18 ธ.ค. 55  การก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรี กั้นแม่น้ำโขงตอนล่างในเขตประเทศลาว ซึ่งแม้จะมีเสียงคัดค้านจากภาคประชาชนถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับพันธุ์ปลาในลุ่มน้ำโขงที่หล่อเลี้ยงประชากรในประเทศลุ่มน้ำโขงกว่า 60 ล้านคน ล่าสุดทางองค์การกองทุนสัตว์โลกสากล (WWF ) ได้เปิดเผยรายงานการวิจัยการค้นพบพันธุ์สัตว์ชนิดใหม่ในลุ่มแม่น้ำโขงเพิ่มเติมอีก 10 สายพันธุ์

                          นายนิก ค็อกซ์ ผู้จัดการโครงการอนุรักษ์ชนิดพันธุ์ลุ่มแม่น้ำโขง WWF กล่าวว่า จากการศึกษาของกองทุนสัตว์โลกสากล เพื่อจัดศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพในเขตลุ่มแม่น้ำโขงของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ครอบคลุมกัมพูชา ลาว พม่า ไทย เวียดนาม ไปจนถึงพื้นที่มณฑลยูนาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน นับตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา ทำให้มีการค้นพบสัตว์สายพันธุ์ใหม่ในเขตลุ่มน้ำโขงที่ได้รับการบันทึกทางวิทยาศาสตร์มากถึง 1,710 สายพันธุ์แล้ว แต่ล่าสุดการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ในปี 2554 มีการค้นพบสัตว์สายพันธุ์ใหม่รวม 126 สายพันธุ์ในแถบลุ่มแม่น้ำโขง โดยแบ่งเป็นพืช 82 พันธุ์ ปลา 13 พันธุ์ สัตว์เลื้อยคลาน 21 พันธุ์ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ 5 พันธุ์ และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอีก 5 พันธุ์ และได้ถูกนำเสนอเป็นรายงาน Final Frontier เรียบร้อยแล้ว

                          นายค็อกซ์ กล่าวว่า หนึ่งในสัตว์ที่ค้นพบใหม่ในลุ่มน้ำโขง ได้แก่ ค้างคาวสายพันธุ์ใหม่ ที่ได้ชื่อตามหน้าตาราวปีศาจ ปลาตาบอดในธารน้ำใต้ดิน งูเขียวหางไหม้ตาทับทิม และกบที่ร้องราวกับนก เป็นสายพันธุ์ที่โดดเด่นเป็นพิเศษในรายงาน นอกจากนี้ยังมีค้างคาวจมูกท่อบีลเซอบับ ที่ได้รับการตั้งชื่ออย่างเหมาะสมรวมอยู่ด้วย มันเป็นสัตว์ตัวเล็กจิ๋ว แต่มีหน้าตาราวปีศาจที่พบได้เฉพาะในเวียดนาม ค้างคาวบีลเซอบับ พึ่งพาป่าเขตร้อนในการดำรงชีวิตเช่นเดียวกับค้างคาวจมูกท่ออีกสองชนิดที่ค้นพบในปี 2554 และพวกมันเปราะบางต่อการทำลายป่าอย่างยิ่ง ซึ่งในช่วงเพียง 4 ทศวรรษ ป่าในแถบลุ่มแม่น้ำโขงหายไปถึงร้อยละ 30 แล้ว

                          "การค้นพบในปี 2554 เป็นข้อพิสูจน์ว่าลุ่มแม่น้ำโขง เป็นภูมิภาคที่มีความหลากหลายทางชีววิทยาอย่างน่าทึ่ง แต่ขณะเดียวกัน สัตว์สายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งค้นพบ ก็ต้องดิ้นรนเพื่อมีชีวิตรอดเพราะถิ่นอาศัยเหลือน้อยลง และมีเพียงการลงทุนเพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่สงวน และการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว เท่านั้น ที่เราจะได้เห็นสัตว์สายพันธุ์ใหม่เหล่านี้ ได้รับการปกป้อง และทำให้ยังมีความหวังจะค้นพบสายพันธุ์สัตว์ที่น่าสนใจ ต่อไปในอนาคต"

                          ผู้จัดการโครงการอนุรักษ์ชนิดพันธุ์ลุ่มแม่น้ำโขง WWF กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เรายังพบ ปลาตีนสายพันธุ์ใหม่ (Clarias gracilentus) ที่ค้นพบในลำธารบนเกาะฟู ก๊วก (Phu Quoc) สามารถเคลื่อนที่ข้ามพื้นดิน โดยใช้ ครีบอกเพื่อดันตัวให้ตรงขณะค่อยๆ ขยับตัวไปข้างหน้าด้วยวิธีการเคลื่อนที่คล้ายงู และปลาตัวจิ๋วเหลือบสี (Boraras naevus) ยาวเพียง 2 เซ็นติเมตร ที่มีการค้นพบทางภาคใต้ของประเทศไทย และตั้งชื่อตามจุดสีดำบนลำตัวสีทองของมัน (ซึ่งคำว่า naevus แปลว่าตำหนิ ในภาษาละติน) ส่วนปลาตัวสีขาวมุกอมชมพูจากตระกูลปลาคาร์ป พบอยู่ในฝูงปลาที่จับจากแม่น้ำเซบั้งไฟ แม่น้ำสาขาของแม่น้ำโขงบริเวณภาค กลางของประเทศลาว ซึ่งมีช่วง 7 กิโลเมตรที่ไหลผ่านน้ำพุหินปูนใต้ดิน ปลา Bangana musaei ที่อาศัยในถ้ำ เป็นปลาที่ตาบอดสนิท และได้รับการกำหนดให้เป็นปลาที่เสี่ยงสูญพันธุ์ทันที เพราะความที่มันต้องอยู่ในพื้นที่จำกัด

                          "ทั้งนี้แม่น้ำโขงค้ำจุนปลาราว 850 สายพันธุ์ และยังเป็นแหล่งประมงน้ำจืดที่มีการทำประมงมากที่สุดในโลก ซึ่งการตัดสินใจของประเทศลาวในการก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรีในลำน้ำโขง จึงเป็นการคุกคามความหลากหลายทางชีวภาพที่สุดพิเศษ และความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำโขงที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเกื้อหนุนวิถีชีวิตของประชากร มากกว่า 60 ล้านคน ทั้งนี้แม่น้ำโขงถือเป็นรองเพียงแม่น้ำอะเมซอนเท่านั้น การก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรีจะ กลายเป็นปราการที่ไม่สามารถก้าวข้ามได้สำหรับปลาหลายสายพันธุ์ จึงเป็นเหมือนกับสัญญาณมรณะของสัตว์ ทั้งที่เป็นที่รู้จักและที่เพิ่งมีการค้นพบ"

                          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในรายงานฉบับนี้ยังกล่าวถึงสัตว์อีกหลายชนิด เช่น กบต้นไม้สายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งค้นพบในป่าพื้นที่สูงในประเทศเวียดนาม มีเสียงร้องที่ซับซ้อนจนฟังดูเหมือนเสียงนกร้องมากกว่ากบทั่วไป นอกจากนี้ขณะที่กบตัวผู้ส่วนใหญ่จะร้องเสียงเดิมซ้ำไปมาเพื่อดึงดูดตัวเมีย แต่กบต้นไม้ “ก๋วง” (Quang) จะเปลี่ยน เสียงร้องต่างไปในแต่ละครั้ง ไม่มีเสียงไหนที่เหมือนเดิม และเสียงร้องแต่ละครั้งก็จะเป็นเสียงที่มีการผสมกันของเสียงกริ๊ก เสียงหวีด และเสียงเชี้ยบ เรียงกันเป็นเอกลักษณ์ และเมื่อพูดถึงกบในตระกูลอึ่ง Leptobrachium ทุกอย่างอยู่ที่ดวงตา ในจำนวนกว่า 20 สายพันธุ์ สิ่งที่โดดเด่นที่สุด คือ ดวงตาที่มีสีสันหลายหลาก อึ่ง Leptobrachium leucops ค้นพบในปี 2554 ที่ป่าดิบชื้นและป่าดิบเขาสูงในพื้นที่ภาคใต้ของ เวียดนาม มีความแตกต่างจากสายพันธุ์อื่นเพราะมีดวงตาสีขาวดำตัดกันชัดเจน    

                          นอกจากนี้ยังมีการค้นพบสัตว์เลื้อยคลานจำพวกงูสายพันธุ์ใหม่อีกไล่เรียงมาอีก 21 สายพันธุ์ในปี 2554 ซึ่งรวมถึงงูเขียว หางไหม้ตาทับทิม (Trimeresurus rubeus) ที่พบในป่าใกล้นครโฮจิมินห์ อัญมณีแห่งป่าเม็ดใหม่นี้ ยังแพร่พันธุ์อยู่ตามแถบภูเขา เตี้ยๆทางใต้ของเวียดนาม และตามป่าตะวันออกบนที่ราบสูง Lang Bian ในเขตกัมพูชาด้วย ส่วนงูเหลือมหางสั้นได้รับการค้นพบบริเวณก้นลำธารในศูนย์สงวนพันธุ์สัตว์ไจก์ทิโย Kyaiktiyo ในประเทศพม่า แต่แม้ว่าจะมีการสำรวจซ้ำภายหลังกลับไม่พบตัวงูเหลือมแคระไจก์ทิโย (Python kyaiktiyo) ที่หายากนี้อีก ดังนั้นข้อมูลเกี่ยวกับนิเวศวิทยา การกระจายพันธุ์หรือภัยคุกคามของสัตว์สายพันธุ์นี้ จึงมีน้อยมาก อย่างไรก็ตางูหลามขนาด 1.5 เมตรนี้ น่าจะเผชิญภัยกับภัย คุกคามเช่นเดียวกับงูเหลือมพันธุ์อื่นๆ ซึ่งรวมไปถึงการสูญเสียถิ่นอาศัย และการลักลอบล่าเอาเนื้อ หนัง และเพื่อขายเป็น สัตว์หายาก

                          "การลักลอบล่าสัตว์ป่าเพื่อค้าอย่างผิดกฎหมาย กลายเป็นภัยคุกคามที่หนักที่สุด และเสี่ยงจะทำให้สัตว์หลายสายพันธุ์ทั่วเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้สูญพันธุ์" ค็อกซ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อรับมือกับภัยคุกคามนี้  WWF และ TRAFFIC จึงร่วมกันเปิดตัวแคมเปญ ระดับโลกในปีนี้ เพื่อเพิ่มการบังคับใช้กฎหมาย ออกข้อห้ามที่เข้มงวด และลดความต้องการสินค้าจากสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์  

                          สำหรับรายงาน Final Frontier เน้นให้เห็นถึงสัตว์สายพันธุ์ใหม่ 10 สายพันธุ์ ที่เพิ่งมีการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ จากจำนวนพืช 82 พันธุ์ ปลา 13 พันธุ์ สัตว์เลื้อยคลาน 21 พันธุ์ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ 5 พันธุ์ และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอีก 5 พันธุ์ ที่มีการค้นพบในปี 2554 ในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ครอบคลุมกัมพูชา ลาว พม่า ไทย เวียดนาม ไปจนถึงพื้นที่มณฑลยูนาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน นับตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา มีการค้นพบสัตว์สายพันธุ์ใหม่ในเขตลุ่มน้ำโขงที่ได้รับการบันทึกทาง วิทยาศาสตร์มากถึง 1,710 สายพันธุ์

 

 

 

---------------------

(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว : AFP)