ท่านที่รู้จักคำว่า "ดีเดย์" คงไม่ต้องอธิบายก็อาจทราบว่า ผมกำลังนำคำซึ่งเป็นรหัสลับทางการทหารสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ฝ่ายสัมพันธมิตรที่ร่วมตอบโต้กองกำลังฝ่ายอักษะในยุโรปได้ตัดสินใจใช้ยุทธวิธีรุกรบขั้นแตกหัก โดยกำหนดให้วันที่ 6 มิถุนายน 1944 ที่ต้องขึ้นกับการพิจารณาในขั้นสุดท้ายของฝ่ายบัญชาการ (dependent on final approval) เป็นเวลากว่า 70 ปีที่ผ่านมา ในยุทธการยกพลขึ้นบกที่ชายฝั่งนอร์มังดีของสาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งแม้ฝ่ายพันธมิตรจะได้รับชัยชนะ แต่ก็มีความสูญเสียกำลังพลจากแรงต้านทานของกองกำลังนาซีเป็นจำนวนมาก
 
                  เมื่อเปรียบเทียบกับสถานการณ์ทางการเมืองของไทยเรา ที่มีแนวโน้มจะรุนแรงยิ่งขึ้น โดยหลายๆ ฝ่าย รวมทั้งมือที่สามที่ไม่ทราบแน่ชัดว่ามีตัวตนสังกัดฟากฝ่ายแน่ชัด ทำการรุกไล่ระดมโจมตีสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายตลอดห้วงเวลาสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทั่งรัฐบาลตัดสินใจใช้มาตรการแก้ไขสถานการณ์ความรุนแรงด้วยการประกาศใช้ "พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน" หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า "พ.ร.ก.ฉุกเฉิน." ด้วยข้อสนับสนุนว่า เพื่อปกป้องคุ้มครองผู้ปฏิบัติและป้องกันสิ่งไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ วันเลือกตั้งทั่วไป
 
                  ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลในการเลือกใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นี้ รัฐบาลยังไม่ออกข้อกำหนดหลายประการที่สามารถกระทำได้ เช่น การกำหนดเงื่อนไขการออกนอกเคหสถานและการควบคุมการนำเสนอข้อมูลข่าวสารต่างๆ รวมทั้งฝ่ายอำนวยการสถานการณ์ได้ออกประกาศค่อนข้างชัดเจนว่าจะไม่มีการสลายการชุมนุมโดยใช้กำลัง แต่อาจมีการควบคุมตัวแกนนำ กปปส.หากอยู่ในวิสัยที่สามารถกระทำได้ จึงเป็นเหตุให้การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินคราวนี้ไม่สร้างบรรยากาศอันน่าอกสั่นขวัญแขวนให้แก่ คุณสุเทพ และแกนนำ กปปส.คนอื่นๆ จะเห็นได้จากการเดินหน้าท้าทายคำสั่งหรือข้อกำหนดการห้ามชุมนุมและการเดินทางเข้าไปในหลายพื้นที่ ซึ่งอยู่ในเขตประกาศตามพระราชกำหนด
 
                  สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้นายทหารชั้นคุมกำลังหลายนายที่ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วยต่างมีความกังวลว่า หากมีความเพลี่ยงพล้ำไม่ว่าจะมาจากกรณีใดๆ อาจทำให้การเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ จะมีความวุ่นวายโกลาหลอย่างยิ่ง ทั้งจากฝ่ายที่ไม่ต้องการการเลือกตั้งและฝ่ายที่สนับสนุนการเลือกตั้ง ที่เริ่มรายล้อมเข้ามาในเขตพื้นที่ของการชุมนุม
 
                  ดีเดย์ที่ได้หยิบยกให้วันที่ 2 กุมภาพันธ์ เป็นวันเผด็จศึกของแต่ละฝ่าย จึงมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง เพราะเดิมพันของทั้งสองฝ่ายมีตัวแปรที่เชื่อว่า "การเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ เป็นตัวชี้วัด" เพราะหากรัฐบาลสามารถเดินหน้าจัดการเลือกตั้งได้เป็นผลสำเร็จ แนวโน้มการได้เสียงข้างมากกลับมาจัดตั้งรัฐบาล แม้ว่าจะยังเลือกได้ไม่ครบทุกเขตก็มีความเป็นไปได้สูง และจะเป็นเงื่อนไขในการยืนยาวรักษาการต่อไปได้อย่างยาวนานแบบไม่ต้องสะทกสะท้าน
 
                  ขณะที่ทางกลุ่ม กปปส.ในทุกแถว ตั้งแต่แถวแกนนำชั้นผู้ใหญ่ ไปกระทั่ง "มือใหม่หัดขับ" ก็แพ้ไม่ได้ เพราะไม่มีหลักประกันใดมารับรองว่า คดีความจำนวนมากที่มีคิวยาวรออยู่ รวมถึงการคิดบัญชีของผู้ที่อาจมองว่าถูกหมิ่นศักดิ์ศรี เช่น การรื้อป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะได้รับการนิรโทษกรรมหรือไม่หากพรรคเพื่อไทยกลับมามีอำนาจอีกครั้ง เลยยิ่งทำให้สมมุติฐานความขัดแย้งรุนแรงขั้นแตกหักในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ เป็นเรื่องไม่อาจมองข้ามได้
 
 
 
......................
 
('ดีเดย์' 2 กุมภานี้? : คอลัมน์ต่อปากต่อคำ : โดย...ดร.อมร วาณิชวิวัฒน์ [email protected]/[email protected])