
เปิดใจเหยื่อหาดฟรีด้อม โดนมาเฟียตุ๋นขายที่ดิน คนไทยเกือบหมดตัว ส่วนชาวรัสเซียวอนรัฐบาลช่วยด้วย
เหยื่อไทย-ต่างชาติ เข้าขอบคุณ รมว.ทส. ตร.ปทส. หลังจับ "เสี่ยเล็ก" มาเฟียแอบอ้างสิทธิ์หลอกขายที่ป่าสงวนหาดฟรีด้อม "อองเดรย์" ผิดหวังไทย วอนรัฐบาลช่วยด้วย
ภายหลังตำรวจ ปทส. สามารถจับกุม นายปรินทร หรือ เสี่ยเล็ก ผู้ต้องหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หลังนำที่ดินที่เป็นป่าสงวน อ้างเอกสารสิทธิ์ ไปหลอกขายประชาชนหลายราย
โดยภายหลังเหยื่อทราบว่า สามารถจับกุม เสี่ยเล็ก ได้แล้วนั้น ได้เดินทางมาที่ สภ.กระทู้ เพื่อขอบคุณ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปทส.
หนึ่งในนั้นคือ นาย Andrei (อองเดรย์ ) อายุ 41 ปี นักลงทุนชาวรัสเซีย หนึ่งในผู้เสียหายที่ถูก เสี่ยเล็ก หลอกขายที่ดินเมื่อปี 2568-2569 มูลค่ารวม 16 ล้านบาท
นายอองเดรย์ เล่าว่า ตนตั้งใจจะซื้อที่ดินดังกล่าวมาสร้างพลูวิลล่าเพื่ออยู่อาศัยกับภรรยาชาวต่างชาติที่กำลังจะแต่งงานกัน และใช้เป็นสถานที่ฮันนีมูล
นายอองเดรย์ กล่าวว่า เคยมาท่องเที่ยงที่หาดฟรีด้อม และเห็นการประกาศขายที่ดินจากป้ายโฆษณา จึงนำมาสู่การติดต่อซื้อขาย ที่ผ่านมาตนเองต้องเผชิญกับบทเรียนครั้งใหญ่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย
โดยยอมรับว่า ตนเองเดินทางมาประเทศไทยด้วยความรักและความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม พร้อมเชื่อมาตลอดว่าประเทศไทยเป็นสถานที่ที่ผู้คนจะไม่หลอกลวงกัน อีกทั้งยังให้ความไว้วางใจบุคคลที่เกี่ยวข้อง แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นและได้ทราบข่าวจากทางโทรทัศน์ ทำให้รู้สึกผิดหวังและได้รับผลกระทบอย่างหนัก
การเผชิญกับเหตุการณ์ที่ถูกหลอกลวงครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะไม่เพียงส่งผลกระทบต่อตัวเองเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบไปถึงครอบครัวด้วย ถือเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากและเป็นบททดสอบครั้งสำคัญในชีวิต
อย่างไรก็ตาม หวังว่าจะได้รับความเป็นธรรม และหวังว่ารัฐบาลไทยจะเข้ามาจัดการปัญหานี้ พร้อมขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้ความสำคัญกับความเดือดร้อนของประชาชน และให้ความสนใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง
นอกจากนี้ยังบอกด้วยว่า ตนเองเคยถูก เสี่ยเล็ก แจ้งความเท็จในการเอาผิดในข้อหาลักทรัพย์ อ้างว่า ตนเองกับครอบครัว บุกรุกไปในบ้านเพื่อไปขโมยพระเครื่อง ซึ่งในข้อเท็จจริง ไม่เป็นความจริง เพราะบ้านหลังดังกล่าว เสี่ยเล็ก ได้ให้ตนเองและภรรยาไปอาศัยอยู่ ในขณะที่กำลังสร้างบ้านที่ตนเองซื้อไว้
ซึ่งคดีนี้ ตำรวจ ได้ทำการสืบสวน สอบปากคำสั่งไม่ดำเนินคดีอาญากับตนเองไปแล้ว แต่ เสี่ยเล็ก ยังพยายามกดดันตนทางจิตใจเพื่อให้ออกนอกประเทศ ซึ่งตนได้ไปแจ้งความเอาผิดในข้อหาหมื่นประมาท เพื่อปกป้องตัวเองด้วย
ขณะที่ น.ส.ไอศวรรย์ ทองโชติ หนึ่งในผู้เสียหาย บอกว่า ตัวเองถูก เสี่ยเล็ก หลอกขายเซ้งที่เพื่อเปิดสถานบันเทิงบนหาด Freedom ซึ่งพฤติกรรมทั้งหมดเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2567 จากการที่ตัวเองนั้นไปเห็นว่า เสี่ยเล็ก มีการโพสต์ขายเซ้งพื้นที่ดังกล่าวบนโซเชียลส่วนตัว จึงมีการติดต่อพูดคุยเพื่อทำการซื้อขาย
ตอนน้้น เสี่ยเล็ก หลอกให้ตนนำเงินไปลงทุนเรื่อยๆ จนสุดท้ายสูญเงิน 5.4 ล้านบาท จึงเดินทางเข้าแจ้งความไว้
ทำให้วันนี้หลังจากรู้ว่า เสี่ยเล็ก ถูกจับกุม จึงเดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ และ ในฐานะตัวแทนผู้เสียหายรู้สึกสบายใจขึ้นที่เสี่ยเล็ก และพวกถูกจับกุม แต่ยังต้องติดตามขั้นตอนการดำเนินการหลังจากนี้
ส่วนเรื่องของความคาดหวังว่าจะได้เงินคืนนั้น ยอมรับว่า ความหวังที่จะได้เงินคืนจาก เสี่ยเล็ก คงเป็นไปได้ยาก เพราะไม่รู้ว่าตอนนี้เขานำเงินทั้งหมดที่มีไปทำอะไรบ้างแล้ว และเหลือทรัพย์สินอะไรอยู่บ้าง แต่สิ่งความคาดหวัง คือ อยากให้หน่วยงานของรัฐเห็นใจผู้ประกอบการ เพราะไม่ใช่แค่ตัวเองที่ถูกหลอก แต่ยังมีชาวบ้านที่เป็นผู้เสียหายอีกหลายรายถูกหลอกให้ลงทุนเหมือนกัน และขอให้เปิดพื้นที่ดังกล่าวให้เช่าเพื่อประกอบธุรกิจให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ผู้เสียหาย ขอบคุณ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ตำรวจ CIB ที่เร่งรัดดำเนินคดีจนสามารถจับกุม เสี่ยเล็ก



