ข่าวการสังหารหมู่นักเรียนชั้นประถมและครู ในโรงเรียนที่รัฐคอนเนคติคัต สหรัฐ นอกจากจะเป็นเรื่องที่น่าเศร้าสลดใจแล้วก็ทำให้เกิดคำถามตามมาว่าทำไมเหตุการณ์ทำนองนี้ถึงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และถึงเวลาหรือยังที่ทางการสหรัฐ และประเทศอื่นๆ จะต้องเข้มงวดกับการมีอาวุธปืน

              สหรัฐเป็นประเทศที่ผลิตอาวุธปืนรายใหญ่ของโลก จากตัวเลขเมื่อ ค.ศ.2005 สหรัฐผลิตปืนได้ทั้งสิ้นประมาณ 1.2 ล้านกระบอก แต่ส่งไปจำหน่ายต่างประเทศ 4.7 หมื่นกระบอก หรือร้อยละ 4.3 ส่วนอีก 96% จำหน่ายแก่ชาวอเมริกันในสหรัฐและกฎหมายแต่ละรัฐในเรื่องการครอบครองอาวุธปืนก็มีความแตกต่างกันออกไป เช่นในแคลิฟอร์เนีย ทางการอนุญาตให้ประชาชนซื้อหาปืนไรเฟิล ปืนลูกซอง และปืนพก ได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาตก่อน เพียงแต่ปืนพกจะต้องลงเลขทะเบียนปืนไว้กับตำรวจ ส่วนการพกปืนจะต้องได้รับอนุญาตจากทางการก่อน แต่เยาวชนที่อายุ 18 ปี ก็มีสิทธิจะครอบครองอาวุธปืนได้

              ในรัฐนิวยอร์กประชาชนสามารถซื้อปืนยาวได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ส่วนปืนสั้นต้องขออนุญาตก่อน ยกเว้นในนิวยอร์ก ซิตี้ ที่ปืนยาวก็ต้องขออนุญาตเช่นกัน แต่เยาวชนอายุ 18 ปี ก็มีสิทธิครอบครองอาวุธปืนได้ รัฐแมสซาชูเซตส์ ผู้จะซื้อและพกพาอาวุธปืนต้องได้รับการอนุญาตก่อน สำหรับผู้ครอบครองปืนยาว จะต้องมีอายุ 21 ปีขึ้นไป ส่วนเวอร์จิเนีย คนทั่วไปสามารถซื้อปืนสั้นและปืนยาวได้โดยไม่ต้องขออนุญาต เช่นเดียวกับรัฐฟลอริดา แต่ต้องมีใบอนุญาตพกพาจึงจะนำปืนติดตัวไปได้

              อย่างไรก็ตาม กฎหมายควบคุมอาวุธปืนของสหรัฐ มีข้อจำกัดว่า คนที่จะซื้อปืนได้นั้น จะต้องไม่เป็นผู้ที่เคยก่ออาชญากรรม ติดยาเสพติด และหากเป็นเยาวชนต้องมีอายุตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งปัจจุบันนี้คนอเมริกันทั่วประเทศมีอาวุธปืนอยู่ในครอบครองรวมทั้งสิ้น ประมาณ 270 ล้านกระบอก

              จากสถิติที่มีผู้รวบรวมไว้ พบว่าเมื่อปีที่แล้ว มีคนในสหรัฐ ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต 10,728 ราย ขณะที่ในสหราชอาณาจักร มีจำนวน 81 ราย ญี่ปุ่น 48 ราย แคนาดา 52 ราย สวิตเซอร์แลนด์ 34 ราย เยอรมนี 42 ราย ฯลฯ ซึ่งปัจจัยสำคัญของจำนวนผู้เสียชีวิตด้วยอาวุธปืนที่สูงมากในสหรัฐ น่าจะเกิดจากการที่คนอเมริกันสามารถซื้อหาอาวุธปืนได้ค่อนข้างเสรี จึงทำให้มีเสียงเรียกร้องให้ทางการหาทางควบคุมหรือจำกัดการมีอาวุธปืนของประชาชนทั่วไป

              เรื่องนี้หากฟังจากเหตุการณ์สังหารหมู่ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง และเหตุผลด้านความปลอดภัยของสังคม ก็อาจจะเห็นว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรและน่าจะได้รับการสนับสนุนจากชาวสหรัฐส่วนใหญ่ แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว การจำกัดสิทธิการครอบครองอาวุธปืนของชาวอเมริกัน อาจขัดกับรัฐธรรมนูญสหรัฐ ที่ว่า “ชาวอเมริกันมีสิทธิมีอาวุธไว้ในความครอบครอง” ซึ่งสอดคล้องกับสภาพบ้านเมืองของสหรัฐ ใน ค.ศ.1787 หรือเมื่อ 225 ปีที่แล้ว ซึ่งยังเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน ประชาชนจำเป็นต้องมีอาวุธไว้คุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินจากโจรผู้ร้าย

              อย่างไรก็ตาม รัฐบางรัฐในสหรัฐก็เลี่ยงไปใช้มาตรการที่มีความยุ่งยากขึ้น เช่นบางรัฐห้ามซื้อขายอาวุธร้ายแรงที่มีประสิทธิภาพสูง ยืดเวลาในการตรวจสอบประวัติอาชญากรให้นานกว่าเดิม หรือบันทึกข้อมูลของผู้เป็นเจ้าของปืนอย่างละเอียด แต่ก็มีผู้ให้ความเห็นว่าคนอเมริกันส่วนใหญ่จะได้รับการฝึกให้มีความสามารถในการใช้อาวุธปืน และตระหนักในสิทธิของตนตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้น มาตรการของบางรัฐจึงอาจเป็นการสร้างปัญหาขึ้นได้

              ครับ การสังหารหมู่ในโรงเรียนประถมศึกษา ในสหรัฐ เป็นเรื่องที่สั่นสะเทือนขวัญคนอเมริกัน ทุกระดับ จากข้างถนนถึงทำเนียบขาว แต่ชายแดนภาคใต้ของเมืองไทยเรา ก็มีการสังหารครูและนักเรียนกันไม่เว้นแต่ละวันมาหลายปีดีดักแล้ว ไม่ทราบว่าเมื่อไหร่จะกระเทือนถึงคนในตึกไทยคู่ฟ้าบ้างครับ ?