ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 1 เม.ษ. 55  นายวินัย สิ่วสำแดง ราษฎร ต.เชียงขวัญ อ.เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด เปิดเผยสถานการณ์หน้าแล้งว่า ราษฎรชาวภาคอีสาน ตามวิถีชนบท จะอยู่กินกับธรรมชาติแบบผสมผสาน มีอาหารอีสานออกมาตามฤดูกาล ต้นฝน ผักเม็ก ผักกระโน ผักอีลอก ผักอีลอม กบเขียด เห็ดระโงก เห็ดเผาะ หากินตามป่า ตามเขา ริมหนองน้ำ และที่ชาวบ้านริมฝั่งลำน้ำชี ตลอดแนวฝั่งลำน้ำ มักมาหา 'อาหารชั้นสูง' ที่จะอยู่บน 'ต้นสะแก' หรือชาวภาคอีสานเรียกว่า 'ต้นแก' ก็คือรังของมดแดง

           นายวินัย กล่าวว่า ชาวบ้านจะออกจากบ้านตอนเช้า หรือตอนบ่าย แดดไม่ร้อนจัดนัก มีไม้ไผ่ความยาว 5-7 เมตร ตะกร้าสานด้วยไม้ไผ่ ผูกติดที่ด้านปลายของไม้ไผ่ มองหารังมดแดง ต้องสังเกตด้วยว่า รังเก่าหรือรังใหม่ หากเพิ่งสร้างรัง จะไม่มีไข่มดแดง รังเก่าใบไม้แก่ แม่มดแดงจำนวนมาก ณ เวลานี้ จะได้ไข่มดแดงที่เตรียมตัวเป็นนางพญา หรือแม่เป้ง ไข่ใหญ่ บางรังมีไข่ขนาดเล็กลง เป็นไข่ที่จะเจริญเติบโตเป็นมดแดง ชาวบ้านเรียกว่า 'ไข่ผาก' แล้วทำการแหย่เข้าที่รังมดแดง มือเคาะที่ลำไม้ไผ่ ไข่มดแดงจะตกลงมาในตะกร้า แหย่ไปมดแดงกัดไป แหย่ได้พอประมาณ นำไม้ลงมา เพื่อแยกตัวแม่มดแดง ออกจากไข่ ใช้ถาดสังกะสีรอง จากนั้นเทไข่มดแดงลง หากมีแม่มดแดงจำนวนมาก นำแป้งมันสำปะหลังเทลงไป แม่มดแดงจะไต่หนีออกไป ก็จะได้ไข่มดแดงล้วน 

          "ชาวบ้านที่ขยัน อดทน หาไข่มดแดงได้วันละครึ่งถัง ราคาขายค่อนข้างที่จะแพงครับ ขายเป็นกองเล็ก 20-25 บาท แทบนับจำนวนได้ ขายได้วันละ 200-300 บาท ไม่ต้องต่อรองให้เหนื่อย ทั้งร้อน ทั้งแสบ เจ็บ จากมดแดงกัด" 

          ไข่มดแดง คือ อาหารแผนสูง ที่ต้องหากินบนยอดไม้ หรือที่ชาวบ้านบอกว่า "อาหารชั้นสูง" นำมาทำอาหาร ได้หลายอย่าง อาทิ ยำไข่มดแดง ต้นปลาไข่มดแดง ต้มไก่ใส่ไข่มดแดง เจียวไข่ใส่ไข่มดแดง