
ทบ. ซัดเขมร เลิกบิดเบือนทำหนังปลุกกระแสเกลียดชัง "ทหารไทย"
กองทัพบก ซัดแหลกหนังเขมร หลังเตรียมปล่อยหนังแต่งเติมจากความทรงจำ-ขึ้นโปสเตอร์พาดพิงทหารไทย จี้หยุดเสี้ยม
กองทัพบกออกโรงแจงยิบ หลังพบกระแสภาพยนตร์กัมพูชาที่มีกำหนดฉายในวันที่ 6 พฤศจิกายนนี้ เผยแพร่ภาพโปสเตอร์และเนื้อหาพาดพิงทหารไทยบริเวณชายแดน รวมถึงกรณีกระทรวงวัฒนธรรมกัมพูชาออกแถลงการณ์กล่าวหาไทยละเมิดอธิปไตยและลักลอบนำโบราณวัตถุออกจากปราสาทคนา โดยยืนยันทุกพื้นที่เป็นอธิปไตยของไทย พร้อมเตือนหยุดใช้สื่อเป็นเครื่องมือบิดเบือนประวัติศาสตร์และปลุกกระแสเกลียดชัง
พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ภาพยนตร์ดังกล่าวถูกสร้างขึ้นจากเพียงความทรงจำของบุคคล มิใช่บันทึกทางประวัติศาสตร์จริง โดยฉากการปฏิบัติการทางทหารเป็นการเสริมแต่งเพื่ออรรถรสความบันเทิงเท่านั้น ซึ่งกองทัพบกกำลังติดตามเจตนาที่แท้จริงของผู้สร้างอย่างใกล้ชิด หากพบวัตถุประสงค์แอบแฝงที่กระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ก็พร้อมดำเนินการผ่านกลไกศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วม (JIC) และช่องทางการทูตทันที
ทั้งนี้เน้นย้ำว่างานสร้างสรรค์ไม่ควรถูกนำมาใช้บิดเบือนข้อเท็จจริงจนบั่นทอนบรรยากาศการฟื้นฟูความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ
สำหรับข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดอธิปไตยบริเวณพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย และปราสาทคนา โฆษกกองทัพบกปฏิเสธ โดยย้ำว่าพื้นที่ทั้งหมดรวมถึงปราสาทคนาตั้งอยู่ในเขตแดนไทยอย่างถูกต้อง การเข้าปฏิบัติภารกิจ ทั้งการลาดตระเวน การเก็บกู้ทุ่นระเบิด และการปรับปรุงเส้นทาง เป็นไปตามหลักสากลเพื่อปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชน
ส่วนกรณีการเคลื่อนย้ายโบราณวัตถุออกจากปราสาทคนานั้น เป็นการดำเนินการเพื่อนำไปศึกษาและบูรณะตามหลักการอนุรักษ์โบราณสถานอย่างถูกต้อง ไม่ใช่การลักลอบนำออกตามที่ถูกกล่าวอ้าง
นอกจากนี้ กองทัพบก ยังได้ตอกกลับฝ่ายกัมพูชา โดยชี้ว่าไทยมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนถึงการที่ฝ่ายกัมพูชาเคยใช้โบราณสถานเพื่อประโยชน์ทางการทหาร ไม่ว่าจะเป็นการพบทหารและทุ่นระเบิด PMN-2 บริเวณปราสาทตาควาย หรือการใช้พื้นที่ปราสาทพระวิหารเป็นฐานยิงปืนใหญ่โจมตีฝ่ายไทย จึงขอให้ฝ่ายกัมพูชายอมรับความจริงตามหลักฐาน แทนการปฏิเสธและกล่าวหาไทยเพียงฝ่ายเดียว พร้อมเรียกร้องให้ยุติการใช้สื่อยั่วยุและบิดเบือน แล้วหันมาแก้ไขปัญหาผ่านกระบวนการเจรจาด้วยสันติวิธีอย่างแท้จริง



