24 ส.ค.54พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารประจำปี 2554 ว่า ตนได้คุยกับผู้ใต้บังคับบัญชาว่าก่อนหน้านี้ทหารเรามีการปรับย้ายกันภายใน แต่เดียวนี้กลายเป็นสิ่งที่น่าสนใจ ซึ่งกว่าตนจะขึ้นมาเป็น ผบ.ทบ.ต้องผ่านการปรับย้ายทั้งหมดประมาณ 70 ครั้ง ปีละ 2 ครั้ง ทั้งถูกปรับย้าย และเป็นผู้ที่ปรับย้าย ตามตำแหน่งตามหน้าที่ เพราะฉะนั้นคนทุกระดับจะต้องผ่านการกลั่นกรอง ขึ้นมาทุกครั้งเพราะฉะนั้นขอให้มั่นใจ ว่ามีระบบ การดำเนินการ 

             ทั้งนี้ การแต่งตั้งคนของกองทัพ และทุกเหล่าทัพ เพื่อที่จะสั่งคน ให้เข้าไปสละชีวิตหรือตั้งคนให้ไปตาย เข้าไปทำงานทำหน้าที่ ในการเข้าตี และผลักดันข้าศึกศัตรู ซึ่งเขาเสี่ยงชีวิต ถ้าตั้งคนไม่ดีไม่สามารถบังคับบัญชาคนได้ กองทัพ จะทำงานได้หรือไม่ การที่จะขึ้นมาเป็นผู้บังคับกองร้อย เขาต้องผ่านระดับผู้พัน การที่จะเป็นผู้การก็จะต้องผ่าน ผบ.กองพล แม่ทัพภาค ไม่ใช้ว่าผบ.ทบ.จะไปล้วง ถึงผู้พันมันไม่ใช้ เพราะฉะนั้นขอให้มอง ให้เป็นเรื่องของระบบ

             พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า โผทหารที่ออกมา มันไม่ใช่ และเมื่อไม่ใช่ใครจะรับผิดชอบ ใครเป็นคนเอามา ขอถามได้หรือไม่ ใครเป็นคนเอามาเผยแพร่ หนังสือพิมพ์ฉบับไหน จะได้ชี้แจงได้ถูกต้อง ว่ามาจากไหน ขอเรียนว่ามันไม่ใช่เลย แค่เริ่มต้นว่าไปเสนอคนนั้นคนนี้ หรือเหล่าทัพโน้นเหล่าทัพนี้ก็ไม่ใช่แล้ว และไม่เกี่ยวกับขั้นตอนตรงนั้นเลย ซึ่งปรับเฉพาะในกองทัพของตัวเองแค่นี้ก็ปวดหัวพอแล้ว คนดีเยอะ คนทำหน้าที่เยอะ และคนทำงานก็เยอะ ต้องตอบแทนความดีความชอบเขา การตอบแทนความดีความชอบ ก็ไม่ใช่เรื่องการปราบ สีเหลือง สีแดง หรือสีอะไรก็แล้วแต่ เขาทำหน้าที่ในการปกครองบังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา มาด้วยความเป็นธรรมและเรียบร้อยโดยรักษาชื่อเสียงของหน่วย ทำงานประสบความสำเร็จในเรื่องของการป้องกันชายแดน นั้นคือสิ่งที่เป็นความดีความชอบ การทำงานสำเร็จ ไม่ใช่สำเร็จเพราะไปกราบใคร มันคนละเรื่อง ถ้าหากคิดกันแบบนี้ ก็ไม่มีทางที่บ้านเมืองจะสงบสุขได้

