การแข่งขันชกมวย "ไทยไฟท์" ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รอบชิงชนะเลิศ ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า คงทำให้หลายคนที่นั่งดูอยู่หน้าจอช่อง 3 รู้สึกตื่นตาตื่นใจไปกับแสงสีเสียงอันตระการตา

              แม้ศึกไทยไฟท์หนล่าสุด จะไม่มีประเด็นการเมืองให้ชาวบ้านร้านตลาดได้ถกกัน แต่ภาพ วัน อยู่บำรุง ขึ้นเวทีถอดมงคลให้ สิงห์มณี แก้วสัมฤทธิ์ ในคู่ที่ชกกับ อังเดร คูเลบิน ก็กลายเป็นหัวข้อสนทนาในโซเชียลเน็ตเวิร์กทันที

              ส่วนใหญ่ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้จัดการชกมวยไทยไฟท์ ต้องเชิญลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี มาโชว์ตัวที่สังเวียนไทยไฟท์ บางรายที่เลือกสีเลือกข้าง ก็ถึงกับออกอาการเบื่อมวยไทยไฟท์ไปเลย

              กล่าวสำหรับคนในแวดวงมวยไทย จะไม่รู้สึกแปลกใจเลย เนื่องจากตระกูล "อยู่บำรุง" เป็นเจ้าของสนามมวยขอบกรุง และมีส่วนในการคัดเลือกนักมวยไทยร่างยักษ์ป้อนให้เวทีไทยไฟท์

              เชื่อว่าแฟนมวยคงคุ้นชื่อ "ศึกจ้าวมวยไทย" ที่ถ่ายทอดสดจากเวทีสยามอ้อมน้อย ทุกเที่ยงวันเสาร์ทางช่อง 3 ซึ่งจัดโดยบริษัท บอสส์ บ๊อกซิ่ง 2000 จำกัด

              เวทีมวยสยามอ้อมน้อย ตั้งอยู่ระหว่างรอยต่อกรุงเทพมหานครกับสมุทรสาคร เป็นเวทีมวยเก่าแก่ ที่ก่อร่างสร้างมาโดย "เฮียจั๊ว" มานพ หอประเสริฐกิจ (เสียชีวิตแล้ว) กับผจญ อุลปาทร ซึ่งตระกูล "อยู่บำรุง" ได้เข้ามาเป็นหุ้นส่วนใหญ่ในบริษัท บอสส์ บ๊อกซิ่ง 2000 จำกัด เมื่อไม่กี่ปีมานี้

              ปัจจุบัน ธีรยุทธ หอประเสริฐกิจ ลูกชายเฮียจั๊ว กับ เถลิง อยู่บำรุง น้องชายสารวัตรเฉลิม เป็นผู้บริหารสนามมวยสยามอ้อมน้อย

              "วัน" ไม่มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นเหมือน "อาจหาญ" กับ "ดวง" แต่ตัวเขามักจะไปปรากฏตัวที่เวทีมวยสยามอ้อมน้อยอยู่บ่อยๆ ส่วนใหญ่ก็จะขึ้นไปมอบรางวัลให้นักมวยผู้ชนะในศึกมวยรอบบริษัทรถยนต์

              สองสามปีมานี้ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ร่วมกับบริษัท บอสส์ บ๊อกซิ่ง 2000 จำกัด จัดแข่งขันศึกมวยไทยอีซูซุคัพ ภายใต้โครงการ "รักชาติ..รักษ์มวยไทย" นำนักมวยพิกัด 142-145 ปอนด์ มาร่วมประชันเชิงมวยไทยจนได้รับความนิยมจากแฟนมวยจอตู้

              ที่สำคัญ มวยรอบอีซูซุจะเป็นบันไดขั้นแรกสู่การเข้าชิงความเป็นยอดมวยไทย เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยไปสู้ศึกบนสังเวียนระดับโลก "ไทยไฟท์" โดยแชมป์ปีที่แล้วคือ สิงห์มณี แก้วสัมฤทธิ์ ยอดมวยรุ่นใหญ่ที่วัน อยู่บำรุง ขึ้นไปถอดมงคลเมื่อวันก่อน

              จากที่เล่ามาข้างต้นก็จะทำให้เห็นภาพความสัมพันธ์ระหว่าง "เวทีมวยสยามอ้อมน้อย" กับกลุ่มผู้จัดไทยไฟท์ ที่มีช่อง 3 เป็นกองหนุนเหมือนกัน

              ไม่เพียงเท่านั้น นักมวยในสังกัด "บัวขาว" แห่งค่ายบัญชาเมฆยิม ยังขึ้นชกที่สังเวียนอ้อมน้อยอยู่เป็นประจำ แถมทีมงานกรรมการตัดสินบนเวทีไทยไฟท์ ก็เป็นกรรมการอ้อมน้อย

              จะว่าไปแล้ว ไทยไฟท์ก็เป็น "ธุรกิจกีฬากับการเมือง" ไม่ต่างจากมวยไทยวอริเออร์ส เพราะมีนักการเมืองรับบทประธานจัดการแข่งขันเช่นเดียวกัน โดย "สุวัจน์ ลิปตพัลลภ" ยืนเป็นแม่งานฝั่งไทยไฟท์ และ "พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร" เป็นแม่งานฝั่งมวยไทยวอริเออร์ส

              วัฒนธรรมการกีฬากับการเมืองในบ้านเรา ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น หากแต่มันดำรงอยู่อย่างนี้มาตั้งแต่ยุค "จอมพลถนอม-จอมพลประภาส" กับยอดโปรโมเตอร์ "เทียมบุญ อินทรบุตร" และสนามมวยช่อง 7 สี

              แม้เราจะชื่นชอบวัฒนธรรมเสรีนิยม และคลั่งไคล้บริโภคนิยม แต่จริงๆ แล้ว วัฒนธรรมอุปถัมภ์ยังฝังลึกในสังคมไทย โดยเฉพาะแวดวงกีฬาบ้านเราที่ไม่ยอมเปลี่ยน

 

..........

(หมายเหตุ : 'อยู่บำรุง'กับไทยไฟท์ : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา)