16 พ.ค.57 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่บช.ปส. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษาศอ.รส. ได้เดินทางมาเข้าร่วมประชุมศอ.รส. โดยระบุว่ายังไม่มีประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ตนพ้นจากตำแหน่ง จึงยังต้องปฏิบติหน้าที่ต่อ รวมถึงเชื่อว่าตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีของตนยังอยู่
 
                     โดยนายสุรพงษ์ กล่าวว่า การที่ส.ว.มีการประชุมนัดพิเศษที่ผ่านมาทั้งหมดไม่มีความชอบธรรม และส.ว.ที่มาจากการสรรหา จะมาทำหน้าที่แทนสภาผู้แทนราษฎรตามที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ระบุนั้นไม่ได้ ขณะนี้มีส.ว.จำนวนหนึ่งประกาศจะไม่ร่วมสังฆกรรมกับส.ว.ลากตั้ง ถือว่าถูกแล้ว ซึ่งตนคิดว่าส.ว.ไม่มีอำนาจใด ๆ ทั้งสิ้นที่จะเสนอนายกฯคนกลาง จึงอยากบอกนายสุเทพ ที่จะประกาศสู้ครั้งสุดท้ายในวันที่ 17-19 พ.ค. ก็อยากเห็นเป็นครั้งสุดท้ายจริง ๆ เพราะประเทศเสียหายมามาก โดยในวันนี้ (16 พ.ค.) รมว.ต่างประเทศ ของอังกฤษ ได้ส่งอีเมล์มาถึงตน ว่าเป็นห่วงสถานการณ์ของประเทศไทย และอยากเห็นการเลือกตั้งเดินหน้าต่อไป
 
                     นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า ขอขอบคุณผบ.ทบ.ที่ได้ออกแถลงการณ์ 7 ข้อออกมา ตนอยากเห็นผบ.ทบ.เอาจริงเอาจัง เพราะทหารทุกเหล่าทัพก็เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ เหมือนกับตำรวจและวันนี้ศาลได้ออกหมายจับผู้ต้องหากบฎมาแล้ว ทหารในฐานะที่เป็นเจ้าพนักงานต้องจับกุมนายสุเทพกับพวก อย่าได้เกรงอกเกรงใจ โดยการหารือระหว่างรัฐบาลกับกกต.วานนี้ (16 พ.ค.) ต้องล้มเลิก เป็นเพราะกลุ่มกปปส.ได้บุกเข้าไป ฝ่ายความมั่นคงที่ดูแลสถานที่ต้องใช้อำนาจหน้าที่อย่างเข้มงด อย่าปล่อยให้กปปส.มาระราน
 
                     “ผมบอกแล้วว่าทหารทุกคนก็เป็นเจ้าพนักงานเหมือนกับตำรวจ วันนี้สามารถที่จะดำเนินการจับกุมกบฎหรือโจรก่อการร้ายเหล่านี้ได้ วันนี้เราอะลุ่มอะล่วยกันจนเกินไป กฎหมายบ้านเมืองก็ไม่มีความหมาย ตนคิดว่าผบ.ทบ. และผบ.ทอ.ทุกท่านเข้าใจสถานการณ์ขณะนี้เป็นอย่างดีว่าใครเป็นใครอ การที่ศาลออกหมายจับก็แสดงให้เห็นแล้วว่ากปปส.ทำผิดจริง” นายสุรพงษ์ กล่าว
 
                     นายสุรพงษ์ กล่าวว่า หากมีการพยายามให้เกิดนายกฯมาตรา7 ก็จะมีประชาชนกลุ่มหนึ่งไม่ยอมรับ รวมถึงสังคมโลกด้วย ฉะนั้นควรเลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้วถ้าใครอยากจะเป็นนายกฯ คนกลางก็ให้ไปลงเลือกตั้งจะไปอยู่พรรคประชาธิปัตย์ก็ได้ โดยวันนี้ศอ.รส.ต้องเตรียมการที่จะรับมือกับสถานการณ์ช่วงวันที่ 17-19 พ.ค. ต้องมีการวางกำลังให้พร้อมและทำงานอย่างเข้มงวด โดยวันที่ 19 พ.ค.นั้นเป็นวันครบรอบการเสียชีวิตของคนที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจำนวนมาก ตนคิดว่าวิญญาณเหล่านั้นจะมาเอาคืนนายสุเทพ
 
                     ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่ามีกระบวนการบีบให้ทหารออกมาปฏิวัติหรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ตนคิดว่ามีการพยายามดึงทหารออกมา แต่ผบ.เหล่าทัพ พูดชัดเจนว่าจะไม่ปฏิวัติแน่นอน แต่อาจจะมาคุมสถานการณ์ไม่ให้เกิดความรุนแรง โดยอาจจะเป็นการประกาศกฎอัยการศึก แต่ไม่ได้เป็นการปฏิวัติ ซึ่งกฎอัยการศึกเป็นมาตรการสูงสุดที่จะก่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย ตนเชื่อว่าเหล่าทัพน่าจะมีการเตรียมการไว้แล้ว และเมื่อมีการประกาศกฎอัยการศึกก็จะเป็นหน้าที่ของฝ่ายทหารที่จะต้องดำเนินการเพื่อให้เกิดความสงบ ศอ.รส.คงไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง และตนเชื่อว่าถ้ามีการประกาศกฎอัยการศึกทั้งประเทศ ก็จะสามารถจัดการเลือกตั้งได้
 
                     นายสุรพงษ์ กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 19 พ.ค. 10.00 น. ตนจะเข้าแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ เอาผิดกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพราะการที่ตัดสินตนโดยที่ไม่มีโอกาสไปรับทราบข้อกล่าวหาเลย และหนึ่งในนั้นไม่ได้เป็นศาลรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง นอกจากนี้ นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีตรมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ก็จะเข้าแจ้งความเช่นกัน