เป็นภาพยนตร์ที่ตอนแรกแพลนเป็นละคร และแฟนๆ ละครหลายคนรอคอยกันมาเป็นปีๆ จนกระทั่งในที่สุด จากที่เป็นละครจอแก้ว ได้มีการปรับเปลี่ยนมาฉายเป็นภาพยนตร์จอเงินแทน สำหรับภาพยนตร์ “พันท้ายนรสิงห์” ได้เจอกับพระเอกของเรื่อง “เต้ย” พงศกร เมตตาริกานนท์ จึงต้องถามไถ่ ซึ่งเจ้าตัวเผยดังนี้
 
          “จากละครสู่ภาพยนตร์ ผมคิดว่าเนื้อเรื่องมันจะเข้มข้นมาก เพราะตามจริงจะมีตัวละครรายล้อมเยอะ ยังไงความสนุกสนานมีแน่นอน จากหลายๆชั่วโมง ตัดมาเหลือแค่ไม่กี่ชั่วโมง มันเข้มข้นมาก การถ่ายทำเรื่องนี้ ถ่ายทำกันเป็นปี กว่าจะได้แต่ละฉาก ต้องจัดแสงก่อน 3 ชั่วโมง เพราะตอนที่ถ่ายทำจัดทำแบบหนังเลย ถ่ายในรูปแบบหนัง รวมการตัดต่อทุกอย่างใช้เวลา 2 ปี ตัวผมเองรอคอยเรื่องนี้ทุกวัน ตั้งแต่ที่ปิดกล้องไป มีแฟนคลับที่ติดตามผม เขาก็รอชมเหมือนกัน เขาก็บอกว่าจะได้ดูแล้ว ผลงานเรื่องแรกของผม (เสียดายมั้ยจากละครกลายเป็นภาพยนตร์) ผมไม่ได้คิดในส่วนนั้น คิดแค่ว่า แค่มันได้ออกให้คนได้ดู ผมก็ดีใจแล้ว เพราะเป็นผลงานแรกของผมด้วย อยากให้ออกมา ดีกว่าเก็บเอาไว้ เก็บไว้ก็ไม่มีใครได้ดู แต่ช่วงนั้นที่รอ ผมก็คิดอีกแง่หนึ่ง คิดในแง่บวกเลยว่า เราได้รับวิชาจากเรื่องนี้เยอะมาก ทั้งบู๊ ขี่ม้า พายเรือ ทุกอย่าง ฝากติดตามภาพยนตร์พันท้ายนรสิงห์ฉาย 30 ธันวาคมนี้” เต้ยตอบ
 
          เมื่อถามต่อถึงซีรีส์ “คิวปิดส์ บริษัทรักอุตลุด” ตอน “ซ่อนรักกามเทพ” คู่กับ “เชียร์” ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ เป็นอย่างไรบ้าง เต้ยเผยว่า น่าจะเปิดกล้องปีหน้า
 
          “ตอนนี้มีการฟิตติ้งเรียบร้อยแล้ว ได้เจอกับพี่เชียร์แล้วก็โอเค แต่เรายังไม่ได้มีโอกาสได้คุยอะไรกันมากเท่าไหร่ ยังไม่ได้มีโอกาสเวิร์กช็อป หรืออะไรเลย แต่พี่เชียร์เขาก็เป็นพิธีกรอยู่แล้ว เป็นคนที่สนุกสนานเฮฮาร่าเริง ดูเป็นคนลุยๆ ดี สไตล์เดียวกันกับพี่จุ๋ย (วรัทยา นิลคูหา) (มีกระแสตั้งแต่ยังไม่ได้ฟิตติ้งเพราะเป็นการมาของเชียร์) ตัวผมเอง ก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี พี่เชียร์เขาก็กดดันของเขาในอีกมุมหนึ่ง ผมก็กดดันของผมอีกแบบ เพราะว่าได้เล่นเป็นพาร์ทปัจจุบัน  ต้องทำให้ดี เป็นแนวคอมเมดี้-โรแมนติก ต้องทำให้ดี ถ้าไม่ดีมันก็จะแป้ก” พระเอกหนุ่มกล่าวสรุป