ผ่านไปอีกปีสำหรับการรวมพลคน Aggie Day คืนสู่เหย้าหรือรวงทองคืนทุ่ง ปี 59 โดยสมาคมศิษย์เก่าคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดขึ้น ณ บริเวณอาคารวชิรานุสรณ์ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ภายในงานนอกจากมีพิธีมอบรางวัลประกาศเกียรติคุณนิสิตเก่าดีเด่นคณะเกษตรประจำปี 2558 แล้วยังมีการเสวนาทางวิชาการในหัวข้อ “วิถีเกษตร วิถีไทย” โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ รศ.สมพร อิศวิลานนท์ นักวิชาการสถาบันคลังสมองของชาติ ดร.เอนก ลิ้มศรีวิไล นักปรับปรุงพันธุ์ปาล์ม และลุงขวัญชัย รักษาพันธ์ ปราชญ์เกษตรเมืองแปดริ้ว มาให้มุมมองการขับเคลื่อนภาคเกษตรไทยตั้งแต่อดีต ปัจจุบันและอนาคต  ผลกระทบจากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนจากนี้ไปจะมีทิศทางเป็นอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนมองคล้ายๆ กันก็คือการสร้างความเป็นเอกลักษณ์ของสินค้าและจะต้องไม่แห่ตามกันปลูกพืช ทั้งที่เป็นความคิดของเกษตรกรเองหรือเป็นนโยบายรัฐบาล จนเกิดปัญหาอย่างที่เป็นอยู่กับยางพาราในเวลานี้
 
                      รศ.สมพร มองตั้งแต่การปฏิวัติเขียวถึงแม้ประเทศไทยจะส่งสินค้าออกเพิ่มขึ้น แต่มีการขยายพื้นที่เพาะปลูกพืชไร่เข้าไปในพื้นที่ป่ามากขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นข้าวโพด มันสำปะหลัง หลังจากมีการค้าเสรีเกิดขึ้นในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ถึงแม้จะมีการรวมกลุ่มเศรษฐกิจโดยมีเป้าหมายเพื่อลดภาษีศุลกากรระหว่างกันภายในกลุ่มที่ทำข้อตกลงให้เหลือน้อยที่สุดหรือเป็น 0%  การได้มาของสินค้าจะต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม การใช้แรงงานที่ไม่เป็นธรรม อย่างกรณี ทางยุโรป สหรัฐอเมริกา กีดกันสินค้าประมงจากประเทศไทย เพราะเขากล่าวหาว่าประเทศไทยไม่ปฏิบัติตามกฎไอยูยู  ไม่เฉพาะประมง พืชเกษตรก็เช่นกัน หากการขยายพื้นที่ปลูกรุกล้ำพื้นที่ป่า การแบนสินค้าจากผู้บริโภคก็จะตามมาด้วย ประเด็นเหล่านี้ประเทศผู้ผลิตสินค้าภาคเกษตรจะต้องคำนึง 
 
                      ขณะที่ลุงขวัญมองว่า เราต้องอยู่อย่างพอเพียงตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ข้าวหนึ่งเมล็ดได้มาไม่ง่าย กว่าจะได้มาชาวบ้านลำบากมาก ผ่านหลายขั้นตอนกว่าจะได้ข้าวมา จึงไม่ควรรับประทานข้าวให้เหลือ ถามว่าชาวนาเจริญขึ้นหรือไม่ในปัจจุบันก็ต้องบอกว่าเจริญขึ้น เจริญมากด้วยเป็นไปตามความเจริญของประเทศ ความเจริญไม่สามารถหยุดนิ่งได้ หม่อมเจ้าสิทธิพรบอกไว้ มีรอยไถเกษตรกรเมื่อไหร่ความเจริญก็เกิดขึ้นเมื่อนั้น 
 
                      ถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยจะต้องหันกลับมามองความจริงให้ทะลุ อย่าหลงอยู่ในโมหภูมิ จงเชื่อในสัจธรรมข้อนี้ เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาสิเป็นของจริงตามที่หม่อมเจ้าสิทธิพรกล่าวไว้ ไม่ว่าประเทศเจริญหรือเกษตรกรจะอยู่ดีกินดีมีความมั่งคั่งมากแค่ไหน สุดท้ายก็อยู่ที่ข้าวปลาอาหาร ไม่ใช่เงินตราแน่นอน ซึ่งสอดคล้องมุมมองของ ศ.ระพี สาคริก ในการกล่าวปาฐกถาช่วงหนึ่งว่าความมั่งคั่งของเกษตรกรไม่ใช่อยู่ที่เงินตรา แต่อยู่ที่ข้าวปลาอาหาร การผลิตอาหารของประเทศไทยจะต้องมีเอกลักษณ์ความเป็นไทย เพราะเป็นสิ่งเดียวเท่านั้นที่จะสู้คู่แข่งได้ เพราะถ้าเป็นอย่างอื่นเขาสามารถพัฒนาทัดเทียมกันได้  
 
                      อย่างไรก็ตามจะเห็นแล้วว่าจากมุมมองแต่ละท่านก็ล้วนยืนยันได้ว่าประเทศไทยทิ้งภาคเกษตรไม่ได้ ภาคการเกษตรจะยังคงอยู่คู่กับคนไทย ประเทศไทยไปอีกนานเท่านาน เพราะมันคือวิถีชีวิตของคนไทยที่มีมาตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันและอนาคตต่อไปด้วย!
 
 
 
 
----------------------
 
(เส้นทางอาชีพ : วิถีเกษตร วิถีไทย : สุรัตน์ อัตตะ [email protected])