25 ก.ค.54 ได้มีตัวแทนสหกรณ์ครู จ.เลย เดินทางเข้าพบนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ และพ.ต.อ.นิรันดร์ อดุลยาศักดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านคดีพิเศษ ในฐานะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อร้องขอให้ดีเอสไอรับเรื่องคดีการฉ้อโกงสหกรณ์ครู จ. เลย

          จากการซื้อขายล็อตเตอร์รี่ หรือแชร์ลูกโซ่ หลังจากก่อนหน้านี้ผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภอ.เมืองเลยและนายพรศักดิ์ เจียรณัย ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ซึ่งได้เปิดศูนย์รับแจ้งความเดือดร้อนกรณีดังกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

          พ.ต.อ.นิรันดร์ กล่าวว่า หลังรับเรื่องร้องเรียนนายธาริตมีคำสั่งให้รับเรื่องดังกล่าวไว้ในข้อหาความผิดอาญากล่าวหานิติบุคคลและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในข้อหากู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน(แชร์ล็อตเตอร์รี่) ให้เป็นคดีพิเศษทันที

          เนื่องจากการกระทำความผิดมีพฤติการณ์เข้าข่ายองค์ประกอบของแชร์ลูกโซ่ เพราะมีบริษัทที่เป็นนิติบุคคล กลุ่มบุคคล บุคคลและสหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในเขต จ.เลย ชัยภูมิ สกลนคร อุดรธานี หนองบัวลำภู จ.พิษณุโลก และตาก กระทำการหลอกลวงบุคคลที่เป็นข้าราชการและประชาชน ให้ได้รับความเสียหายเป็นมูลค่า 2,000-3,000 ล้านบาท และมีวงเงินหมุนเวียนเสียหายจำนวน 3,000 ล้านบาท

          พ.ต.อ.นิรันดร์ กล่าวว่า ตามขั้นตอนการดำเนินคดีตัวแทนผู้เสียหาย สมาชิกสหกรณ์และผู้ถือหนังสือร่วมลงทุน จะต้องถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวน จากนั้นเมื่อพนักงานสอบสวนเสร็จแล้วทางดีเอสไอจะเข้าไปดำเนินการต่อ เนื่องจากคดีดังกล่าวมีความซับซ้อนและมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลและนักการเมืองระดับชาติเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นลักษณะเครือข่ายเชื่อมโยงกัน

          ซึ่งดีเอสไอจะต้องตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อลงพื้นที่สอบสวนข้อเท็จจริง ก่อนจะสรุปผล โดยเบื้องต้นจะสอบสวนหาตัวผู้บงการ ผู้ที่ถูกหลอกให้เป็นหัวหน้าสาย แม่ข่าย ว่ามีใครเข้าไปเกี่ยวข้องบ้าง

          ด้านตัวแทนผู้เสียหาย ซึ่งเป็นข้าราชการครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในจ.เลย กล่าวว่า ตนและหัวหน้าสายแชร์ล๊อตเตอรี่กว่า 300 คน ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว และได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือกับดีเอสไอ โดยตนถูกกันไว้เป็นพยาน เพราะเกรงว่าจะมีความผิดในข้อหาฉ้อโกงประชาชนไปด้วย ทั้งที่ครูส่วนใหญ่ถูกแม่ข่ายหลอกลวง ผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นข้าราชการครู และเป็นสมาชิสหกรณ์ครูสามัญและสหกรณ์ครูประถม ข้าราชการหน่วยงานอื่น และข้าราชการบำนาญ

          ซี่งแต่ละคนจะมีสมาชิกของตนเองตั้งแต่ 40 คนถึง 80 คน และเสียเงินไปคนละตั้งแต่ 1- 3 ล้านบาท ด้วยการกู้เงินสหกรณ์ และจำนำบ้านมาลงทุนเล่นแชร์ในครั้งนี้

          “ผมทราบว่าน่าจะถูกโกงช่วงเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา เพราะยี่ปั๊วไม่สามารถส่งล็อตเตอร์รี่ให้สหกรณ์ ทำให้สหกรณ์ไม่มีล๊อตเตอร์รี่ส่งให้ลูกข่าย ซึ่งสหกรณ์หลายแห่งประสบปัญหาลักษณะนี้ในช่วงเวลาเดียวกัน ทำให้รู้สึกผิดปกติ จึงได้กลับมาตรวจสอบรายละเอียด ประกอบกับยี่ปั๊วรายใหญ่ของจังหวัดถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้พร้อมกับผู้จัดการสหกรณ์ จึงทราบว่าถูกโกง” ตัวแทนผู้เสียหาย กล่าว

          ครูคนเดิมกล่าวอีกว่า สำหรับตนเป็นครูมาตลอดชีวิต อีก 5 ปี จะเกษียณอายุราชการ เป็นครูอย่างเดียวไม่เคยทำธุรกิจ ไม่เคยรู้เรื่องกฎหมาย ครั้งแรกเห็นมีเพื่อนครูมาชักชวนให้ร่วมลงทุน ซื้อขายล็อตเตอร์รี่เห็นว่าได้กำไรดี ลงทุนแค่ 1.5 ล้านบาท แต่ได้เงินคืนกลับมาถึงเท่าตัว จึงนำเงินที่ได้มาลงทุนกลับไปหมด พร้อมทั้งแนะนำคนใกล้ชิดให้ร่วมลงทุนแชร์ดังกล่าวด้วย สำหรับความเสียหายของตนและคนใกล้ชิดขณะนี้คิดเป็นมูลค่า 13 ล้านบาท