4 พ.ย.54 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ท่ามกลางน้ำท่วมที่มีสีน้ำตาลและมีกลิ่นเน่าเหม็นบนถนนสายหนึ่งจากจำนวนหลายสายของกรุงเทพฯมหานคร มีแต่พนักงานเก็บขยะที่ยังคงทำหน้าที่ของตนเองอยู่ ทั้งที่รู้ดีว่า ถ้าได้รับบาดแผลก็จะติดเชื้อได้โดยง่าย โดยในขณะที่ประเทศไทยยังคงเผชิญน้ำท่วมครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบครึ่งศตวรรษ และกำลังคืบคลานเข้าสู่เมืองหลวงเรื่อย ๆ ผสมกับน้ำที่ถูกระบายออกเพื่อให้ไหลลงสู่คลองต่าง ๆ นั้น ทำให้ถนนหลายสายจมอยู่ในน้ำถุงพลาสติกลอยฟ่องปนอยู่กับขยะและเศษอาหารเน่าเสีย ได้เข้าไปเกาะตามเรือ , รถยนต์ ,รถจักรยานยนต์ รวมถึงผู้คนที่ต้องเคลื่อนตัวกันอย่างช้า ๆ บนถนนที่เต็มไปด้วยน้ำ ซึ่งขยะและซากสัตว์ที่ตายเพราะน้ำท่วมเหล่านี้ สามารถให้เกิดโรคแพร่ระบาดไปกับน้ำได้

          ขณะนี้ ยังไม่มีรายงานการระบาดของโรคที่มากับน้ำ นับตั้งแต่เกิดฝนตกหนักและทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ทางเหนือของกรุงเทพฯ เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนได้เตือนถึงภัยอันใหญ่หลวงต่อสุขภาพที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า หลังจากระดับเริ่มลดลงเหลือแต่น้ำท่วมขัง

          มาร์ค โทมัส โฆษกขององค์การยูนิเซฟ ซึ่งให้ความช่วยเหลือด้านการบรรเทาทุกข์เกี่ยวกับสุขอนามัยต่าง ๆ ระบุว่า มีอันตรายอยู่ทั่วไป จำเป็นต้องกันเด็กให้ห่างจากน้ำ และทุกคนควรอยู่ให้ห่างจากน้ำให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โรคที่มากับยุง เช่น ไข้เด็งกี่ น่าวิตกพอ ๆ กับโรคที่ติดเชื้อที่ตา เช่น ตาแดง และอาการป่วยเพราะน้ำอื่น ๆ เช่น ท้องร่วง และการขาดน้ำอย่างรุนแรง

          โรคผิวหนังและโรคที่เกี่ยวกับเชื้อรา ก็เป็นโรคที่ระบาดจากน้ำเช่นกัน โดยมีรายงานคนที่เป็นโรคฮ่องกงฟุตแล้วเกือบ 1 แสนคน นอกจากนี้ ยังมีโรคอหิวาห์และโรคติดเชื้อทางลมหายใจโดยเฉพาะในหมู่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่อยู่ในสภาพร้อน แออัด ที่ไม่มีไฟฟ้าหรือน้ำสะอาด

          ปัจจุบัน มีคนที่ต้องอพยพออกจากที่อยู่อาศัยราว 110,000 คน และอีกกว่า 400 คน เสียชีวิต ส่วนใหญ่เกิดจากการจมน้ำ นับตั้งแต่กระแสน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่เกษตรกรรมก่อนจะมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯ เพื่อเข้าช่องทางออกสู่ทะเล บ้านเรือนจำนวนมากที่ถูกน้ำท่วม ไม่มีน้ำประปาและไม่สามารถใช้ห้องน้ำได้ ทำให้พวกที่ยังอยู่ในบ้านของตัวเอง ต้องอาบน้ำและขับถ่ายกันในที่โล่งแจ้ง และมักจะปล่อยลงน้ำรอบบ้านของพวกเขา และมันสามารถแพร่กระจายไปสู่สายน้ำที่เด็ก ๆ กำลังเล่นกันอยู่

          ดร.มัวรีน เบอร์มิงแฮม ผู้แทนขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO ประจำประเทศไทย ให้ความเห็นว่า เราทุกคนรู้ดีถึงอันตรายที่มีอยู่ น้ำที่ผู้คนใช้ปนเปื้อนสิ่งปฏิกูล และสารพัดโรค ที่น่าวิตกอย่างใหญ่หลวง และนับตั้งแต่รถขยะไม่สามารถเข้าไปยังพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมหนักได้ ทำให้ต้องใช้เรือ หรือเดินเท้าไปเก็บขยะแทน

