี้จะเห็นว่าคดีลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯมีความคืบหน้า เมื่อวันที่ 10 ส.ค.ก็ออกหมายจับเพิ่มทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

 เมื่อถามว่า เมื่อไรจะอธิบายให้สังคมที่สงสัยเรื่องนี้ ให้เลิกสอบถามเรื่องนี้เสียที นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับว่าสังคมจะฟังเหตุผลและไปตั้งข้อสังเกตุกันเองหรือเปล่าตนไปห้ามคนคิดไม่ได้ ตนก็บอกตรงไปตรงมาว่า เราทำอะไรและมีคำอธิบายและงานก็เดินในสิ่งที่เราต้องการที่จะให้เกิดขึ้น

 เมื่อถามว่า ที่ผ่านมา พล.ต.อ.พัชรวาท เคยลงปฏิบัติภารกิจในภาคใต้ไม่เห็นต้องแต่งตั้งรักษาการผบ.ตร. นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เข้าใจว่าไม่เคยไปในลักษณะที่นายสุเทพรายงานมาคือ ไปต่อเนื่องยาวหลายวัน ตอนนี้กำลังรอรายงานจากนายสุเทพอยู่ วันที่ 10 ส.ค.นรับฟังแค่รายงานเบื้องต้นเท่านั้น

 เมื่อถามว่า ท่าทีของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม เป็นอย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มี นั่งคุยกันตามปกติ เมื่อถามว่า คิดว่าเรื่องนี้พิลึกกึกกือหรือไม่กับการที่ ผบ.ตร.อยู่ในประเทศ แต่ต้องแต่งตั้งรักษาการผบ.ตร.มาปฏิบัติหน้าที่แทน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะดูเหตุผลว่าปฏิบัติราชการไม่ได้ อะไรอย่างไร ตนก็เล่าให้ฟังนายสุเทพ และนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรีบอกว่า ผบ.ตร.จะไปราชการภาคใต้นานต่อเนื่อง จึงมีความจำเป็นต้องตั้งผู้รักษาราชการผบ.ตร.แทน ตนก็บอกพวกเราอย่างนี้แบบตรงไปตรงมา แต่รายละเอียดตนคงต้องดูอีกครั้ง ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย

 เมื่อถามว่าในหลักการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจประจำปีควรให้ ผบ.ตร.คนใหม่ทำหน้าที่นี้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (กตร.)จะเป็นผู้วินิจฉัย โดยขั้นตอนจะต้องประกาศโครงสร้างใหม่ในราชกิจจานุเบกษา จากนั้นจึงนำระดับนายพลขึ้นทูลเกล้าฯ เมื่อมีการโปรดเกล้าฯจึงจะสามารถออกคำสั่งในระดับที่รองลงมาได้ ขั้นตอนเป็นอย่างนั้นไม่สามารถที่จะปรับเป็นอย่างอื่นได้ ขณะนี้ยังไม่ได้ประกาศเพราะตำรวจต้องการไม่ให้เกิดสูญญากาศขึ้น จึงต้องเตรียมทุกอย่างให้พร้อม และจะขอมาว่าจะสามารถประกาศได้เมื่อไร

 ทั้งนี้ เท่าที่ทราบในการโยกย้ายระดับรองลงมาในการประชุม กตร.ครั้งที่แล้ว พบว่ามีจำนวนมากที่คุณสมบัติยังไม่ตรงตามกฎหมาย จะต้องขอยกเว้นจาก กตร.และเป็นการขอยกเว้นเฉพาะรายด้วย ดังนั้นไม่สมารถที่จะดำเนินการได้โดยไม่ผ่านมติของ กตร.และไม่สามารถที่จะให้ กตร.มีมติแบบคลุมๆว่าให้ยกเว้นคุณสมบัติสำหรับครั้งนี้ทำไม่ได้ตามกฎหมาย ดังนั้นจะมีการประชุมกตร.อีก 1 ครั้ง เพื่อที่จะมีบัญชีของคนที่จะมาขอยกเว้นคุณสมบัติ กรอบเวลานี้จะเกี่ยวพันกัน โดยตนได้ให้ กตร.บริหารจัดการว่าอยากทำอย่างไร

 เมื่อถามว่า ความพร้อมการจัดทำบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายรองรับโครงสร้างใหม่อาจไม่ได้ประกาศทันวันที่ 16 ส.ค.นี้แล้วใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายสุเทพ กำลังจะสรุปอีกครั้งว่าตกลงจะทำเสร็จทันในวันที่ 15 - 16 ส.ค.นี้หรือไม่ เพราะมีประเด็นเรื่องคุณสมบัติ ซึ่งต้องหารือกับ กตร.อีกครั้ง

 เมื่อถามว่า หากโครงสร้างใหม่เสร็จไม่ทันจะโยกย้ายนายตำรวจระดับนายพลและชั้นรองลงมาพร้อมๆกันได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับกรอบเวลาที่ทาง กตร.เห็นว่าเหมาะสมที่จะทำ หากใกล้กันจริงอาจกลายเป็นเรื่องเดียวกันได้ แต่หากมีช่วงที่สะดวกต่อการบริหารจัดการก็ยังสามารถทำสองขยักได้ ทั้งหมด กตร.จะเป็นผู้ตัดสิน

 เมื่อถามว่า ตามหลักการนั้นการประชุม กตร.จะเป็นต้องมี ผบ.ตร.เข้าประชุมด้วยทุกครั้งใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หากไม่สามารถปฏิบัติภารกิจได้ต้องมีผู้รักษาราชการแทน

