
เปิดความในใจชาวรัสเซีย ร่อนจดหมายถึงรัฐบาลไทย ขอบคุณที่ใส่ใจเหยื่อฉ้อโกงหาดฟรีดอม
เปิดจดหมายชาวรัสเซีย ร่อนถึงรัฐบาลไทย ขอบคุณลุยล้างมาเฟียหาดฟรีดอม ภูเก็ต หลังถูกหลอกซื้อที่ดินป่าสงวนสูญ 16 ล้าน วอนทวงคืนเงินกลับยังเหยื่อ
เปิดใจผ่านจดหมายถึงรัฐบาลไทย! 'อองเดรย์' นักลงทุนชาวรัสเซียวัย 41 ปี เหยื่อถูก "เสี่ยเล็ก" หรือ นายปรินทร หลอกขายที่ดินหาดฟรีดอม ป่าเทือกเขานาคเกิด ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ มูลค่า 16 ล้านบาท
ซึ่งความตั้งใจของ นายอองเดรย์ เขาเดินทางมาเมืองไทยด้วยความรักและเชื่อมั่น หวังใช้เงินเก็บทั้งชีวิตมาสร้างพูลวิลล่าเป็นเรือนหอฮันนีมูนกับภรรยา ใช้ชีวิตในบั้นปลาย แต่กลับต้องเจอบทเรียนครั้งใหญ่ในชีวิตจากการถูก "เสี่ยเล็ก" ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่หลอกขายที่ดินป่าสงวน ทั้งๆที่ต่างชาติไม่สามารถซื้อที่ดินได้
โดยนายอองเดรย์ เล่าว่า เขาเจอป้ายโฆษณาประกาศขาย-ให้เช่า และป้ายอ้างกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลตั้งเรียงรายริมทางอย่างเปิดเผยมานานหลายปี จนหลงเชื่อว่า สามารถซื้อที่ดินได้และถูกต้องตามกฎหมาย มิหนำซ้ำยังเคยถูกเสี่ยเล็กแจ้งความเท็จกลั่นแกล้งข้อหาลักทรัพย์เพื่อบีบให้ออกนอกประเทศ
แต่หลังจากนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้ พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรฯ กรมป่าไม้ และ ตำรวจ ปทส. เข้าตรวจสอบ กระทั่งเมื่อวานนี้ (7 พ.ย.) สามารถเข้าจับกุมเสี่ยเล็กได้
ล่าสุดนายอองเดรย์ ส่งจดหมายผ่านผู้สื่อข่าว เพื่อส่งสารขอบคุณรัฐบาลไทย เนื่องจากเห็นข่าวภาครัฐเร่งคลี่คลายคดีบุกรุกป่าภูเก็ตอย่างจริงจัง โดยเจ้าตัวระบุว่า
เรียน ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพ
ก่อนอื่น ผมขอแสดงความขอบพระคุณอย่างจริงใจต่อความเอาใจใส่ที่รัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับที่ดินบริเวณหาดฟรีดอม (Freedom Beach) จังหวัดภูเก็ต
ผมเชื่อมั่นอย่างจริงใจว่า การตรวจสอบและสืบสวนข้อเท็จจริงในคดีนี้อย่างรอบคอบ ครอบคลุม และเป็นธรรม มีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่ต่อประชาชนที่ได้รับความเสียหายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการรักษาความเชื่อมั่นที่มีต่อราชอาณาจักรไทยอีกด้วย
ประเทศไทยเป็นประเทศที่งดงามและเป็นที่รักของชาวต่างชาตินับล้านคน หลายคนเดินทางมาที่นี่ไม่เพียงเพื่อการท่องเที่ยว แต่ยังมีความใฝ่ฝันที่จะใช้ชีวิตและสร้างอนาคตร่วมกับครอบครัวในประเทศไทย ด้วยความไว้วางใจในผู้คนและกฎหมายของประเทศไทย
น่าเสียดายที่เหตุการณ์การฉ้อโกงในลักษณะเช่นนี้อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความเชื่อมั่นดังกล่าว ทั้งในหมู่ชาวต่างชาติและประชาชนชาวไทยเอง
ประเด็นหนึ่งที่ผมเห็นว่าสมควรได้รับความสนใจเป็นพิเศษ คือ การดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการขายและให้เช่าที่ดินบริเวณหาดฟรีดอม ซึ่งเกิดขึ้นอย่างเปิดเผยและต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี
