ด้วยสภาพดิน อากาศ แหล่งน้ำที่เหมาะแก่การปลูกและผลิตพืชแทบทุกชนิด ทั้งพืชสวน พืชไร่ ล่าสุด "ไผ่บงหวาน" เป็นพืชเศรษฐกิจอีกชนิดของเมืองเลย ที่เกษตรกรสนใจยึดเป็นอาชีพ เพราะรสชาติอร่อย เนื้อละเอียด ไม่มีเสี้ยน ไม่ขื่นรับประทานสดได้ ทำอาหารได้ทั้งประเภทแกง ผัด ต้ม ขณะที่ลำต้น ทำเป็นเครื่องจักสาน ที่พักอาศัย ทำค้างแปลงผัก อีกทั้งออกหน่อดกมาก จึงเป็นที่ต้องการของตลาด

                 ดังสวน ไผ่บงหวาน ของ นางคำพัน สุทธิ เกษตรกรวัย 57 ปี หมู่ 11 บ้านนาทุ่ม ต.ด่านซ้าย อ.ด่านซ้าย จ.เลย ที่เริ่มจากการผลิตกล้าพันธุ์ไผ่บงหวานสายพันธุ์ดั้งเดิม เมื่อปี 2546 โดยซื้อต้นพันธุ์ในราคา 170 บาทต่อต้น รวม 3,000 บาท ปลูกบนพื้นที่เกือบ 3 ไร่ จากนั้นในปีถัดมาจึงผลิตหน่อ ขายลำต้นบน ให้เพื่อนเกษตรกรที่สนใจ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ใน จ.เลย เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และ หนองบัวลำภู

                  "ทางสวนมุ่งจะรักษาสายพันธุ์ท้องถิ่นเอาไว้ จึงกระจายสายพันธุ์ไปทั่วทุกภาค โดยส่งเสริมแก่ผู้สนใจนำไปปลูกเพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิต สร้างรายได้ ที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากเกษตรกรเป็นจำนวนมาก โดยเราใช้วิธีขุดเพาะชำเหง้าแยกจากต้นแม่ที่ปลูกด้วยเมล็ดอายุ 4 ปี เนื่องจากวิธีนี้ ไผ่จะโตและออกหน่อเร็วกว่าปลูกด้วยเมล็ดเป็นปีทีเดียว" เจ้าของสวน "ไผ่บงหวาน" แจง

                  พร้อมบอกว่า อายุการเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ยาวนานถึง 50-60 ปี ดังนั้น การรู้อายุต้นแม่ที่แน่นอนจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เวลา และแรงงานได้มาก และเกือบ 10 ปีที่เธอยึดประกอบอาชีพนี้ ผลผลิตของ "หน่อไผ่บงหวาน" ถูกป้อนตลาดในท้องถิ่นและตามจังหวัดใกล้เคียงในราคา 30-50 บาทต่อกก.

                 "สวนไผ่ฯ อยู่ในความดูแลของนางบุญพัก ทรงพุฒ หัวหน้ากลุ่มอนุรักษ์พันธุ์ไผ่บงหวานบ้านนาทุ่ม และนายธงฤทธิ์ จำศักดิ์ เกษตรอำเภอด่านซ้าย มาให้คำแนะนำ ให้ความรู้ รวมทั้งเทคนิคด้านการตลาด แต่ละปีมีรายได้จากการขายหน่อไผ่บงหวานกว่า 3 หมื่นบาท และจากการเพาะกล้าขายต้นละ 20 บาท ขายได้เงินกว่า 4 หมื่นบาทต่อปี ยังไม่รวมขายลำต้นไผ่ ซึ่งแต่ละปีขายได้หลายหมื่นบาทเช่นกัน"

                 นางคำพัน เสริมอีกว่า ไผ่อายุได้ 2 ปี ก็เก็บหน่อขายได้ โดย 20 วัน จะเก็บหน่อครั้งหนึ่ง ได้ผลผลิต 1 หมื่นกก.ต่อเดือนต่อไร่ หรือเฉลี่ย 7,000 กก.ต่อปีต่อไร่ แต่ละปีจะเก็บหน่อขายได้ราว 7 เดือน ด้านปุ๋ยเป็นปุ๋ยจากธรรมชาติ ส่วนศัตรูของพืชชนิดนี้ได้แก่ จิ้งหรีด หนู สำหรับฤดูที่เหมาะสมควรปลูกช่วงต้นฤดูฝนหรือเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม แต่หากมีระบบน้ำที่ดีและเพียงพอ ก็ปลูกได้ทั้งปี 

                 ทั้งนี้ การเตรียมพื้นที่ หากมีต้นไม้โตควรตัดโค่นไม้ใหญ่ออก เพราะจะไปแย่งอาหารจากไผ่ จากนั้นเริ่มไถดะ ไถพรวน ตากดินไว้ 7-10 วัน เพื่อฆ่าเชื้อ แล้วขุดหลุม 30x30x30 ซม. ระยะห่างระหว่างหลุม 2x2 เมตร ใช้ต้นพันธุ์ 400 ต้นต่อไร่, ระยะห่างระหว่างหลุม 2.5x2.5 เมตร ใช้ต้นพันธุ์ 289 ต้นต่อไร่, ระยะห่าง 3X3 เมตร ใช้ต้นพันธุ์ 169 ต้นต่อไร่, ระยะห่าง 3.5x3.5 เมตร ใช้ต้นพันธุ์ 131 ต้นต่อไร่ และระยะห่างระหว่างหลุม 4x4 เมตร ใช้ต้นพันธุ์ 100 ต้นต่อไร่

                 "วิธีปลูกต้องรองก้นหลุมด้วยดินที่ขุดขึ้นมาคลุกเคล้ากับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก แล้วนำกล้าพันธุ์ไผ่ลงวาง ฉีกถุงพลาสติกออก กลบดินจนพูนเมื่อดินยุบตัวแล้วจะเสมอกับพื้นที่ปลูกพอดี"

                 ไผ่บงหวาน มีชื่อพื้นเมืองว่า ไผ่หวาน ชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Bambusa Sp. ชื่อวงศ์ Gramineae พบมากในทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะที่ จ.เลย จะพบว่ามีคุณภาพดีที่สุด มีขนาดเล็กถึงกลาง ลักษณะกอหุ้มแน่น ลำต้นมักคดงอ เนื้อในตันไม่กลวงแตกกิ่ง 2-5 กิ่งตลอดลำ มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 3-5 เซนติเมตร สูง 5-7 เมตร หน่อของไผ่หวานมีลักษณะเล็ก สีเขียวหนัก 200-300 กรัม

.........................
('ไผ่บงหวาน'พืชศก.ใหม่ สร้างรายได้ชาวด่านซ้าย : โดย...บุญชู ศรีไตรภพ)