(15มิ.ย.) ที่ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ นายอนุวัฒน์ ธาราแสวง ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองกลาง เจ้าของสำนวนคดีหมายเลขดำ 1173/2544 มีคำสั่งยกคำขอคุ้มครองชั่วคราว คดีที่นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร หนึ่งในผู้สมัครสรรหาเป็น คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ( กสทช.) ด้านเศรษฐศาสตร์ ที่ได้รับคะแนนเป็นอันดับ 5 ในการสรรหา ยื่นฟ้อง คณะกรรมการสรรหา กสทช. และเลขาธิการวุฒิสภา เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1 - 2 เรื่องเป็นเจ้าหน้าที่รัฐออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งนายสุรนันท์ ผู้ฟ้อง

ขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ให้ผู้ถูกฟ้องทั้งสองส่งรายชื่อผู้ฟ้อง เป็น 1 ใน 4 ที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือกเป็น กสทช. ด้านเศรษฐศาสตร์ไปยังประธานวุฒิสภา และให้ทุเลาการบังคับที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการสรรหา   กสทช. ผู้ถูกฟ้องที่ 1 ที่มีมติในการประชุมครั้งที่ 13 เมื่อวันที่ 29 เม.ย.54 ลงคะแนนเลือกนายยุทธ์ ชัยประวิตร ผู้ร้องสอดคดีนี้ เป็นผู้ได้รับเลือกเป็น กสทช. แทนนายอรรถชัย บุรกรรมโกวิท ซึ่งได้รับคะแนนเลือกเป็นอันดับ 3 แต่เป็นกรรมการของบริษัท อสมท.จำกัด ( มหาชน) ที่ถือว่าขาดคุณสมบัติตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553

 ศาลพิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า การประชุมของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ครั้งที่ 11 เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ได้พิจารณาลงมติเลือกผู้สมัครเข้ารับสรรให้เหลือ 22 คนด้วยวิธีการลงคะแนนลับ ซึ่งผลปรากฏว่ามีผู้ได้คะแนนสูงสุด 12 คะแนน ผู้ฟ้องได้ 4 คะแนน ส่วนนายยุทธ์ ผู้ร้องสอดคดีนี้ได้ 3 คะแนน และมีผู้ได้รับคะแนนต่ำสุด 1 คะแนน ที่เหลือ 6 คนไม่ได้รับคะแนน ผู้ถูกฟ้องที่ 1 จึงได้มีมติให้นายจันทิมา สิริแสงทักษิณ นายพิษณุ เหรียญมหาสาร นายวิชัย โถสุวรรณจินดา และนายอรรถชัย   บุรกรรมโกวิท ที่มีคะแนนสูงสุดตามลำดับ เป็นผู้สมควรได้รับเลือกเป็น กสทช. ด้านเศรษฐศาสตร์ซึ่งจะต้องส่งรายชื่อเสนอวุฒิสภาพิจารณาและมีมติเลือกต่อไป แต่ต่อมาในการประชุมของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ครั้งที่ 13 วันที่ 29 เม.ย. เห็นว่านายอรรถชัย บุรกรรมโกวิท มีลักษณะต้องห้ามตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ฯ จึงได้มีมติให้ลงคะแนนใหม่ เพื่อทดแทนนายอรรถชัย ด้วยวิธีลงคะแนนลับ ซึ่งปราฏกว่านายยุทธ์ ผู้ร้องสอดคดีนี้ได้ 7 คะแนน ส่วนผู้ฟ้องได้ 2 คะแนน

ศาลเห็นว่า ตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ฯ มาตรา 15 ให้เลขาธิการวุฒิสภา ผู้ถูกฟ้องที่ 2 กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือก ซึ่งกำหนดให้ผู้ได้รับคะแนนสูงสุดเรียงตามลำดับได้รับคัดเลือก และได้มีการออกระเบียบสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกผู้สมควรได้รับเลือกเป็น กสทช. ด้วยวิธีการสรรหา พ.ศ.2553 ไว้ด้วย โดยเมื่อปรากฏว่านายอรรถชัย เป็นผู้ขาดคุณสมบัติ คณะกรรมการสรรหา กสทช.ได้ลงคะแนนใหม่เฉพาะบุคคลที่ไม่ได้รับคัดเลือกในรอบแรก และปรากฏว่านายยุทธ์ ผู้ร้องสอดเป็นผู้ได้รับคะแนนสูงสุดซึ่งเป็นการใช้อำนาจตามระเบียบคัดเลือกแล้ว ในชั้นนี้จึงยังฟังไม่ได้ว่าคำสั่งของผู้ถูกฟ้องที่ 1 ดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว