นักพระเครื่องรุ่นใหม่ บางคนที่มีความชำนาญในการดูพระได้ทุกหน้าอย่างแม่นยำ แต่มักจะเก็บตัวอยู่อย่างเงียบๆ ก็มีอยู่ไม่น้อย หนึ่งในนั้น คือ อู๊ด สุราษฎร์ (ณัฐวิชญ์ บัณฑิตชน) ชาวสุราษฎร์ธานีโดยกำเนิด ซึ่งนอกจากจะดูพระยอดนิยมของท้องถิ่นตัวเองได้อย่างแม่นยำแล้ว ยังสามารถดูพระยอดนิยมอื่นๆ ได้เป็นอย่างดีเช่นกัน
   
              “ผมสนใจพระมาตั้งแต่สมัยที่ยังเรียนชั้นมัธยม ๓ ปี ๒๕๒๖ เนื่องจากที่บ้านเป็นร้านถ่ายรูป ทุกวันจะมีเซียนพระเอาพระสมเด็จมาให้คุณพ่อผมถ่ายรูปเสมอๆ คุณพ่อผมถามว่าเขาว่า ถ่ายรูปพระเอาไปทำอะไร เขาบอกว่าจะเอาไปขายที่กรุงเทพฯ องค์เป็นล้าน ผมได้ยินก็หูผึ่ง เพราะอยากมีเงินล้านกับเขาบ้าง ตอนนั้นยังเป็นเด็กก็คิดอยากรวยแล้ว ตั้งแต่นั้นมา พอผมมีเงินเหลือจากค่าขนมที่ได้รับจากทางบ้าน ก็จะเอาไปซื้อพระสมเด็จตามแผงพระในเมืองสุราษฎร์ เป็นประจำ องค์ละร้อยสองร้อยผมซื้อเก็บเอาไว้มากมาย พอเรียนจบ ม.๖ ผมเข้ามาเรียนต่อที่ ม.ราม คณะนิติศาสตร์ วันที่ผมเข้ามากรุงเทพฯ ได้ขนเอาพระสมเด็จทั้งหมดหลายกล่องมาด้วย เพื่อจะเอาไปขายที่สนามพระท่าพระจันทร์ ตามที่เซียนพระท้องถิ่นบอก ปรากฏว่า พระสมเด็จของผมเป็นพระเก๊ทั้งหมด ผมถึงกับเข่าอ่อน เพราะหมดเงินไปหลายพันบาท ต่อมาผมได้ไปขอซื้อพระจาก โกป่อง, โกส่าย และเฮียมุ่ย เซียนพระชื่อดังชาวสุราษฎร์ ซึ่งเล่นพระมานานปี จึงเชื่อถือได้ พอเข้ากรุงเทพฯ ผมก็เอาพระที่ซื้อมานั้นไปขายที่สนามท่าพระจันทร์ คราวนี้ขายได้ พอมีกำไรเป็นค่ารถค่าเรียนหนังสือ ทำให้มีกำลังใจดีขึ้น คิดว่าน่าจะเอาดีทางนี้ได้ บอกตามตรงว่า ผมอยากมีรายได้เป็นของตัวเอง อยากมีเงินมากๆ จะได้รวยกับเขาบ้าง จึงพยายามคบหาสมาคมกับบรรดาเซียนพระในสนามท่าพระจันทร์ โดยการซื้อขายกับเขาบ่อยๆ เมื่อคุ้นเคยกันดีแล้ว มีอะไรสงสัยในองค์พระ สอบถามเขาก็จะได้รับคำตอบด้วยดีเสมอ ขณะเดียวกันก็หาหนังสือพระเครื่องมาศึกษาควบคู่ไปด้วย ทำให้เข้าใจในองค์พระต่างๆ มากขึ้น” อู๊ด สุราษฎร์ กล่าวถึงความเป็นมาของตัวเอง
   
              ตั้งแต่นั้นมา อู๊ด ดูพระได้เก่งขึ้นเรื่อยๆ ถ้าไม่ใช่พระคาบลูกคาบดอกจนเกินไป ก็พิจารณาได้เลยว่า เป็นพระแท้หรือพระปลอม ทำให้กล้าซื้อพระด้วยตัวเอง โดยเฉพาะพระพื้นๆ ทั่วไป
   
