25 ธ.ค.58 พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) แถลงผลงานในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ว่า เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตนแถลงผลงานที่กระทรวงไปแล้วนาน 2 ชั่วโมง แต่วันนี้จะย่อให้เหลือ 30 นาที โดยแนวคิดการทำงานด้านการปฏิรูปของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ตนมองว่าต้องทำ 3 อย่าง คือ
 
     1.วิเคราะห์ปัญหาโดยละเอียด  โดยนำเอาปัญหาทั้งหมดแบบเป็นองค์รวมและบูรณาการหน่วยงาน พบว่ามีปัญหาทั้งหมด 31 ปัญหาของวงการศึกษาของไทย อาทิ จำนวนครูไม่ครบชั้น จำนวน 26,000 คน จำนวนโรงเรียนไม่ผ่านการประเมินจำนวน 6,900โรงเรียน บัณฑิตตกงาน 25,925 คน การจัดอันดับความรู้ทางภาษาอังกฤษของเด็กไทยอยู่ที่48ของโลก อันดับ 5 ของอาเซียน ทักษะความ สามารถต่ำมาก และยังพบว่าเด็กไทยเรียนหนังสือเยอะ โดยช่วงอายุ9ปี เรียนหนักเป็นอันดับสองของโลก คือ 1,080 ชม./ปี ช่วงอายุ 10-11 ปี อันดับ1ของโลก ช่วงอายุ 12 ปี อันดับ5 ของโลก และอายุ 13 อันอับ 8 ของโลก  
          
     รมว.ศธ. กล่าวถึงยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาว่า จะเน้นในเรื่องของการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต โดยแก้ไข 1.หลักสูตรกระบวนการเรียนรู้ อาทิ เด็กเครียด เรียนเยอะ เด็กไม่มีความสุข เนื้อหาไม่สอดคล้องกับบริบท 2.ปัญหาครู 3.การประเมินต่าง ๆ ที่มีจำนวนมากเกินไป 4.การผลิตคนกับความต้องการของตลาด  และ 5.การบริหารจัดการ การบูรณาการ ซึ่งมีทั้งเรื่องที่ทำไปแล้วและกำลังทำอยู่ โดยเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อาทิ ต้องจัดตั้งกรมวิชาการที่ยังแยกกันอยู่ นักศึกษาจะต้องประเมินภาษาอังกฤษก่อนเรียนจบ ซึ่่งต้องเกิดในปีการศึกษาหน้า ส่วนครูต้องแก้ปัญหาการประเมินที่มีมากเกินไป คือ ครูต้องใช้เวลา 43 วันต่อปี ในการทำเรื่องการประเมิน และอีก 40 วัน ในการพาเด็กไปทำกิจกรรมนอกโรงเรียน จึงทำให้ฝากครูคนอื่นสอนแทน ทำให้เกิดปัญหากับเด็กโดยตรง 
         
     1 ปีที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาธิการมีงานที่ดำเนินการ 23 เรื่อง/โครงการ อาทิ การลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ซึ่งจะขยายจาก 3,831 โรงเรียนเป็นครบทุกโรงเรียนในปี 2565-2569  การอ่านออกเขียนได้ ต้องลดจำนวนให้เหลือ 0% ในปี 2559 และปี 2560 จะปิดโครงการ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการยกระดับคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษา การจัดการศึกษาเรียนร่วมหลักสูตรอาชีวศึกษาและมัธยมศึกษาตอนปลาย โครงการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาด้วย DLTV DLIT โครงการผลิตครูเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น(คพท.)คุรุทายาท โครงการติวเข้มเต็มความรู้ รวมไปถึงโครงการคืนครูสู่ห้องเรียน ซึ่งไม่ได้เป็นการของบใหม่เป็นการเกลี่ยงบในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ใหม่ โดยจะตัดงบในส่วนของการจัดอีเว๊นซ์ต่าง ๆ ที่มีการเสนองบให้กับสำนักงบประมาณไปแล้ว โครงการความร่วมมืออาชีวะไทยต่างประเทศ 
 
     โครงการซ่อมแซมบ้านพักครู โครงการอุดมศึกษาเป็นเลิศ โครงการอาชีวเป็นเลิศ โครงการต่อต้านยาเสพติด และยังมีโครงการปลูกฝังวินัยในวัยเด็กและเยาวชน ที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพิ่งมีบัญชาให้ดำเนินการ โดยจะต้องเริ่มปลูกฝังวินัยตั้งแต่เด็กอนุบาล ให้เขาติดเป็นนิสัย ไม่ใช่เราไปหลอกบอกให้ทำ โดยจะให้ทำกิจกรรมที่มีวินัยทุกเรื่องตั้งแต่อนุบาลถึงมหาวิทยาลัย
 
     “เพราะจะดีกว่าถ้าเด็กรู้จักหน้าที่ของตัวเองไม่ใช่รู้จักแต่เรื่องสิทธิ เพราะความวุ่นวายของประเทศเกิดจากเรื่องนี้ทั้งนั้น ซึ่งเป็นนโยบายที่เพิ่งรับมาจากนายกรัฐมนตรี” พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว 
 
     รมว.ศึกษา กล่าวตอนท้ายถึงปัญหาคนไทยมีลูกน้อยลงว่า ก็กระทบกับการศึกษา ซึ่งกระทรวงศึกษาก็ต้องไปคิดว่านักเรียนมีเท่านี้ ครูมีเท่านี้ เมื่อจำนวนเด็กหายไป มีเด็กนักเรียนน้อยลง เราต้องมาคิดว่าเราจะปรับจำนวนโรงเรียนที่มีทั่วประเทศ 3 หมื่นกว่าโรงเรียนว่ามันใช่ไหมกับความเหมาะสมกับจำนวนเด็ก