             "สำหรับการแต่งตั้งในส่วนของปลัดกระทรวงกลาโหม ผมไม่อยากจะชี้แจง เพราะจะข้ามหน้าที่ แต่มีการเอาชื่อผมเข้าไปเกี่ยวข้องโดยระบุ ว่าได้เสนอเจ้ากรมเสมียนตราไปดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม ขอถามว่าตั้งได้หรือไม่ ปลัดกระทรวงกลาโหมเขาตั้งจากอะไร เขาตั้งจากอัตรา อย่างน้อยต้องเป็นรองปลัด ใช่หรือไม่ แล้วเจ้ากรมเสมียนตราเป็นรองปลัดหรือยัง และในอีกหลาย ๆ เรื่อง เช่นการตั้ง 5 เสือทบ. มาจากไหนก็ไม่รู้ แสดงว่า คนที่ให้ต้นฉบับมา ตนไม่แน่ใจว่าเป็นทหารหรือพลเรือน แสดงว่าคนที่ให้มา ถ้ามันได้เป็นใหญ่ มันก็จะตั้งแบบนั้น แต่ไม่ใช่ผม เพราะฉะนั้นให้บันทึกไว้ด้วยว่าโผฉบับนั้นท่านได้มาจากใคร วันที่เท่าไร แล้วถ้าออกมา จำคำพูดของผมไว้ว่า ผมยืนยันว่าไม่ใช่ที่จัดไป ไม่ใช่ที่กองทัพบกตั้งคณะกรรมการและจัดกันมาตามลำดับ ไปหาแหล่งข่าวของท่านให้เจอ และอย่าไปเชื่อมั่นอีกต่อไปในอนาคต และรับผิดชอบด้วยคนที่เอาออกมาเผยแพร่ ถ้าไม่ใช่ และอย่ามาบอกว่า เพราะออกมาทักก็เลยไม่ใช่จึงแก้ ผมไม่เคยแก้การตัดสินใจทำอะไรก็ต้องทำ ถ้าเราถือว่าทำในสิ่งที่ถูกต้อง อยู่ในระบบอยู่แล้ว ไม่ต้องแก้อะไรหลายครั้ง" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

             ผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลหรือไม่ว่าการเมืองจะเข้ามาแทรกแซงโผโยกย้าย จนไม่เป็นไปตามความต้องการของกองทัพ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ท่านไม่แทรกแซง เพราะ พล.อ.ยุธทศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็ออกมาพูดแล้วว่า ท่านไม่ได้แทรกแซงการแต่งตั้ง ท่านว่าอย่างนั้น

             ผู้สื่อข่าวถามว่า หากโผโยกย้ายต้องผ่านจากพิจารณาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กองทัพจะรับได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไปให้ความสนใจทำไม เป็นเรื่องในนี้ จะไปพูดถึงคนอื่นทำไม ถามอย่างนี้ก็ยุ่งกันตาย ซึ่งท่านก็บอกว่าจะไม่ยุ่งไม่ใช่หรือ เพราะฉะนั้นเอาแค่ในประเทศพอแล้ว แค่กองทัพ เหล่าทัพ คนที่เกี่ยวข้องกับการปรับย้ายมีเท่านี้ ไม่มีคนอื่น ระบบก็คือระบบ อำนาจก็คืออำนาจตามกฎหมาย และที่บอกว่ากองทัพบก ผบ.ทบ.มีอำนาจมาก อำนาจที่มีไว้คืออำนาจทางการปกครองบังคับบัญชา ไม่มีอำนาจอย่างอื่นที่จะไปเกะกะระรานใคร ไม่มีอำนาจไปทะเลาะเบาะแว้งหรือไปเกเรใคร ขอให้เข้าใจด้วย  อย่าเอาทหารมาเกี่ยวกับการเมือง ถ้าพันกันอยู่แบบนี้ก็ไม่จบ วันนี้เราพยายามที่จะทำให้ดีที่สุด เพราะฉะนั้นต่อไปอะไรที่ไม่เกี่ยวข้องกับทหาร ขอความกรุณาว่าอย่าถามทหาร ให้ไปถามฝ่ายการเมือง พลเรือน จะได้ไม่ยุ่ง