              ต่อมาเมื่อปี ๒๕๓๐ อู๊ด ไปรู้จักกับแผงพระที่ข้างวัดมหาธาตุแผงหนึ่ง ชื่อ “ป้าอ้วน” เห็นพระบนแผงของท่านแล้ว น่าจะเป็นพระแท้จึงขอซื้อ บอกว่าจะเอาไปขายต่อหาเงินเรียนหนังสือ คุณป้าใจดีมาก เห็นว่าอู๊ดเป็นเด็ก รู้จักหาเงินใช้ด้วยตัวเอง จึงแบ่งพระให้ในราคากันเอง อู๊ดเอาไปขายต่อในสนามท่าพระจันทร์ ปรากฏว่าขายได้ แสดงว่าเป็นพระแท้ จึงขอซื้อพระจากคุณป้าบ่อยๆ ทำให้มีรายได้เป็นประจำ ไม่ต้องรบกวนเงินทางบ้าน
   
              ขณะเดียวกันก็ได้ความรู้เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อรู้ว่า พระของป้าอ้วนล้วนเป็นพระแท้ ก่อนจะนำไปขายต่อจะเก็บเอาไว้ระยะหนึ่ง เพื่อศึกษาหารายละเอียดบนองค์พระ ไม่ว่าจะเป็นด้านพิมพ์ทรงหรือเนื้อพระ ตลอดจนความเก่าที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และลักษณะของพระตามสภาพต่างๆ อันเป็นการเรียนรู้จากการดูพระองค์จริง ซึ่งเป็นวิธีการศึกษาพระเครื่องอย่างถูกต้อง
   
              อู๊ด กล่าวว่า “ความจริงแล้ว การดูพระให้เป็นไม่ยาก หากเรามีพระแท้องค์จริงเป็นองค์ครู เมื่อจับจุดพระพิมพ์หนึ่งพิมพ์ใดได้แล้ว การศึกษาพระพิมพ์อื่นๆ ก็ใช้หลักการเดียวกัน อย่างเช่น พระหลวงพ่อทวด เนื้อว่าน ก็ได้อาศัยความรู้จากการดูพระเนื้อผงเป็นหลัก ซึ่งจะว่ากันแล้ว พระหลวงพ่อทวด เนื้อว่าน มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งด้านพิมพ์ทรงและเนื้อพระ ซึ่งไม่เหมือนใคร หากจับจุดได้ถูก ก็สามารถแยกพระแท้ออกจากพระเก๊ได้เลย ทั้งนี้ รวมทั้งพระหลวงพ่อทวด หลังเตารีด และหลังตัวหนังสือ ส่วนเหรียญก็ใช้หลักการดูเหรียญของพระเกจิอาจารย์ทั่วไปเหมือนกัน”
   
              จ.สุราษฎร์ธานี เป็นเมืองเก่า มีทั้งพระกรุและพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากมาย โดยเฉพาะพระเกจิอาจารย์รุ่นเก่า อาทิ ๓ หลวงพ่อเพชร ที่มีชื่อเหมือนกัน คือ หลวงพ่อเพชร วัดวชิรประดิษฐ์ (ชะเงอะ), หลวงพ่อเพชร วัดอัมพวัน และหลวงพ่อเพชร วัดศรีเวียง เหรียญของท่านเป็นที่นิยมกันมาก สุดยอดของ หลวงพ่อเพชร ทั้ง ๓ ท่านนี้ คือ หลวงพ่อเพชร วัดวชิรประดิษฐ์ เหรียญสวยๆ เช่าหากันถึงหลักล้านขึ้นไป ซึ่ง อู๊ด มีอยู่เหรียญหนึ่ง สวยสมบูรณ์คมชัดมาก จึงได้ทำตลับทองคำฝังเพชรสำหรับเหรียญนี้โดยเฉพาะ
   
              นอกจากนี้ยังมีหลวงพ่อกล่อม วัดโพธาวาส, หลวงพ่อพัฒน์ วัดใหม่พัฒนาราม, พ่อท่านนุ้ย วัดม่วง, หลวงพ่อเทศน์ วัดคอกช้าง, หลวงพ่อแบน วัดท่าเคย, หลวงพ่อพริ้ง วัดแจ้ง, หลวงพ่อชม วัดท่าไทร, หลวงพ่อแดง วัดแหลมสอ ฯลฯ และสุดยอดของ พระชัยวัฒน์ เมืองนี้ คือ หลวงพ่อสุด วัดหนองหวาย ล้วนเป็นพระหลักยอดนิยมของเมืองสุราษฎร์ที่ อู๊ด มีอยู่อย่างครบถ้วน    
   
