7 พ.ค. 56  พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยผลประชุมบอร์ด กสท.ว่า มีมติเห็นชอบผลการศึกษาการประเมินมูลค่าคลื่นความถี่ สำหรับการให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล (ทีวีดิจิตอล)  ของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยใช้วิธีประเมินมูลค่าคลื่นฯ ภายใต้โมเดล Business Plan คือพิจารณาจากแผนธุรกิจทีวี และคาดการณ์จำนวนผู้เข้าประมูล มาคำนวณเป็นราคาประเมินมูลค่าคลื่น

                         ทั้งนี้ เห็นชอบราคาประเมินคลื่นเป็นตัวเลขเดียวกับราคาตั้งต้นประมูลทีวีดิจิตอล ประเภทธุรกิจ 24 ช่อง ประกอบด้วย ช่องรายการความคมชัดมาตรฐาน (standard definition :SD) และช่องรายการความคมชัดสูง (high definition :HD) แบ่งเป็น ช่องเด็กเอสดี 3 ช่อง, ข่าวเอสดี 7 ช่อง, วาไรตี้เอสดี 7 ช่อง และเอชดี 7 ช่อง ส่วนกำหนดราคาตั้งต้นประมูล ช่องเด็กเอสดี ราคา 140 ล้านบาท, ช่องข่าวเอสดี 220  ล้านบาท, ช่องวาไรตี้ เอสดี 380 ล้านบาท และช่องเอชดี 1,510 ล้านบาท โดยปรับเพิ่มตัวเลขเล็กน้อยจากราคาประเมินที่คณะที่ปรึกษาเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ เสนอมา โดยจะพิจารณาวิธีการประมูลในการประชุมบอร์ด กสท.วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคมนี้ 

                         อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กสทช. ได้เสนอวิธีการเพิ่มเงินในการประมูล แบ่งรายประเภทช่อง ประกอบด้วย ช่องเด็ก เพิ่มครั้งละ 1ล้านบาท, ช่องข่าว ครั้งละ 2  ล้านบาท, ช่องวาไรตี้ ครั้งละ 5 ล้านบาท และช่องเอชดี ครั้งละ 10 ล้านบาท รวมทั้งวิธีการประมูลอื่นๆ ซึ่งการประมูลจะแบ่งออกเป็น 4 ครั้ง ตามประเภทช่องคือ ช่องเด็ก, ข่าว, วาไรตี้ และเอชดี โดยกำหนดเลขช่องทีวี ประเภทธุรกิจต่อจากทีวีดิจิตอลสาธารณะ จำนวน 12 ช่อง คือ ช่องเด็ก ลำดับที่ 13-15, ช่องข่าว ลำดับที่ 16-22, ช่องวาไรตี้ ลำดับที่ 23-29 และช่องเอชดี ลำดับที่ 30-36 ทั้งนี้ หากจำนวนผู้เข้าประมูลรายประเภท มีเท่ากับจำนวนช่องที่จะประมูล คณะกรรมการอาจจะพิจารณายกเลิกการประมูล โดยขยายเวลาให้ผู้สนใจมาเสนอตัวประมูลเพิ่ม ส่วนกรอบเวลาการประมูลคือเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้

                         "ราคาตั้งต้นประมูลรวมเป็นรายได้ราคาประเมินคลื่น 15,190 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นมูลค่าที่นำไปสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านรับชมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล ด้วยการสนับสนุน "คูปอง" ให้ 22 ล้านครัวเรือนไทยทั่วประเทศ เบื้องต้นเฉลี่ยได้รับครัวเรือนละ 690 บาท เพื่อนำไปเป็นส่วนลดซื้อเครื่องรับโทรทัศน์ดิจิตอล หรือกล่องรับสัญญาณ (set top box) ติดตั้งกับจอทีวีเดิม เพื่อรับชมช่องทีวีดิจิตอล"