17พ.ศ.2558 พระราชปริยัติโสภณ เจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น ประธานฝ่ายสงฆ์พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ประธานฝ่ายฆราวาสนำขบวนเคลื่อนย้ายสรีรสังขาร พระเทพวิทยาคม หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ จากอาคาร 25 ปี ไปบำเพ็ญกุศลที่ศูนย์ประชุมเอนกประสงค์กาญจนาภิเษก เปิดโอกาสให้ศิษยานุศิษย์จากทั่วประเทศ ได้กราบสักการะเป็นครั้งสุดท้าย เป็นเวลา 7 วันตามกำหนดการที่วางไว้ไม่มีการเพิ่มวัน เสร็จสิ้นมอบร่างให้คณะแพทย์ตามี่กำหนดไว้ในพินัยกรรม โดยมีประชาชนทยอยเดินทางมารอที่ศูนย์ประชุมอย่างหนาตา ซึ่งห้องประชุมเปิดเครื่องปรับอากาศ ทำให้อากาศเย็นสบาย และสามารถจุคนได้ไม่น้อยกว่า 3,000 คน

              ส่วนกำหนดการบำเพ็นกุศลภายในศูนย์ประชุมเอนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น นอกจากจะมีพิธีสวดพระอภิธรรม ในเวลา 19.00 น. ทุกวัน โดยทางคณะแพทย์ศาสตร์ได้นิมนต์พระสงฆ์จากวัดต่างๆในจังหวัดขอนแก่นร่วมสวดอภิธรรมและพิธีถวายภัตาหารเพลทุกวันด้วย

              ในวันแรกวันที่ 17 พ.ค. การสวดพระอภิธรรมจะช้ากว่าปกติเล็กน้อย เนื่องจากจะมีการรับพวงมาลาพระราชทานจำนวน 12 พวง จากสนามบินขอนแก่น ในช่วงเวลา 19.00 น. เสียก่อน ในวันนี้มีนายสุวัจน์ ลิปตะพัลลภ ร่วมฟังสวดพระอภิธรรม ซึ่งวันแรกนี้เป็นการสวดพระอภิธรรม 7 คัมภีร์ โดยพระสงฆ์จากวัดเทพปูรณาราม



วัดบ้านไร่สวดพระอภิธรรม100วัน

              ขณะที่บรรยากาศหลายพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมาช่วงเวลาก่อน 11.00 น. กลุ่มพุทธศาสนิกชน ที่ไม่สามารถเดินทางไปงานบำเพ็ญกุศลศพหลวงพ่อคูณ ที่ จ.ขอนแก่น ได้นัดหมายเดินทางไปวัดในแต่ละท้องถิ่น เพื่อจัดกิจกรรมทำบุญ เลี้ยงเพลพระภิกษุสามเณร และทำพิธีทักษิณานุประทาน หรือกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้แก่ดวงวิญญาณผู้ล่วงลับ โดยส่งจิตอธิษฐานถึงหลวงพ่อคูณ เพื่อแสดงถึงความกตัญญูกตเวที

              นายบัญชา ยินดี ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงให้ชาวบ้าน รวมทั้งบรรดาเพื่อนๆ ที่ทำงานเกี่ยวกับสภาวัฒนธรรมหลายแห่ง ถึงเหตุผลการนำร่างหลวงพ่อคูณ ไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่ จ.ขอนแก่นว่า ต้องปฏิบัติตามพินัยกรรม ซึ่งเป็นความประสงค์ของท่าน ลูกศิษย์จึงไม่สามารถบิดเบือนได้ ขณะนี้มีเเสียงสะท้องจากชาวบ้านที่รัก เคารพ ศรัทธาหลวงพ่อคูณ ส่วนหนึ่งเป็นกลุ่มรากหญ้า ไม่มีทุนทรัพย์ เป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไป จ.ขอนแก่น ซึ่งเฉลี่ยต่อคนประมาณ 500 บาท และเมื่อไปถึงแล้ว จะกินอยู่อย่างไร คงไม่มีองค์กรหรือหน่วยงานไหนจะสามารถรับรองได้เพียงพอ หากเป็นช่วงมีการเมืองภาคปกติ นักการเมืองระดับชาติ ก็จัดหาทุน รับผิดชอบเรื่องยานพาหนะ ส่วนการเมืองท้องถิ่น หวังจะพึ่งพาเทศบาล หรือ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีข้อห้ามเกี่ยวกับกรณีนี้ชัดเจน ตนจึงแจ้งชาวบ้าน หากคิดถึงท่าน ให้ไปทำบุญ กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล พร้อมเรียกชื่อหลวงพ่อคูณ หรือคิดถึงใบหน้าท่าน และส่งจิตอธิษฐาน สามารถทำได้ทุกที่

