การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จในสมัยนี้ดูจะมีความเป็นไปได้มากกว่าสมัยก่อน เนื่องจากมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยพัฒนาและอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจมากมาย ผสมผสานกับความรู้และประสบการณ์ของเจ้าของกิจการและผู้บริหารมืออาชีพที่สั่งสมและพัฒนากันมาอย่างต่อเนื่องก็ช่วยมุ่งสู่ความสำเร็จได้ไม่ยากเย็นเท่าไหร่นัก แต่จะสำเร็จได้อย่างยั่งยืนหรือไม่? ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการหาคำตอบ

                          เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ ก็ได้ร่วมกับสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เชิญ คุณพิชัย ชุณหวชิร นายกสภาวิชาชีพบัญชีฯ คุณลักษณะน้อย พึ่งรัศมี ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักงานผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ การเงินและการลงทุน เอสซีจี คุณปริศนา ประหารข้าศึก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บัญชีองค์กร ปตท. และคุณไปรเทพ ซอโสตถิกุล กรรมการในเครือซีคอน กรุ๊ป และผู้เชี่ยวชาญด้านการวางระบบงานธุรกิจ มาร่วมกัน “ถอดรหัสการขับเคลื่อนสู่องค์กรแห่งความเป็นเลิศอย่างยั่งยืน” จึงขอสรุปสาระบางช่วงบางตอนมา “เล่าสู่กันฟัง” เพื่อเป็นแนวคิดในการนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับธุรกิจและการทำงานของแต่ละท่าน

                          ตามธรรมชาติของคนเรา มักจะมีความฉลาดพอๆ กัน แต่ที่เห็นบางคนดูเหมือนจะฉลาดกว่า นอกเหนือจากการที่เขารู้จักบูรณาการสิ่งจำเป็นต้องเรียนรู้ในการทำธุรกิจ 3 ด้าน คือ รู้จักธุรกิจ คน และเงิน แล้ว ยังมาจากการที่เขามีระบบการบริหารจัดการในด้านต่างๆ ที่ดีกว่า ทำให้มีข้อมูลมากกว่า รู้เรื่องมากกว่า ส่งผลให้ตัดสินใจได้ดีและได้ถูกต้องกว่าโดยใช้เวลาที่น้อยกว่า นับเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยสร้างความได้เปรียบท่ามกลางการแข่งขันทางธุรกิจที่กำลังเข้มข้นในขณะนี้

                          การมีระบบงานธุรกิจ เช่น ระบบทางด้านการผลิต ระบบขนส่ง ระบบโรงแรม ระบบการพิมพ์ ระบบธนาคาร ระบบลูกค้า ระบบบัญชี ฯลฯ ที่ดี มีประสิทธิภาพ และมีการพัฒนาปรับเปลี่ยนกระบวนการธุรกิจให้ตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจและความต้องการของลูกค้าอยู่เสมอ คือ กุญแจสำคัญของความสำเร็จในการขับเคลื่อนสู่องค์กรแห่งความเป็นเลิศอย่างยั่งยืน ที่จะช่วยให้องค์กรสามารถทำได้ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ได้อย่างสม่ำเสมอ ทำให้งานออกมาดีขึ้นและง่ายต่อการแก้ไขปัญหา เพราะถ้าหากทำผิดขั้นตอนไหนก็ตาม ก็จะรู้ได้ทันทีว่าจะต้องแก้ไขตรงจุดไหน นอกจากนี้ยังช่วยให้สามารถวัดผลและวางเป้าหมายได้ชัดเจนมากขึ้น

                          หัวใจของการวางระบบงานจึงอยู่ตรงที่กระบวนการส่งสัญญาณที่จะสื่อสารการทำงานทั้งต่อตัวเองและเพื่อนร่วมงาน เป็นสัญญาณที่จะทำให้คนทั่วทั้งองค์กรเข้าใจกระบวนการทำงานตรงกัน เนื่องจากองค์กรส่วนใหญ่จะขับเคลื่อนด้วยคน หากคนทำงานเข้าใจไม่ตรงกันก็จะเกิดความยุ่งยาก ดังนั้นการมีระบบที่ดีจึงช่วยทำให้เข้าใจถึงกระบวนการทำงานต่างๆ เช่น จะช่วยเตือนตัวเองว่าต้องทำอะไรต่อ หรือบอกให้เพื่อนร่วมงานรู้ว่าควรจะเริ่มงานต่อจากเราได้เมื่อไหร่ ช่วยให้หัวหน้าตรวจสอบการทำงานของลูกน้องว่าทำผิดขั้นตอนไหนหรือเปล่า และช่วยให้ผู้บริหารสามารถกำหนดเป้าหมายและการวัดผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ฯลฯ

                          หากมองเทียบกับแผนการดำเนินงานทางธุรกิจ อาจมองเรื่องความสำเร็จเป็นแผนระยะสั้น และความยั่งยืนเป็นแผนระยะยาว แต่หากไม่มีการวางแผนและการจัดการทำงานด้านต่างๆ ไว้อย่างเป็นระบบตามที่ควรจะเป็น การมุ่งสู่ความยั่งยืนก็จะคงเป็นไปได้อย่างลำบากเช่นกัน!

 

 

--------------------

(เล่าสู่กันฟัง : ถอดรหัสการขับเคลื่อน สู่องค์กรความเป็นเลิศอย่างยั่งยืน : โดย...บัญญัติ  คำนูณวัฒน์)