ไทยสนใจผูกพันกันกับเอเชียแปซิฟิกอย่างเหนียวแน่นกว่าภูมิภาคใดนับตั้งแต่รัชกาลที่ 3 แต่ก่อนหน้านั้นการค้า วัฒนธรรมและการเมืองของไทยมาจากฟากตะวันตกหรือมหาสมุทรอินเดียมากกว่าที่อื่น เป็นไปได้ไหมในโลกที่ร้อยรัดกันมากขึ้นและมหาสมุทรอินเดียยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้น จะทำให้ไทยเพิ่มการแสวงหาความร่วมมือและประโยชน์จากพื้นที่นี้ ขณะเดียวกันก็ต้องมีเพิ่มความพร้อมในการรับมือกับความท้าทายของภูมิภาคนี้ด้วย

               ภูมิภาคมหาสมุทรอินเดียเป็นภูมิภาคที่ใหญ่โตมากกว่าที่ใครคาดนัก 32 ประเทศรัฐชายฝั่งก็มีความแตกต่างหลากหลาย ส่วนใหญ่เป็นประเทศกำลังพัฒนาที่ปัญหาเยอะแยะ แต่ในรอบไม่กี่ปีมานี้ต่างพัฒนาขึ้นมาและแสวงหาความร่วมมือกันรับมือกับความท้าทายที่ตนต้องเผชิญได้อย่างแข็งขัน จากปลายสุดของแอฟริกา เรื่อยถึงทะเลแดง ครอบคลุมรัฐอ่าวตะวันออกกลาง อนุทวีปเอเชียใต้ ไปจรดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย ทั้งยังรวมต้นทางไปสู่แอนตาร์กติกา โดยมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ต่อโลกใบนี้อย่างน้อยสามประการก็คือ เป็นแหล่งเสถียรภาพและความมั่นคงด้านพลังงานน้ำมัน เป็นแหล่งของความขัดแย้งระหว่างประเทศ เช่น อินเดียกับปากีสถาน และเป็นเส้นทางการค้า ตลอดจนการส่งกำลังบำรุงที่สำคัญสุด ซึ่งกลายเป็นพื้นที่แข่งอิทธิพลระหว่างจีนกับสหรัฐ ด้วย

               แม้จะมีปัญหาความมั่นคงสำคัญ อาทิ เสถียรภาพทางการเมือง ภัยคุกคามจากอาชญากรรมข้ามชาติและโจรสลัด ความยากจนว่างงาน เศรษฐกิจตกต่ำ ไปยันภัยพิบัติ แต่มหาสมุทรอินเดียก็เป็นแหล่งแห่งการตักตวงทรัพยากร ไม่เช่นนั้นจีนคงไม่วางฐานทัพและเส้นสายรายทางเพื่อขนส่งน้ำมันดิบจากแองโกลามายังแผ่นดินใหญ่ หรือนานาชาติคงไม่ร่วมลาดตระเวนป้องกันความปลอดภัยในจุดโช้คพอยต์ต่างๆ เพื่อให้การขนส่งเป็นไปอย่างราบรื่น

               ไทยเป็นหนึ่งในชาติผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมภูมิภาคมหาสมุทรอินเดียมาตั้งแต่ปี 2538 มีผลประโยชน์กับรัฐชายฝั่งมิใช่น้อย โดยเฉพาะการค้าทางทางทะเลกับอินเดีย ขณะเดียวกันเส้นเลือดใหญ่ด้านน้ำมันของเรายังมาจากเรือสินค้าที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซและมะละกา เรือสินค้าไทยไปไกลถึงแอฟริกาจน ทร.เห็นควรต้องส่งกำลังไปช่วยรักษาความปลอดภัยถึงอ่าวเอเดน ปตท.ก็มีการลงทุนแสวงหาแหล่งพลังงานใหม่ในแอฟริกา ขณะที่ผลของการลาดตระเวนบริเวณตอนเหนือของช่องแคบมะละกาทำให้โจรสลัดลดลง

               แต่ไทยควรต้องทำมากกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการขยายความรับผิดชอบด้านความมั่นคงในระดับภูมิภาคให้กว้างขวางขึ้น เป็นตัวกลางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัฐชายฝั่งเท่าที่จะทำได้ ร่วมกิจกรรมทางทะเลกับรัฐชายฝั่งให้มากขึ้น โดยเฉพาะการจัดการกับปัญหาสากลเช่น การก่อการร้ายหรือแรงงานอพยพ ขจัดปัญหาเรื้อรังทางทะเลชายฝั่งของเรา เช่นพวกน้ำมันเถื่อนหรือการค้ามนุษย์ให้หมดไป และเพิ่มโอกาสทางการค้าและคมนาคมให้แก่ประเทศด้วยการพัฒนาท่าเรือเช่น ปากบารา และการทำข้อตกลงผลประโยชน์ดีๆ ทั้งหมดนี้ถ้าการเมืองภายในหยุดทะเลาะกันเมื่อไหร่ ไปโลดแน่ครับ