 เมื่อถามว่าหากมีการโยกย้ายภายในเดือนสิงหาคมนี้ พล.ต.อ.พัชรวาทขึ้นมาจากภาคใต้เพื่อร่วมประชุมได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการบริหารของ สตช. ซึ่งตนได้มอบให้นายสุเทพ ดูแล

 เมื่อถามว่า หากกระบวนการทอดยาวไปถึงจุดที่ ผบ.ตร.ต้องเกษียณอายุราชการ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงไม่ยาวถึงขนาดนั้น อีกตั้งเดือนกว่า

 เมื่อถามว่า การประชุม กตช.จะได้ตัว ผบ.ตร.คนใหม่เลยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องประชุมก่อนสิ้นเดือนและได้ตัว ผบ.ตร. เพราะตามกฎหมายระดั บรองจะต้องทำให้เสร็จก่อนสิ้นเดือนสิงหาคม ตามกฎของ กตร. แต่เรื่องรองยังทำไม่ได้หากระดับ ผบ.ยังไม่จบ ดังนั้น ระดับผบ.ต้องจบก่อน

 “ ผมท้าวความเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะมีการพูดถึงปัญหาอุปสรรค์เรื่องของคดี และผมก็หารือกับผบ.ตร. ท่านก็เป็นคนเสนอทางออกเอง ตอนหลังที่มาวิพากษ์วิจารณ์กันในเรื่องแต่งตั้งไมได้เป็นเรื่องที่มีการพูดคุยกันมก่อนเลย พูดเรื่องที่จะให้คดีเดินหน้าโดย ผบ.ตร.เสนอทางออกมาเอง ” นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า

 เมื่อถามว่า หากมีปัญหาในกองทัพ นายกรัฐมนตรีต้องลงไปดูด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า โดยหลักหากไม่มีปัญหาอะไรก็ไม่มีประเด็น แม้กระทั่งเรื่องโยกย้ายแต่งตั้งตำรวจ ยกเว้นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของตนเองคือเรื่องของ กตช.ตนก็ไม่ไปยุ่งเกี่ยวอะไร ที่ผ่านมาต้องเข้ามาเกี่ยวข้องเพราะมีปัญหาเรื่องการทำคดีและมีการมารายงานอุปสรรคให้ตนทราบ ตนก็ต้องแก้ไขปัญหาเพราะเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ต้องการให้คดีทุกคดีเดินหน้าได้ ขณะนี้ไม่ได้มีแต่คิดนี้ยังมีเรื่องอื่นที่ต้องติดตามอีก 2-3 คดี

 เมื่อถามว่า ตำแหน่ง ผบ.เหล่าทัพ อยู่มานานแล้วจะปรับเปลี่ยนหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้การทำงานกับกองทัพทุกอย่างเรียบร้อยดีไม่มีปัญหาอะไร เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล

 เมื่อถามว่า ผบ.ตร.เป็นอุปสรรคในคดีลอบยิงนายสนธิใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอเรียนว่าตอนที่คุยกันได้บอกปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นความวิตกกังวนของคนที่ทำงาน ซึ่งอาจไม่ใช่ตัว ผบ.ตร.อาจจะเป็นคนแวดล้อมก็ได้ ซึ่งเป็นปัญหา ตนเองบอกว่าเป้าหมายของเราและ ผบ.ตร.ตรงกันต้องการให้ตำรวจแสดงออกว่าเวลาเกิดคดีสำคัญอยู่ในความสนใจ คนไปตั้วข้อสัวเกตห่วงใยไม่สามารถทำคดีได้เพราะติดตางนั้นตรงนี้ เรามาแสดงให้เห็นดีกว่าว่าไม่มีปัญหา เท่านั้นเอง

 เมื่อถามว่า การปฏิบัติที่ออกมาเหมือนกับฝ่ายการเมืองอ่อนไหวไม่หนักแน่น เพราะในความจริงนั้นอำนาจหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ ผบ.ตร.มีสิทธิ์เรียกคดีสำคัญๆมาสอบถามได้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อเสนอที่ทำกันในขณะนี้เป็นข้อเสนอที่ ผบ.ตร.เป็นผู้ตัดสินใจตั้งแต่ต้น ถามว่าตนไปอ่อนไหวตรงการเมืองไหม ที่จริงอยากจะบอกว่าหากตนอ่อนไหวกับการเมืองคงไม่เป็นอย่างนี้หรอก เพราะกองเชียร์ฝ่ายที่จะให้ปลด กองเชียร์ฝ่ายที่ห้ามปลด เสียงดังที่สุด

 เมื่อถามว่าหากนายกรัฐมนตรีทำแบบนั้น ก็ไม่ใช่ผู้นำที่จะบริหารประเทศ หากจะบริหารตามกองเชียร์ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนก็ไม่ได้บริหารตามกองเชียร์ และตนได้ใช้วิธีการในการพูดคุยกับ ผบ.ตร.เพราะผบ.ตร.เป็นผู้เสนอทางออกให้และตนเห็นว่าทางออกที่ผบ.ตร.เสนอมาเป็นทางออกที่เหมาะสมเราก็เดินตามนั้น

 เมื่อถามว่า พล.ต.อ.พัชรวาทต้องลาพักร้อนถึงเกษียณอายุราชการเลยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่หรอก พูดกันชัดเจน การจะลาถึงเกษียณไม่มีหรอก เมื่อถามว่า แค่โยกย้ายจบใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับการโยกย้ายเลย เมื่อถามว่า แล้วเกี่ยวกับอะไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เกี่ยวกับคดี