ตลอดสองข้างทางมีป้ายโฆษณาจำนวนมากเสนอขายและให้เช่าที่ดิน นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งป้ายประกาศในพื้นที่ โดยระบุว่าที่ดินดังกล่าวเป็นทรัพย์สินส่วนบุคคล และห้ามบุคคลภายนอกเข้าไปในพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของที่ดิน
ป้ายประกาศเหล่านี้ตั้งอยู่ในจุดที่นักท่องเที่ยวหลายพันคนที่เดินทางมายังบริเวณดังกล่าวสามารถมองเห็นและอ่านข้อความได้
สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้ที่สนใจซื้อ เช่าที่ดิน รวมถึงผู้ที่เดินทางมายังพื้นที่ เกิดความเข้าใจว่าที่ดินดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลอย่างถูกต้อง และการซื้อขายหรือให้เช่าที่ดินเป็นการดำเนินการที่ชอบด้วยกฎหมาย
สำหรับผู้เสียหายจำนวนมาก ความสูญเสียที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงการสูญเสียเงินทองเท่านั้น แต่ยังเป็นเงินเก็บสะสมของครอบครัวที่ใช้เวลาหลายปีในการสร้างขึ้นมา เบื้องหลังเงินเหล่านั้นคือชีวิตของผู้คน ความหวัง และความใฝ่ฝันเกี่ยวกับอนาคตของพวกเขา
ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ด้วยความเอาใจใส่ของรัฐบาลไทย ข้อเท็จจริงและ обстоятельการณ์ทั้งหมดของคดีนี้จะได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด ผู้ที่กระทำความผิดจะได้รับการดำเนินการตามกฎหมาย และผู้เสียหายจะมีโอกาสได้รับเงินที่สูญเสียไปกลับคืนมาอย่างน้อยบางส่วน
ผมเชื่อมั่นว่า การคลี่คลายปัญหานี้อย่างยุติธรรมและโปร่งใส จะเป็นเครื่องยืนยันที่สำคัญว่า ราชอาณาจักรไทยให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีและการคุ้มครองสิทธิอันชอบธรรมของทั้งประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติที่รักและเคารพประเทศไทยอย่างจริงใจ
ท้ายที่สุดนี้ ผมขอแสดงความขอบพระคุณอย่างสูงอีกครั้งสำหรับความเอาใจใส่ ความเข้าใจ และความช่วยเหลือจากท่าน
ด้วยความเคารพและความสำนึกในพระคุณอย่างจริงใจ
ยึดคืนพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเทือกเขานาคเกิด ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ รวม 24 รายการ บนเนื้อที่บุกรุกกว่า 63 ไร่ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 3,000 ล้านบาท ปิดฉากอาณาจักรขาใหญ่ในพื้นที่อย่าง 'เสี่ยเล็ก' หรือ นายปรินทร ที่ฮุบป่าสงวนมานานกว่า 17 ปี ด้วยการนำเอกสาร ส.ค.4 เลขที่ 419 ของที่ดินแปลงอื่นมาสวมสิทธิ์สร้างหลักฐานเท็จ ตั้งด่านเก็บเงินค่าเข้าหาดจากนักท่องเที่ยวคนละ 300–400 บาท และเร่ขายที่ดินป่าให้นักลงทุนไทยและต่างชาติ โดยจดหมายจากหัวอกผู้เสียหายชาวรัสเซียรายนี้ ถือเป็นเสียงสะท้อนสำคัญที่จี้ให้รัฐบาลไทยเร่งคืนความเป็นธรรมและกอบกู้ความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวและการลงทุนของประเทศกลับคืนมา”