              นายศักดิ์สิทธิ์ สกุลลิขเรศสีมา นายอำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ให้สัมภาษณ์ว่า บรรยากาศทั่วไปในเขต อ.ด่านขุนทด ชาวบ้านยังอยู่ในภาวะโศกเศร้า เสียใจ ช่วงเช้าตรู่ที่ผ่านมา ลูกศิษย์ได้ทำบุญตักบาตรจำนวนมาก รวมทั้งวัดหลายแห่ง มีการเลี้ยงเพลพระ มากกว่าปกติ เป็นเวลานานหลายปี วัดบ้านไร่ มีเพียงหลวงพ่อคูณ จำวัดเพียงรูปเดียว ขณะนี้จึงไม่มีพระภิกษุ สามเณร จำวัดแต่อย่างใด ผู้นำชุมชนและชาวบ้าน จะนัดประชุม หารือ เพื่อนิมนต์พระสงฆ์มาจำวัด รวมทั้งวางแผน เพื่อบริหารจัดการทรัพย์สินของวัดให้เป็นไปอย่างเหมาะสม และไม่มีเสียงครหา สำหรับการจัดกิจกรรมที่วัดบ้านไร่ ขณะนี้รอความชัดเจนจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งติดภารกิจเดินทางไป จ.ขอนแก่น เบื้องต้นได้กำหนดการพิธีสวดพระอภิธรรมที่วัดบ้านไร่ เป็นเวลา 100 วัน อย่างไรก็ตามจะมีการนัด พูดคุยกันในเร็วๆนี้

              นายศักดิ์ชัย ชาติพุดซา นายกสมาคมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า หลวงพ่อคูณ เป็นพระเกจิอาจารย์ที่ชาวโคราช เคารพ ศรัทธา เป็นอย่างสูง คุณงาม ความดี ตลอดทั้งชีวิตของท่านเป็นผู้ให้มาตลอด ได้บริจาคเงินสร้างสาธารณูปโภคมูลค่านับพันล้านบาท จากการประเมิน และพูดคุยกับบรรดาผู้นำชุมชน แต่ละพื้นที่เตรียมเช่าเหมารถโดยสาร คาดจะมีชาวโคราช ทั้งไปกันเอง และหมู่คณะ เดินทางไปร่วมงานบำเพ็ญกุศลศพหลวงพ่อคูณ ที่ จ.ขอนแก่น จำนวนหลายหมื่นคน ซึ่งอาจทะลุถึงเรือนแสนคน จึงขอให้ผู้ประกอบการรถโดยสาร ช่วยปรับลดราคา เนื่องจากชาวบ้านช่วยกันลงขันหรือเฉลี่ยเงินกันเอง

 

 เสนอตั้ง'หลวงพ่อนุช'รักษาการเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่

                คณะสงฆ์อำเภอด่านขุนทด นำโดยพระครูปราโมทย์ธรรมรส รองเจ้าคณะอำเภอด่านขุนทด ก็ได้เรียกประชุมคณะสงฆ์อำเภอด่านขุนทด เมื่อช่วงค่ำวันที่ 16 พฤษภาคม 2558 และที่ประชุมมีมติเสนอแต่งตั้งให้พระครูภาวนาประชานารถ (หลวงพ่อนุช) หรือชื่อเดิมพระครูปลัดนุช รัตนวิชไชโย เจ้าอาวาสวัดหนองบัวทุ่ง ต.ตาจั่น อ.คง จ.นครราชสีมา อดีตเลขานุการหลวงพ่อคูณขึ้นรักษาการเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ เพื่อบริหารจัดการวัดตามระเบียบของคณะสงฆ์ต่อไป

                สำหรับการบริหารจัดการงบประมาณของวัดบ้านไร่ ปัจจุบันมีบัญชีแยกออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1.เงินงบประมาณของมูลนิธิหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานมูลนิธิฯ โดยตำแหน่ง มีนายอำเภอด่านขุนทด เป็นเลขาธิการมูลนิธิฯ และนางปทุม กุลกำจร เป็นเหรัญญิกฯ ปัจจุบันมีเงินกองทุนอยู่ ประมาณ 47 ล้านบาท และคณะกรรมการมูลนิธิได้นำดอกผล มาใช้บริหารจัดการภายในวัดบ้านไร่ และบริจาคเพื่อสาธารณกุศล, 2.เงินที่ประชาชนมาบริจาคให้เป็นการส่วนตัวของหลวงพ่อคูณ และ 3.เงินบริจาคในบัญชีของวัดบ้านไร่ ที่มี พล.ต.ต.มหัคฆพันธ์ สุรคุปต์ ประธานคณะกรรมการฯ และคณะกรรมการวัดบ้านไร่ โดยมีนายธวัช เรืองหร่าย เป็นเหรัญญิก บริหารจัดการอยู่ แต่ทั้ง 2 บัญชีท้าย ยังไม่ทราบจำนวนเงินที่แน่ชัด

                ส่วนบรรยากาศที่วัดบ้านไร่ วันนี้ (17 พ.ค. 58) ได้มีศิษยานุศิษย์ จากทั่วทุกสารทิศ เดินทางมากราบไหว้หุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อคูณที่ตั้งอยู่หน้ากุฏิ บนศาลาการเปรียญวัดบ้านไร่ ซึ่งหลายคนก็ได้ใช้โอกาสนี้เข้ามาเลือกเช่าวัตถุมงคลหลวงพ่อคูณรุ่นต่างๆ จนแน่นศาลาการเปรียญ นอกจากนี้ศิษยานุศิษย์ ยังได้แห่เข้าชมพิพิธภัณฑ์หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ที่มีการจัดแสดงนิทรรศการบอกเล่าประวัติ และหลักธรรมคำสอนของหลวงพ่อคูณ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งยังได้เข้าไปเยี่ยมชมวิหารเทพวิทยาคม ซึ่งเป็นศาสนสถานศิลปกรรมธรรมะร่วมสมัยอีกด้วย


ยึดตามพินัยกรรมจัดพิธีศพเรียบง่าย

              นายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กล่าวว่า พศ.จึงได้หารือกับทุกภาคส่วนแล้วในช่วงค่่ำของวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยจะปฏิบัติตามพินัยกรรมที่หลวงพ่อได้ระบุไว้อย่างเคร่งครัด และจะเน้นความเรียบง่ายตามเจตนารมณ์ของหลวงพ่อทุกประการ

              นายพนม กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้นายบัญชายุทธ นาคมุจลินท์ ผอ.พศจ.นครราชสีมา ยังได้ทำหนังสือที่ นม.0034 รายงาน สรุปถึงการหารือกับผู้เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา คณบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมาและคณะสงฆ์ คณะกรรมการวัดบ้านไร่ ได้ข้อยุติให้ปฏิบัติตามพินัยกรรม และได้กำหนดขั้นตอนและพิธีการ ดังนี้ ในวันที่ 17 พ.ค. 2558  เคลื่อนศพไปยังหอประชุมกาญจนาภิเษก มข.และมีพิธีสรงน้ำศพ เวลา 16.00 น. มีพิธีสวดพระอภิธรรมตั้งแต่วันที่ 17-23 พ.ค. 2558 กำหนดเวลา 18.00 น.ของทุกวัน และสำนักพระราชวังอัญเชิญพวงมาลาพระราชทานในการครั้งนี้ อย่างไรก็ตามตนได้สั่งการให้พศจ.ร่วมมือในการจัดงานกับมข.อย่างเต็มที่ต่อไป