ใกล้ถึงวันครบวาระการดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (10 ม.ค. 2556) ซึ่งจะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งภายใน 45 วัน และมีการระบุวันที่น่าจะเป็นวันเลือกตั้ง คือ วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2556

               ตามพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 (แก้ไขเพิ่มเติมถึง พ.ศ.2542) มาตรา 89(1) กรุงเทพมหานคร มีอำนาจหน้าที่ดำเนินกิจการรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน โดยออกข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร แต่ที่ผ่านมาจากอดีตถึงปัจจุบัน หน้าที่นี้ กรุงเทพมหานคร มักอาศัยตำรวจที่ปฏิบัติงานในเขตกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตำรวจนครบาลเป็นหลักในการดูแลทุกข์สุขของชาวกรุงเทพฯ

               ประสิทธิภาพและประสิทธิผล ย่อมขึ้นกับคุณสมบัติและขีดความสามารถของผู้บัญชาการตำรวจนครบาลกับบรรดาผู้บังคับการทั้งหลาย ซึ่งพิสูจน์มาแล้วว่า ยังไม่สร้างความพึงพอใจแก่คนกรุงเทพฯ อย่างเพียงพอ เป็นหน้าที่ผู้ว่าฯ กทม. จะต้องเติมเต็มในส่วนนี้

               การปฏิบัติหน้าที่ของ ผู้ว่าฯ กทม. ในอดีตที่ผ่านมา มักจะเน้นหนักไปในด้านการสร้าง การดูแลปรับปรุง ระบบสาธารณูปโภค และพัฒนาสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกในการประกอบอาชีพของคนกรุงเทพฯ

               แต่ขาดการรักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่พักอาศัยในเขตกรุงเทพมหานคร สำนักเทศกิจ ก็เพียงการจัดระเบียบการสัญจรไปมาบนทางเดินเท้า และบังคับใช้เทศบัญญัติเกี่ยวกับความสะอาด สุขอนามัยเท่านั้น

               สิ่งที่คนกรุงเทพฯ อยากเห็น ก็คือ กรุงเทพมหานคร ร่วมมือกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล ในการจัดเจ้าหน้าที่ออกตรวจตราป้องกันอาชญากรรมร่วมกัน เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในสังคมกรุงเทพฯ ให้คนกรุงเทพฯ อยู่กันอย่างมีความสุข มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน หากจะมีผู้ว่าฯ กทม.ที่สามารถประสานความร่วมมือกับตำรวจนครบาลได้จะเป็นประโยชน์แค่คนกรุงเทพฯ

               ขณะนี้ มีผู้ที่เปิดตัว และคาดว่าจะเปิดตัว เป็นผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.อยู่แล้ว 2 ท่าน ท่านหนึ่ง เป็นข้าราชการตำรวจบำนาญ อีกท่านหนึ่งเป็นข้าราชการตำรวจประจำการ นับว่าน่าสนใจ เกียรติประวัติการรับราชการ เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ว่าฯ กทม. ท่านปัจจุบัน คนกรุงเทพฯ ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ย่อมใช้วิจารณญาณตัดสินใจว่าจะไว้วางใจผู้ใด เป็นผู้ว่าฯ กทม.ในระยะ 4 ปีข้างหน้า

               ข้อสำคัญ ต้องดูที่คนมิใช่ดูที่พรรค ดูว่าเป็นหน้าเป็นตาให้แก่คนกรุงเทพฯ ได้หรือไม่?