
ตั้งปมบึ้มเก๋งนศ.ปี1ศิลปากรขัดแย้งส่วนตัว
ตร.ตั้ง 3 ปม ขัดแย้งเจ้าของรถ-เจ้าของบริษัทและสร้างสถานการณ์ เหตุระเบิดเก๋งย่านตลิ่งชัน ดูวงจรปิดไม่พบผู้ต้องสงสัย
(25ก.ย.) เหตุระเบิดใส่รถยนต์เชฟโรเล็ต ออฟตร้า ซีเอ็นจี สีขาว ของนายวรกร เทพาสิตธนา อายุ 19 ปี นักศึกษาปี 1 มหาวิทยาลัยศิลปากร ที่นำรถมาจอดบริเวณหน้าบริษัท ซากาน่า จำกัด ซึ่งผลิตและจำหน่ายแว่นตาว่ายน้ำ เลขที่ 8 ซอยชักพระ 16 แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น ปลูกติดกัน 4 คูหา แรงระเบิดส่งผลให้ รถยนต์คันเกิดเหตุกันชนท้ายหลุด ฝาครอบไฟท้ายแตก กระจกหลังด้านขวาร้าว ขณะเดียวกัน แรงระเบิดยังทำให้ฝ้าเพดานของอาคารพาณิชย์ร่างหล่นลงมากองกับพื้น มีสะเก็ดระเบิดกระจายเกลื่อนบนพื้นถนน นอกจากนี้ยังพบรถตู้โดยสาร ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน 14-5418 กทม. วิ่งระหว่างกทม.-พัทยา ซึ่งจอดอยู่ใกล้เคียงได้รับความเสียหายกระจกหลังร้าวทั้งบาน หลังเกิดเหตุพบเป็นระเบิดแสวงเครื่อง ใช้หัวน็อตและตะปูเป็นส่วนประกอบ โดยสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นการข่มขู่มากกว่าเอาชีวิต เหตุเกิดเมื่อช่วงดึกวันที่ 24 ก.ย. ท้องที่สน.ตลิ่งชัน
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 25 กันยายน พ.ต.อ.พงษ์อานันต์ คล้ายคลึง ผกก.สน.ตลิ่งชัน กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้ทำการเรียกตัวเจ้าของรถยนต์ มาทำการสอบปากคำอย่างละเอียดแล้ว ซึ่งก็ได้ให้การว่าไม่เคยมีปัญหากับใคร ซึ่งปกติก็จะเดินทางมาส่งเพื่อนที่พักอาศัยยังอพาร์ทเม้นท์ในซอยที่เกิดเหตุเป็นประจำ เนื่องจากเพื่อนมาพักอาศัยได้ประมาณ 1 เดือน ทั้งนี้เมื่อขึ้นไปบนห้องพักก็มักมีการซ้อมดนตรีเพื่อเตรียมสอบ ซึ่งเป็นการซ้อมไล่เสียงตัวโน้ตเพียงเล็กน้อย อาจมีเสียงดังบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับมีปัญหากับใคร ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอเจ้าของบริษัท มาทำการสอบปากคำ ซึ่งจากการสอบถามเบื้องต้นก็ทราบว่า ไม่เคยมีปัญหาขัดแย้งเรื่องธุรกิจมาก่อน
ผกก.สน.ตลิ่งชัน กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของบริษัทดังกล่าว พบว่ากล้องเพิ่งทำการติดตั้งไว้ไม่นาน เพียงแต่เจ้าของตึกเกรงว่ากล้องจะได้รับความเสียหายจากการถูกน้ำ จึงมีการนำเอาถุงพลาสติกมาคลุมไว้ ซึ่งเมื่อปล่อยไว้นาน ถุงพลาสติกโดนความร้อน จึงเกิดการละลายหดตัว และทำให้กล้องมองภาพได้รับความเสียหายไปด้วย อีกทั้งเมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณร้านขายยาหน้าปากซอยดังกล่าวพบว่า ไม่สามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้แต่อย่างใด
พ.ต.อ.พงษ์อานันต์ กล่าวว่า ทั้งนี้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อว่าคนร้ายไม่น่าจะลงมือเพื่อประสงค์ชีวิตแต่อย่างใด เพราะลักษณะจากการตรวจสอบของหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดแล้วพบว่า เป็นการนำเอาประทัดยักษ์ มาพันหัวน็อต และตะปูด้วยผ้าเทปกาว เพื่อเพิ่มแรงดัน ก่อนจะมีการจุดสายชนวนจนเกิดการระเบิดขึ้น ซึ่งขณะนี้ได้ตั้งปมไว้ 3 ประเด็น คือ ประเด็นความขัดแย้งของเจ้าของรถ ประเด็นขัดแย้งธุรกิจของเจ้าของบ้าน และการสร้างสถานการณ์ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถตัดประเด็นใดทิ้งได้ โดยในช่วงเวลา 15.00 น. วันนี้ พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รองผบช.น. ก็ได้เรียกประชุมทีมสืบสวน เพื่อวางแนวทางการสืบสวนสอบสวนและเร่งรัดคดีที่ บช.น. ด้วย



