
งานเข้าก็อต? ป่าไม้ภูเก็ตลุยตรวจสอบสนามวิ่งเทรล-สนามยิงปืu พบไม่เคยขออนุญาต จ่อบุกรุกป่า
ป่าไม้ภูเก็ต ฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่ตรวจสอบป่าสงวนฯ เทือกเขากมลา หลังพบข้อมูล ก็อตจ้างช่างเอ๋ ขุด-ถาง ป่าเปิดทางวิ่งเทรลและทำสนามยิงปืน ย้ำชัด "ภ.บ.ท.5" ไม่ใช่ตั๋วทองฮุบป่า
4 พ.ย. 2569 นายพรสรร กุณฑลสุรกานต์ ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ภูเก็ต พร้อมด้วยนายวิทยา จิตสุภาพ นายอำเภอกะทู้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และนิติกรเทศบาลเมืองกะทู้ นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่เส้นทางวิ่งเทรลและสนามยิงปืน ซึ่งมีข้อมูลว่า นายก๊อต สามีของบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เป็นผู้ว่าจ้างนายอภิชาติ หรือช่างเอ๋ ให้ดำเนินการก่อสร้าง
นายพรสรร กล่าวว่า ขั้นตอนต่อไปจะใช้เครื่องมือตรวจวัดพิกัดพื้นที่อย่างละเอียด ก่อนนำข้อมูลไปเปรียบเทียบกับแผนที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อระบุว่ามีพื้นที่บุกรุกมากน้อยเพียงใด โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบร่องรอยการตัด ขุด และปรับสภาพพื้นที่ ซึ่งเข้าข่ายการแผ้วถางและทำลายป่า หากผลการตรวจสอบยืนยันว่าอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จะร่วมกับเทศบาลเมืองกะทู้ร้องทุกข์กล่าวโทษตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ
ส่วนประเด็นผู้เกี่ยวข้อง เบื้องต้นได้รับข้อมูลว่ามีผู้ถูกกล่าวหาแล้ว 2 ราย ได้แก่ ชาวต่างชาติ 1 คน และ ชาวไทยซึ่งเป็นผู้ขับรถแบ็กโฮเข้ามาดำเนินการในพื้นที่ ขณะที่ช่างเอ๋ได้เข้าแสดงตัวต่อพนักงานสอบสวนว่าเป็นผู้รับงานก่อสร้าง โดยรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ว่าจ้างและผู้เกี่ยวข้องรายอื่น ต้องให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม
สำหรับเอกสาร ภ.บ.ท.5 ที่มีการนำมาอ้างสิทธิครอบครองพื้นที่ นายพรสรรย้ำว่า ภ.บ.ท.5 เป็นเพียงหลักฐานการชำระภาษีบำรุงท้องที่ ไม่ใช่เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่ดิน และไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานอนุญาตให้บุกรุกหรือก่อสร้างในเขตป่าสงวนแห่งชาติได้
ส่วนข้อสงสัยเกี่ยวกับที่มาของเอกสาร การนำมาใช้ยืนยันพื้นที่ประมาณ 290 ไร่ รวมถึงความเชื่อมโยงกับผู้ว่าจ้าง เป็นประเด็นที่พนักงานสอบสวนต้องตรวจสอบว่าเอกสารดังกล่าวเกี่ยวข้องกับพื้นที่เกิดเหตุจริงหรือไม่ และมีการนำมาใช้เพื่อแสดงเจตนาครอบครองที่ดินอย่างไร
นายพรสรร ยืนยันว่า จากข้อมูลของศูนย์ป่าไม้ภูเก็ต ไม่พบว่ามีการอนุญาตให้บุคคลที่ถูกกล่าวถึงเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว โดยผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่บริเวณนี้คือเทศบาลเมืองกะทู้เพียงหน่วยงานเดียว หากพบว่ามีการว่าจ้างให้บุคคลอื่นเข้ามากระทำความผิด ผู้ว่าจ้างและผู้ลงมือดำเนินการก็อาจต้องรับผิดตามกฎหมายด้วย
ทั้งนี้ การตรวจสอบและดำเนินคดีจะพิจารณาจากพิกัดพื้นที่ พยานหลักฐาน และบทบาทของผู้เกี่ยวข้องแต่ละราย เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมาย



