
"หมอของขวัญ" แจ้งจับ "องค์กรทำดี" ซัดแรง "โจรในคราบนักบุญ" เอาเงินบริจาคเสวยสุข
"หมอของขวัญ" แจ้งความ "บุ๋ม ปนัดดา" ซัดแรงไม่ใช่คนล้มแต่เป็น "โจรในคราบนักบุญ" ฉะของบริจาคถูกกองทิ้งขว้าง แต่เงินเข้ากระเป๋า หมดเวลาเห็นใจคนหักหลังศรัทธาประชาชน
5 พ.ย. 2569 หมอของขวัญ หรือ น.ส.ของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์ หอบหลักฐานสลิปการโอนเงินเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับมูลนิธิองค์กรทำดีของ "บุ๋ม ปนัดดา" อย่างเป็นทางการแล้ว โดยประกาศกร้าวขอเป็นตัวแทนคนไทยและคนใกล้ชิดที่ถูกหักหลังความไว้วางใจ
ซัดแรงเคสนี้ไม่ใช่แค่คนก้าวพลาดทั่วไป แต่เปรียบเสมือน "โจรในคราบนักบุญ" ที่วางแผนหลอกลวงประชาชนตั้งแต่ต้น
เจ้าตัว เปิดเผยว่า เดิมทีไม่ได้ตั้งใจจะออกมาเคลื่อนไหว แต่หลังจากพูดคุยกับ "หนุ่ม กรรชัย" และคนใกล้ชิดหลายคนที่ได้รับผลกระทบ ทำให้ตาสว่างและทนเห็นพฤติกรรมดังกล่าวต่อไปไม่ไหว ซึ่งได้ถามและหนุ่มกรรชัย ยืนยันว่า มีความมั่นใจในข้อมูลถึง 1 ล้านเปอร์เซ็นต์ ทำให้ไม่สามารถเข้าข้างบุ๋มต่อไปได้
"เราก็คอนเฟิร์มข่าวกับพี่หนุ่มว่า พี่หนุ่มชัวร์ใช่ไหม พี่หนุ่มบอกล้านเปอร์เซ็นต์ คำว่าล้านเปอร์เซ็นต์คือจบแล้ว ก็เลยเข้าข้างต่อไปไม่ไหวแล้ว"
โดยเฉพาะความรู้สึกของประชาชนที่ยอมอดมื้อกินมื้อโอนเงินบริจาคด้วยใจบริสุทธิ์
"ลองคิดสภาพคนคนหนึ่ง มีเงิน 100 บาท โอนช่วยทำบุญ 50 บาท เก็บเงินที่เหลือไว้กินมาม่า เพราะหวังแค่ว่าเงินของเขาจะไปช่วยคนที่กำลังเดือดร้อน ผ่านคนที่เขารักและไว้ใจให้เป็นสะพานบุญไปช่วย จะมีใครสักคนเอาเงินตรงนี้ไปเสวยสุข ไปบำเรอสามี บำเรอครอบครัว เอาเงินไปซื้อทอง ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมได้หรือ"
รวมถึงอาสาสมัครที่ช่วยกันทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย แต่กลับต้องมาพบความจริงว่าสิ่งของบริจาค ทั้งอาหารสัตว์ น้ำดื่ม ยา และผ้าอ้อม ถูกกองทิ้งไว้โดยไม่ได้นำไปแจกจ่ายช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามเจตนารมณ์ จนอดอุทานไม่ได้ว่า "ของไม่เอา แต่เงินเอา มันเลวร้ายเกินไป"
พร้อมกันนี้ หมอของขวัญยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงประเด็นเงินสดจำนวน 7 ล้านบาท โดยระบุในฐานะนักธุรกิจว่า แม้คนทั่วไปจะมีเงินสดเก็บไว้ในเซฟ แต่สำหรับบรรทัดฐานของมูลนิธิแล้ว ถือเป็นเรื่องผิดปกติที่ต้องชี้แจงว่าเหตุใดจึงไม่นำเข้าสู่ระบบธนาคาร
อีกทั้งยังวิพากษ์วิจารณ์กรณีการนำบุตรสาวมาร่วมแถลงข่าว โดยมองว่าเป็นการนำคนในครอบครัวมาเป็นโล่มนุษย์ป้องกันตัว พร้อมวิงวอนให้สังคมช่วยกันแยกแยะและอย่าลงโทษตัวเด็กที่ไม่มีส่วนรู้เห็น
ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่บอกว่า "คนล้มอย่าข้าม" หมอของขวัญ โต้กลับอย่างเผ็ดร้อนว่า ความเห็นใจควรมีให้เฉพาะคนที่ทำผิดพลาดแล้วพร้อมปรับปรุงตัว ไม่ใช่กับขบวนการที่ตั้งใจหลอกลวงตั้งแต่แรก พร้อมส่งสารถึงเพื่อนฝูงและคนใกล้ชิดที่ยังลังเล ให้กล้าลุกขึ้นมาเปิดเผยข้อมูลและใช้สิทธิตามกฎหมายหากได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สะเทือนใจครั้งนี้