          แม่บางคนบอกว่า ไม่อาจห้ามลูกไม่ให้เล่นน้ำได้ และได้แต่บอกว่า ต้องระวังอย่าให้น้ำเข้าปากและตา ที่วัดแห่งหนึ่ง มีประชาชนหลายสิบคน ไปคอยเรือของแพทย์ หญิงชราคนหนึ่งบอกว่าน้ำที่ท่วมสูงอย่างรวดเร็วทำให้เธอไม่มีเวลาแม้แต่หยิบยาแก้โรคเบาหวานติดตัวมาด้วย ส่วนอีก หลายคนจำเป็นต้องได้รับการฉีดยารักษาอาการป่วย 
 
          โครงสร้างสาธารณสุขของไทย เคยได้ชื่อว่าแข็งแกร่ง เนื่องจากโรงพยาบาลหลายแห่งในกรุงเทพฯ เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพจากนานาประเทศ ท่ามกลางกองทัพบุคลากรทางการแพทย์ราว 9แสนคน ซึ่งมีการให้บริการรักษาพยาบาลชุมชนในหมู่บ้านห่างไกล และยังมีอัตราการฉีดวัคซีนให้เด็กสูงอีกด้วย ซึ่งช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ เช่น โรคหัด อย่างได้ผล แต่แพทย์ก็แสดงความเป็นห่วงว่าสิ่งที่เลวร้ายที่สุดยังมาไม่ถึง เช่น โรคเลพโตสไปโรซิส หรือโรคฉี่หนูก็กำลังระบาด และมีแพทย์คนหนึ่งล้มป่วยไปแล้ว เพราะรักษาผู้ป่วยที่จังหวัดอยุธยา 
 
          พนักงานเก็บขยะ ระบุว่า วิตกต่ออันตรายจากขยะที่เก็บ พวกเขาต้องเดินวันละ 10 กิโลเมตร ท่วมกลางน้ำที่สูงถึงอก บางทีก็เจอไซริงส์ , หลอดไฟ ที่อาจระเบิดได้ หรือแม้แต่ถุงใส่อุจจาระ ที่จำเป็นต้องเก็บเอาไปไว้ในสถานที่ที่เหมาะสม แต่พวกเขาบอกว่า ไม่สามารถกลัวจะป่วยได้ แม้ว่าจะไม่มีใครอยากเป็นโรค แต่มันเป็นงานและเป็นความรับผิดชอบของเขา

 

ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติชี้รบ.ยิ่งลักษณ์อาจล่มหลังรับมือน้ำท่วมเหลว

          เว็บไซต์เวิลด์ โพลิติกส์ รีวิว ดอต คอม เผยแพร่คำสัมภาษณ์ของพอล แชมเบอร์ส หัวหน้านักวิจัยของสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัยพายัพ เมื่อวาน ระบุว่า วิกฤติน้ำท่วมครั้งเลวร้ายที่สุดในหลายสิบปีทำให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองที่สั่นคลอนรัฐบาลที่เปราะบางของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยศูนย์กลางการต่อสู้กันทางการเมืองครั้งนี้คือ การเผชิญหน้ากันระหว่าง นายกฯยิ่งลักษณ์ และฝ่ายบริหารของกรุงเทพมหานคร ภายใต้การนำของมรว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร

          แชมเบอร์ส บอกว่า แม้รัฐบาลของยิ่งลักษณ์มีอำนาจเหนือฝ่ายบริหารของกทม.ในการตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรเพื่อป้องกันน้ำท่วม แต่ดูเหมือนว่าเธอใช้อำนาจเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง เช่น สั่งเปิดประตูระบายน้ำเพื่อบรรเทาน้ำท่วมในพื้นที่ของผู้สนับสนุนทางการเมือง และม.ร.ว.สุขุมพันธ์ ได้ย้ำว่าตามกฎหมายแล้ว ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ มีอำนาจในการสั่งปิดหรือเปิดประตูระบายน้ำ

          ขณะนี้นส.ยิ่งลักษณ์กำลังเผชิญสถานการณ์ที่ยากลำบากถึงขั้นเริ่มมีการพูดคุยของคนวงใน ในพรรคเพื่อไทยแล้วว่า อาจจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายแชมเบอร์สอ้างว่าจากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรีสองคนบอกว่า อาจมีเวลาสองเดือนกว่าฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ด้วยข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมายในการบรรเทาภัยพิบัติน้ำท่วม และพวกเขาคาดว่าเธอคงไม่สามารถรอดพ้นมติไม่ไว้วางใจ

          แชมเบอร์สบอกด้วยว่า ยังมีอีกความเป็นไปได้ว่ากทม.อาจจะยื่นฟ้องต่อนส.ยิ่งลักษณ์ที่ได้ดำเนินการเกินขอบเขตอำนาจตัวเอง แม้ว่าเรื่องนี้เป็นแค่การคาดการณ์เท่านั้น