"บิ๊กเบน" นาฬิกาที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกมีอายุครบรอบ 150 ปีไปเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมานี้เอง ท่ามกลางการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ของอังกฤษ เพราะนาฬิกาเรือนนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าประเทศได้มากมายเหลือเกิน
 บิ๊กเบนเริ่มส่งเสียงติ๊กต่อกเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2402 แล้วก็ยังเดินต่อเนื่องมาถึงทุกวันนี้ ไม่ว่าฝนจะตกแดดจะออก นกจะไม่ร้องเพลง แต่บิ๊กเบนก็ไม่เคยหยุดเดิน เว้นเสียแต่ในช่วงที่มีการปิดซ่อมบำรุงเป็นครั้งคราวเท่านั้น
 นาฬิกาเรือนโตนี้ประดับอยู่บนยอดหอคอยเซนต์ สตีเฟน ซึ่งตั้งอยู่ติดกับสภาผู้แทนราษฎรของอังกฤษ อันเป็นจุดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจุดหนึ่งในหมู่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนกรุงลอนดอน นครหลวงของแดนผู้ดี
 บิ๊กเบนเป็นนาฬิกาที่สร้างด้วยศิลปะแบบกอธิค มีอยู่ทั้งหมด 4 หน้า แต่ละหน้ามีความยาว 7 เมตร มีเข็มนาทียาว 14 ฟุต เข็มบอกชั่วโมงยาว 9 ฟุต ซึ่งเดินติ๊กต่อกคิดเป็นระยะทางเทียบเท่า 190 กิโลเมตรต่อปี ส่วนภาษาละตินที่สลักไว้ด้านล่างนาฬิกาแต่ละด้านว่า "Domine salvam fac Reginam nostrum Victoriam primam" นั้นมีความหมายว่า "โอ พระผู้เป็นเจ้า ได้โปรดทรงคุ้มครองพระราชินีวิคตอเรียที่ 1ด้วยเถิด" เพราะพระราชินีวิคตอเรียทรงครองบัลลังก์อังกฤษอยู่ในช่วงที่มีการสร้างบิ๊กเบนพอดี
 สำหรับตัวหอคอยสูง 96 เมตรซึ่งเป็นที่ตั้งของบิ๊กเบนนั้น ถูกสร้างขึ้นเมื่อครั้งที่มีการบูรณะสภาผู้แทนราษฎรขึ้นมาใหม่โดยฝีมือของ ชาร์ลส บาร์รี และออกุสตุส ปูกิน สถาปนิกชื่อดัง ภายหลังจากที่เกิดไฟไหม้อาคารรัฐสภาครั้งใหญ่ในปี 2386 ก็มีการจัดการแข่งขันขึ้นในปี 2386 เพื่อเฟ้นหาตัวผู้สร้างนาฬิกาบิ๊กเบนด้วย ซึ่งก็ปรากฎว่าต้องใช้เวลาตัดสินผู้ชนะกันนานถึง 7 ปีเลยทีเดียว
 แล้วในที่สุดก็ได้ตัวผู้ชนะ ซึ่งได้แก่ เอ็ดเวิร์ด เดนท์ ซึ่งเคยฝากฝีมือไว้ด้วยการสร้างนาฬิกาที่เที่ยงตรงมากให้กับเรือบีเกิ้ล ที่นำพาชาร์ลส ดาร์วินแล่นไปทั่วโลกจนทำให้เกิดทฤษฎีวิวัฒนาการขึ้นมา
 บิ๊กเบนใช้เงินในการก่อสร้างทั้งสิ้น 2,500 ปอนด์ (ราว 136,000 บาท) สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2397 แต่ยังไม่ได้รับการติดตั้งเพราะต้องรอหอคอยนาฬิกาซึ่งสร้างเสร็จในอีก 5 ปีให้หลัง แต่ถึงกระนั้นก็ยังอุตส่าห์มีอุปสรรคเอาในนาทีสุดท้ายอีก นั่นคือ เข็มนาทีของบิ๊กเบน ซึ่งของดั้งเดิมเป็นเหล็กหล่อนั้นมีน้ำหนักมากเกินไป จึงต้องถูกเปลี่ยนใหม่เป็นเข็มที่ทำจากทองแดงแทน
 สำหรับเสียงระฆังบอกเวลาดังเหง่งหง่างของบิ๊กเบนนั้นก็มีชื่อเสียงไม่แพ้ตัวนาฬิกา โดยเสียงตีบอกเวลานี้ถูกเอาไปใช้เป็นเสียงเปิดเข้ารายการข่าวทีวี และวิทยุจำนวนมากในอังกฤษ แล้วในวาระครบรอบ 150 ปีบิ๊กเบนนี้ เวบไซต์ bigben.parliament.uk ก็ได้เปิดให้มีการดาวน์โหลดริงโทนเสียงบอกเวลานี้ไปใช้ด้วย
 จริงๆแล้วชื่อ "บิ๊กเบน" นั้นหมายถึงระฆังในหอนาฬิกาแห่งนี้ แต่ในภายหลังได้กลายมาเป็นชื่อเรียกหอคอยแล้วก็ตัวนาฬิกาไปด้วย
 ส่วนเรื่องที่ว่าคำว่า "บิ๊กเบน" มาจากไหนนั้นยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน เพราะบางคนก็บอกว่าหมายถึงเซอร์เบนจามิน ฮอลล์ ส.ส.อังกฤษสมัยนั้น ขณะที่บางคนอ้างว่าตั้งตามนักมวยรุ่นเฮฟวี่เวทที่ชื่อเบนจามิน คอนท์ ซะงั้น