วันที่ 17 ธ.ค. 2555 นายประวิทย์ เคียงผล อธิบดีกรมจัดหางาน(กกจ.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า 'ตามที่การขยายเวลาการพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าวทั้ง 3 สัญชาติ ทั้งพม่า กัมพูชาและลาวได้ยุติลงเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยข้อมูลล่าสุดมีแรงงานพม่ากว่า 5.6 แสนคน พิสูจน์สัญชาติแล้ว 5 แสนคน แรงงานลาวประมาณ 9.9 หมื่นคน ยังไมได้รับการพิสูจน์สัญชาติแม้แต่คนเดียว แรงงานกัมพูชาประมาณ 2.2 แสนคนพิสูจน์สัญชาติแล้วประมาณ 7 หมื่นคน รวมแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติที่จะต้องได้รับการพิสูจน์สัญชาติประมาณ 8.7 แสนคนโดยในจำนวนนี้ผ่านการพิสูจน์สัญชาติประมาณ 5.7 แสนคน ส่วนที่เหลือกว่า 3 แสนคนจะต้องถูกส่งกลับประเทศต้นทาง

               นายประวิทย์ กล่าวอีกว่า 'การผลักดันแรงงานต่างด้าวที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติกับประเทศต้นทางนั้น แรงงานต่างด้าวดังกล่าวสามารถไปแสดงตัวต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ตามบริเวณแนวชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อขอเดินทางกลับประเทศได้ ซึ่งแรงงานต่างด้าวที่สมัครใจกลับประเทศต้นทางจะไม่ถูกตำรวจจับกุม ส่วนนายจ้างที่ต้องการจ้างแรงงานต่างด้าวสามารถไปยื่นขอโควตาขอนำเข้าแรงงานต่างด้าวโดยผ่านระบบความร่วมมือ(เอ็มโอยู) ไทยกับประเทศเพื่อนบ้านต่อกกจ. หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดในพื้นที่ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

               นายประวิทย์ กล่าวต่อไปว่า 'หากนายจ้างต้องการจ้างแรงงานต่างด้าวซึ่งเป็นลูกจ้างเดิมที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติก็ให้ยื่นคำขอโควตาพร้อมกับแนบบัญชีรายชื่อลูกจ้างแรงงานต่างด้าวดังกล่าวต่อกกจ.ด้วย เพื่อที่กกจ.จะได้ประสานไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ตามแนวชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อให้ออกประทับตราวีซ่ารับรองการเข้ามาในประเทศไทยโดยผ่านระบบเอ็มโอยู'

               'หลังจากนี้จะไม่มีการขยายเวลาการพิสูจน์สัญชาติหรือเปิดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวรอบใหม่อีกเพราะที่ผ่านมากระทรวงแรงงานเปิดจดทะเบียนมาหลายครั้งแล้ว แต่นายจ้างที่จ้างแรงงานต่างด้าวโดยผิดกฏหมายก็ยังไม่ยอมนำแรงงานต่างด้าวดังกล่าวมาจดทะเบียนเพื่อเข้ารับการพิสูจน์สัญชาติ'