เผลอแผล็บเดียวปรากฏการณ์ครั้งสำคัญที่สุดเหตุการณ์หนึ่งของโลกยุคใหม่ก็ผ่านไปสามปีแล้ว อาหรับสปริง ที่เคยจุดประกายความหวัง ประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนให้ชาวอาหรับและทั้งโลก ไม่ได้ยืดยาวแฮปปี้เอนดิ้งอย่างที่เคยจบภาคเมื่อปี 2554 สภาวะแวดล้อมทางยุทธศาสตร์เปลี่ยนแปลงไปหลายประการ แต่ก็ไม่ได้กลายเป็นโดมิโนที่สลายเผด็จการหายวับ อาหรับเข้าสู่ ยุคเรเนอซองส์ แบบเดียวกับที่หลายคนปรารถนาและเคยเชื่ออย่างนั้น ทั้งยังดูเหมือนจะเพิ่มความยุ่งเหยิงขึ้นอีกมากด้วย

            เว้นเสียแต่อย่างเดียวที่ไม่เปลี่ยนแปลงนั่นคือกระบวนการสันติภาพในตะวันออกกลางระหว่าง ชาติอาหรับกับอิสราเอล ยังแย่เป็นปกติ ทั้งจะแย่กว่าเดิมเสียด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างชาติหรือกลุ่มต่างๆ ที่ยุ่งขิงกันอยู่ในภูมิภาคนั้นพลิกตาลปัตรไปหมด เดิมที อิหร่านกับสหรัฐ ไม่ถูกกันมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าชาห์โดนโค่นปี 2522 ก็กลับมีท่าทีอยากคุยกัน สวนทางกับความสัมพันธ์ระหว่างชาติรัฐอ่าวกับรัฐบาลวอชิงตัน ที่เคยเข้มแข็ง วันนี้ชักไม่เป็นอย่างนั้น แนวร่วมใหม่ ซาอุดีอาระเบีย บาห์เรนกับ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เกิดขึ้นมาผสานกำลังกับ รัฐบาลอียิปต์ใหม่ ที่เพิ่งครองอำนาจ งานนี้รัฐอ่าวเองก็ไม่เหนียวแน่นแล้วเพราะ โอมาน ก็คิดไปอีกทางหนึ่ง

            ตุรกี ซึ่งเคยถูกกันออกไปจากเกมแห่งอำนาจตะวันออกกลางก็กลับกลายเป็นผู้เล่นตัวสำคัญ แทบจะรบกับ ซีเรีย และเกี่ยวข้องกับปัญหาอิหร่านอย่างมาก รัฐบาลมอสโก ก็เช่นกัน ก่อนหน้านี้เคยมีเกี่ยวข้องบ้างในยุคโซเวียต แต่พอกลายเป็นรัสเซียแล้วห่างออกไป เพิ่งได้จังหวะกลับเข้ามาพัวพันกับภูมิภาคอย่างดิ้นไม่หลุด เริ่มจาก ลิเบีย มาจนถึงการถือหางซีเรียสุดแรง จนเกิดการแข่งขันกันระหว่างมหาอำนาจ

            ในบรรดาตัวแปรที่ไม่ใช่รัฐก็มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ ฝ่ายผู้ร้ายในสายตาประชาคมโลกอย่าง อัล-ไกดา-ตาลีบัน ที่ในช่วงก่อนอาหรับสปริงเริ่มมีการปรับตัวจากที่ตกต่ำ กลายเป็นเข้มแข็ง ขยายแฟรนไชส์ไปตามที่ต่างๆ แต่มวลชนต่อต้านเพราะตระหนักดีแล้วว่าเป็นพวกสร้างแต่ความหวาดกลัวเพื่อหวังชัยชนะทางการเมือง หลังเกิดอาหรับสปริง พวกนี้ยิ่งขยายตัวหนักและทรงอิทธิพลกว้างขวางในหลายประเทศอย่าง โซมาเลีย และ ไนจีเรีย ผลคือต้องปะทะกับชาติอิสลามในพื้นที่เหล่านั้นด้วย อีกกลุ่มหนึ่งที่มีชะตากรรมพลิกผันมากคือ องค์กรภราดรภาพมุสลิม ที่ใช้หลักอิสลามการเมืองมาปกครองประเทศจนได้เป็นรัฐบาลยาวนานใน ตุรกี และ อียิปต์ ทั้งยังเป็นฝ่ายค้านที่เข้มแข็งในหลายประเทศ กลับถูกบีบให้ออกจากอำนาจในอียิปต์ กลายเป็นกบฏ และมีกระแสต้านรุนแรงในหลายพื้นที่ของภูมิภาค

            อาหรับสปริงที่แล้วเสร็จไม่ได้ทำให้ลิเบียดีขึ้น ขณะที่ไม่แล้วเสร็จเช่นซีเรียก็นองเลือดตายกันเป็นแสนอย่างไม่รู้จะจบเมื่อไหร่ แต่สถานการณ์ของภูมิภาคจะดีหรือเลวลงเรื่อยๆ นั้นก็คือ ต้องให้สหรัฐ อิหร่านและซาอุดีอาระเบียหาจุดลงตัวในความสัมพันธ์ระหว่างกันให้ได้ ถ้าสำเร็จก็จะส่งผลถึงความร่วมมือกันในการสร้างประชาธิปไตยให้ฝังรากอย่างสมบูรณ์ กระชับช่องว่างความเท่าเทียมทางสังคมและเศรษฐกิจของชาวประชาและร่วมมือกันปราบปรามไม่ให้พวกก่อการร้ายหัวรุนแรงมีที่ยืนในสังคม ถ้าไม่สำเร็จอาหรับสปริงก็จะกลายเป็นเพียงตำนานว่าครั้งหนึ่งเคยเกิดสิ่งนี้ขึ้น เป็นแค่ความหวังสวยงามที่ดับไปในเวลาอันสั้นยิ่ง