              โดยเฉพาะพระกสิณ หลวงพ่อพัฒน์ อู๊ด มีหลายองค์ ชนิดสวยแชมป์ เป็นพระที่ใช้ติดตัวเป็นประจำ รวมทั้งพระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ที่มีประสบการณ์ "เฉียดตาย" มาแล้วอย่างระทึกใจ อู๊ด เล่าถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า
   
              "เมื่อตอนเด็กๆ ผมแขวนเหรียญรูปเหมือนหลวงพ่อพัฒน์ ปี ๒๕๐๕ ขี่จักรยานแถวที่บ้าน ถูกรถมอเตอร์ไซค์ชนกระเด็น ปรากฏว่าตามเนื้อตัวผมไม่มีบาดแผลเลย ผมจึงศรัทธาพระหลวงพ่อพัฒน์มาก เมื่อโตขึ้นพบเห็นที่ไหนเป็นต้องเช่าทันที ขอให้เป็นพระแท้และสวย ผมไม่เคยเกี่ยงเรื่องราคา เหรียญหลวงพ่อพัฒน์ รุ่นที่ผมแขวนครั้งนั้น ออกหลังจากท่านมรณภาพแล้ว แต่ได้รับการปลุกเสกจากพ่อท่านคล้าย วัดสวนขัน...อีกประสบการณ์หนึ่ง ตอนผมมาอยู่กรุงเทพฯ ซื้อขายพระแล้ว วันหนึ่งผมขับรถกลับสุราษฎร์ ไปแหกโค้งที่บางสะพานน้อย เพราะหลับใน รถพลิกคว่ำหลายตลบ พังยับเยิน ผมติดอยู่ในรถ จนมีชาวบ้านมาช่วยกันงัดเอาตัวผมออกจากรถอย่างปลอดภัย ปรากฏว่า ตามเนื้อตัวผมไม่มีบาดแผลใดๆ เลย ข้าวของในรถก็ไม่มีอะไรสูญหาย ชาวบ้านช่วยดูแลผมดีมาก แต่สิ่งหนึ่งที่ผมประหลาดใจ คือ กล่องพระของผมมีพระหลวงพ่อทวด หลังเตารีด ๕ องค์ ใส่ตลับทองคำทุกองค์ ปรากฏว่าพลาสติกที่ตลับพระแตกหมดทั้ง ๕ องค์ ขณะที่พระองค์อื่นๆ ซึ่งอยู่ในตลับทองคำเหมือนกัน พลาสติกไม่ได้แตกแต่อย่างใด ทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่า การที่พลาสติกตลับพระหลวงพ่อทวด แตกทั้ง ๕ องค์เช่นนี้ เหมือนกับว่าหลวงพ่อทวดได้แสดงปาฏิหาริย์ออกมาช่วยให้ผมรอดตายอย่างนั้นแหละ ผมเชื่อเรื่องนี้มาก รถพลิกคว่ำหลายตลบ น่าจะเกิดไฟลุกไหม้ ก็ไม่ลุกไหม้ ผมน่าจะตายในรถ แต่ก็รอดตายมาได้อย่างปาฏิหาริย์ อีกทั้งข้าวของมีค่า โดยเฉพาะกล่องพระซึ่งมีมูลค่าหลายล้านบาท ก็ไม่ได้สูญหายไปไหน ผมมั่นใจว่า เป็นเพราะบารมีของหลวงพ่อทวดอย่างแน่นอน"
   
              ทุกวันนี้ อู๊ด สุราษฎร์ มีร้านพระอยู่ใน ชมรมพระเครื่องมรดกไทย ชั้น ๓ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน นอกจากนี้ยังมีการซื้อขายพระทางเว็บไซต์ "พระท่าพระจันทร์" โดยใช้ชื่อ "อู๊ด สุราษฎร์" เช่นกัน และที่เว็บไซต์ "ยูอะมูเล็ท" โดยใช้ชื่อ "AUDI" มีอะไรที่จะรับใช้ท่านผู้อ่านคอลัมน์นี้ได้ อู๊ด บอกว่า ยินดีเสมอ
   
              ประสบการณ์กว่า ๒๐ ปี ในวงการพระเครื่อง แม้ว่าชื่อของ อู๊ด สุราษฎร์  จะไม่เป็นที่คุ้นหูของบางท่าน แต่ความชำนาญในการดูพระได้ทุกหน้า ต้องยอมว่า อู๊ด คนนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน