ช่วงประมาณเที่ยงคืนวันที่ 15 ธันวาคม ที่ผ่านมา เกิดกลุ่มควันไฟจางๆ พวยพุ่งออกมาจากห้องพักเลขที่ 42/270 ชั้น 8 อาคาร 5 คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านถนนวัชรพล แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ แต่เพียงไม่นานควันไฟได้ก่อตัวหนาจนเล็ดลอดจากประตูห้อง!!

             หัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัยรับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ในห้องพักดังกล่าว จึงรีบแจ้งตำรวจ และไปตรวจสอบพร้อมกับหิ้วถังดับเพลิง เมื่อไปถึงหน้าห้องพบว่าประตูหน้าห้องชั้นแรกเป็นประตูลูกกรงเหล็กถูกล็อกด้วยแม่กุญแจ 2 ลูก ทั้งนอกและในประตูลูกกรงเหล็ก จึงตัดสินใจใช้คีมตัดเหล็กตัดแม่กุญแจออก จากนั้นพบประตูห้องเป็นไม้อีกชั้นล็อกลูกบิดไว้ จึงพังลูกบิดเข้าไป

             ต้นเพลิงอยู่ในห้องน้ำ พบ นางภัทรภร พฤกษะศรี อายุ 40 ปี พนักงานที่ดินชำนาญการ ระดับซี 5 สำนักงานที่ดินกรุงเทพ สาขาจตุจักร เสียชีวิตลักษณะนอนหงาย มีร่องรอยถูกไฟเผาตั้งแต่ลำตัวไปจนถึงอวัยวะเพศ บนร่างกายมีเศษผ้าเช็ดตัวและเศษหนังสือพิมพ์ที่ไหม้จนเกรียม ต่อมา พ.ต.อ.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผกก.สน.คันนายาว พ.ต.ท.ขจร อบทอง รอง ผกก.สส.สน.คันนายาว พ.ต.ต.เดชาวัสส์ ขันกสิกรรม สว.สส.สน.คันนายาว และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ

             หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผบช.น. เรียกประชุม พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี ผบก.น.2 พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รองผบก.น.2 และชุดสืบสวน เพื่อคลี่คลายคดี ในที่ประชุมตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า การเสียชีวิตของนางภัทรภรค่อนข้างมีเงื่อนงำหลายอย่าง ทั้งลักษณะการเสียชีวิตคล้ายกับเสียชีวิตมาแล้วหลายชั่วโมง ร่างกายเริ่มแข็งตัว ไม่มีลักษณะของการดิ้นทุรนทุราย

             เบื้องต้นชุดสืบสวนยังไม่ระบุแน่ชัดว่าเป็นการฆ่าตัวตาย หรือฆาตกรรม แต่การสังเกตลักษณะที่เกิดเหตุจากคำบอกเล่าของพยานที่พบเหตุเพลิงไหม้และพบผู้เสียชีวิต ซึ่งประตูเข้าห้องพักมีการล็อกแม่กุญแจทุกประตู แต่ทรัพย์สินของผู้ตาย ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ โน้ตบุ๊กและลูกกุญแจหายไป

             นอกจากนี้ข้อมูลการสืบสวนทราบว่า นางภัทรภร เพิ่งย้ายมาอยู่ที่คอนโดแห่งนี้ประมาณ 4 เดือน มีนิสัยชอบเล่นเฟซบุ๊ก ก่อนเกิดเหตุช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายน มีเด็กหนุ่มวัยรุ่น รูปร่างผอมสูง ผมหยักศก ผิวค่อนข้างขาว ใบหน้ามีรอยแผลเป็นจากสิว มาพักอาศัยกับนางภัทรภรเป็นครั้งคราว บางครั้งก็มีปากเสียงกัน และวันเกิดเหตุพยานแวดล้อมอ้างว่า เด็กหนุ่มวัยรุ่นคนนี้กำลังกดลิฟต์โดยสารจากชั้น 8 มีท่าทางลุกลี้ลุกลน ก่อนจะพบกลุ่มควันออกมาจากห้องต้นเพลิง

             ข้อมูลการสืบสวนทั้งหมดถูกตรวจสอบอย่างละเอียด รวมถึงผลการชันสูตรพลิกศพของแพทย์นิติเวช สถาบันนิติเวชวิทยา สันนิษฐานว่า การเสียชีวิตของนางภัทรภรน่าจะขาดอากาศหายใจก่อนที่จะถูกไฟเผา เพราะการชันสูตรพบจุดเลือดคั่งบริเวณตา น่าจะเกิดจากการถูกบีบคออย่างรุนแรง ทำให้ชุดสืบสวนมั่นใจว่าเป็นคดีฆาตกรรมอำพราง จึงออกติดตามหนุ่มวัยรุ่นต้องสงสัย ด้วยการนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาตรวจสอบ ขณะเดียวกันเพื่อนร่วมงานของนางภัทรภรให้เบาะแสข้อมูลของเด็กหนุ่มวัยรุ่นคนนี้คือ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี

             ชุดสืบสวนจึงติดตามไปที่บ้านของผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมอำพราง ที่บ้านพักย่านพระราม 2 กรุงเทพฯ แต่ไม่พบ เจอเพียงแม่ของนายเอ ให้ข้อมูลว่า ลูกชายคนโตไม่ได้มาที่บ้าน ก่อนหน้านี้ประมาณ 2-3 วันที่ผ่านมา เพิ่งมาขอเงินใช้ แล้วขอสำเนาทะเบียนบ้าน บอกว่าจะเอาไปสมัครงาน

             "เพื่อนของลูกชายมาบอกว่าลูกชายฆ่าแฟนสาว ตอนนั้นก็ไม่เชื่อ แต่นิสัยลูกชายเหมือนเด็กมีปัญหา เพราะเลิกกับพ่อเขาตั้งแต่เขาอายุเพียงไม่กี่ขวบ ซึ่งเขาเป็นคนใจร้อน ขี้โมโหเอาแต่ใจตัวเอง บางครั้งลูกชายก็โมโหชอบตีน้องที่เป็นลูกของสามีใหม่" แม่ของผู้ต้องสงสัย กล่าว

             ระหว่างสอบปากคำแม่ของนายเอ ชุดสืบสวนที่ซุ่มโป่งบริเวณบ้านพัก รับแจ้งเบาะแสว่า มีผู้เห็นนายเอเดินเข้าไปในร้านอินเทอร์เน็ตแห่งหนึ่งย่านพระราม 2 ชุดสืบสวนเดินทางไปตรวจสอบแล้วพบตัว จึงเชิญมาสอบสวน และรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือฆ่านางภัทรภร เพราะความหึงหวง

             "ผมรู้จักกับนางภัทรภรผ่านทางเฟซบุ๊ก ทราบว่าเป็นแม่ม่าย ก็คบหากันเรื่อยมา จนกระทั่งมีความสนิทสนมกัน แต่มักมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง เพราะทราบว่านางภัทรภรไม่อยากให้ผมอยู่ภายในห้อง แล้วแอบรู้ว่านางภัทรภรกำลังคบหากับชายอื่น แล้วไปเที่ยวด้วยกันบ่อยครั้ง จึงเกิดความหึงหวง ก่อนเกิดเหตุดื่มเบียร์จนเมา แล้วก็ทะเลาะกันอย่างรุนแรง และด้วยความโมโหจึงใช้มือบีบคอจนกระทั่งนางภัทรภรแน่นิ่ง จากนั้นลากตัวเข้าไปในห้องน้ำพันด้วยผ้าปูที่นอนแล้วจุดไฟเผาเพื่ออำพรางคดี แล้วหยิบทรัพย์สินของนางภัทรภรออกมาแล้วล็อกแม่กุญแจประตูทางเข้าห้องพัก" นายเอ กล่าวอ้าง

.......

(หมายเหตุ : หึงอำมหิต..ฆ่าเผา'สาวม่าย' : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ)