1พ.ย.2556 รายงานข่าวจากแกนนำพรรคเพื่อไทยเผยถึงกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยเตรียมถอยร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยยังไม่ได้ส่งสัญญาณให้ถอยหรือล้มเลิก เนื่องจากไม่ต้องการให้สิ่งที่วางแผนล่วงหน้าเสียเปล่า สิ่งที่ทำมาเสียของทันที          

              "วันนี้กรรมการยุทธศาสตร์ยังส่งสัญญาณมาเหมือนเดิมให้เดินหน้า เร่งรัดให้โหวตวาระ 2-3 ให้แล้วเสร็จ อย่างช้าไม่เกินวันที่ 1 พ.ย. เพราะป้องกันเกมการเมืองนอกสภาฯเข้ามากดดันเกมในสภาฯ จึงต้องพยายามปิดเกมโหวตให้เร็วที่สุด" แหล่งข่าวระบุ 

              ส่วนกรณีที่นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กส่งสัญญาณพร้อมถอยและรับฟังเสื้อแดงมากขึ้น เป็นเพียงการหลบกระแสต่อต้านเอาใจมวลชนเสื้อแดงเท่านั้น  

              ส่วนที่แกนนำเสื้อแดงและส.ส.เสื้อแดงบางคนมีท่าทีไม่ยอมรับ จะของดออกเสียงการโหวตร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมวาระ 2 และ 3 เพราะไม่อยากเสียแนวร่วมคนเสื้อแดง ในความเป็นจริง การจะเอาผิดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จากเหตุการณ์สลายชุมนุม เป็นเรื่องยากเพราะขณะนั้นทั้งสองคนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐได้ใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายพิเศษในช่วงนั้น
 
              "แต่แกนนำเสื้อแดงหลายคนปลุกเร้ามวลชนทำนอง ขาข้างหนึ่งของทั้งสองคนนี้แหย่เข้าไปในคุกแล้ว หาก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมผ่าน จะไม่สามารถเอาผิดได้ ทำให้แกนนำเสื้อแดง ส.ส.เสื้อแดง ลำบากใจที่จะไปอธิบายมวลชนหากจะต้องยืนยันตามแนวทางพรรคในการโหวตสนับสนุนพ.ร.บ.นิรโทษกรรม แต่เบื้องลึกในใจ ส.ส.เสื้อแดงรู้ดีว่าไม่สามารถเอาผิดได้ และจะมีเพียง 2-3 คนที่งดออกเสียง คือนายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ นายวรชัย เหมะ และน.พ.เหวง โตจิราการ เนื่องจากไม่อยากสุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 122 หากโหวตสนับสนุนก็สุ่มเสี่ยงต่อความผิด ที่อาจจะขัดกันแห่งผลประโยชน์" แหล่งข่าวระบุ

 

"สมชาย"ขู่แหกมติพรรคละเว้นไม่ได้


              นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานที่ปรึกษาคณะยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยส่งสัญญาณถอยร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมว่า ท่าทีของพรรคเพื่อไทยขณะนี้ยังชัดเจนว่า สนับสนุนร่างที่คณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขตามข้อเสนอของนายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ รองประธานกรรมาธิการฯ
          
              "มีการแถลงชัดเจนว่าส.ส.พรรคเพื่อไทยจะโหวตในทิศทางนี้ทุกคน ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงมติเป็นอย่างอื่น" นายสมชาย ระบุ
 
              นายสมชาย ยังกล่าวถึงกรณีคนเสื้อแดงว่า  ความเห็นของคนเสื้อแดงเราเคารพและเห็นใจ แต่เมื่อพรรคการเมืองซึ่งถือเป็นองค์กรที่คนกลุ่มหนึ่งมาอยู่ร่วมกันว่าอย่างไรก็ต้องปฏิบัติตาม ชุมชนมีกฎเกณฑ์ ประเทศมีกฎหมาย พรรคการเมืองก็เช่นเดียวกัน คนที่อยู่ในพรรคต้องมีวินัย
         
              "ผมชื่นชมนายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท ส.ส.บัญชีรายชื่อและแกนนำนปช. ที่ยอมรับว่าอึดอัดต่อมติพรรคแต่จะทำตาม ความหนักใจ อึดอัดใจเกิดขึ้นได้ แต่สุดท้ายต้องทำตามกติกา รักษาวินัยของกลุ่มที่ตนเองอยู่ "นายสมชาย กล่าว
 
              เมื่อถามว่า แกนนำคนเสื้อแดงที่เป็นส.ส.จะโหวตสวน หรืองดออกเสียง จะมีมาตรการลงโทษถึงขั้นไม่ส่งลงสมัครส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีข้อบังคับของเขา หากใครฝ่าฝืน ก็คงต้องมีมาตรการตามข้อบังคับ จะไปเลือกปฏิบัติ ละเว้นไม่ได้

 

สภาฯเห็นชอบร่างกม.นิรโทษฯม.1แล้ว

 

              ขณะที่การประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมการอภิปรายในมาตรา 1 ว่าด้วยชื่อร่าง “พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ....”โดย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่สงวนความเห็นและแปรญัตติเปลี่ยนแปลงชื่อร่าง ยังคงอภิปรายโดยยกเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี2553 มาประกอบการอภิปราย จึงทำให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ประท้วงเป็นระยะๆ  
             
              ในที่สุดนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เสนอญัตติขอปิดการอภิปรายในมาตรา 1 ทำให้ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ต่างลุกขึ้นประท้วง และโต้เถียงไปมากับ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ทำให้นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานฯคนที่ 2 ในฐานะประธานการประชุมได้ไกล่เกลี่ย เพื่อให้การประชุมเรียบร้อย
 
              ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้มีการพักประชุมเพื่อหารือกันระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายอีกครั้ง นายวิสุทธิ์ จึงสั่งพักการประชุม 5 นาที
          
              ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า เมื่อเปิดประชุมนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานได้ขอร้องให้นายพิเชษฐ์ ถอนญัตติปิดอภิปรายโดยบอกว่า ยังมีสมาชิกที่จะอภิปรายเพียง 4 คนเท่านั้น โดยจะกำหนดเวลาอภิปรายคนละ 7 นาที ซึ่งนายพิเชษฐ์ก็ยอม ทำให้มีการอภิปรายกันต่อ เมื่อสมาชิกอภิปรายครบแล้ว ได้มีการลงมติในมาตรา 1
 
              ปรากฏว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากด้วยคะแนน 317 ต่อ 74 เสียง งด 1 ไม่ลงคะแนน 1 เสียง ทั้งนี้ได้ใช้เวลาการอภิปรายในมาตรา 1 ถึง 5 ชั่วโมง

              หลังจากนั้นได้พิจารณามาตรา 2 ต่อโดยเวลาล่วงเข้าสู่วันที่ 1 พ.ย. โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการบังคับใช้พ.ร.บ.ฉบับนี้ ซึ่งกรรมาธิการเสียงข้างมากกำหนดให้มีผลบังคับใช้ทันที ซึ่งนายวิรัช ร่มเย็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายในฐานะผู้สงวนคำแปรญัติ โดยได้เปิดเผยว่า การพิจารณาในชั้นกรรมาธิการวิสามัญฯนั้นมีความขัดแย้งกันมากแม้นว่าจะอยู่พรรคเดียวกันถึงขั้นวางมวยกันก็มี ส่วนจะเป็นใครนั้นสืบเอาเอง