ข่าว

"ทนายตั้ม" รอปาบอมบ์ลูกใหม่ เผยสัมพันธ์ "บิ๊กโจ๊ก-รังสิมันต์ โรม"

"ทนายตั้ม" รอปาบอมบ์ลูกใหม่ เผยสัมพันธ์ "บิ๊กโจ๊ก-รังสิมันต์ โรม"

21 ต.ค. 2569

"ทนายตั้ม" เผย ถูก "บิ๊กโจ๊ก' หลอกใช้เป็นหัวหอกชนผู้ใหญ่ สตช. ยันตาสว่างหลังเจอเส้นเงินส่วยเว็บพนัน จ่อทิ้งบอมบ์แฉความสัมพันธ์ปริศนา "รังสิมันต์ โรม"

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม ออกมาเปิดหน้าชนอดีตคนเคยสนิทอย่าง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ บิ๊กโจ๊ก อดีตรอง ผบ.ตร. แบบไม่กั๊กในรายการ "เคลียร์ชัดชัด" พร้อมส่งสัญญาณเตรียมเปิดเผยข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่าง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กับ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน 


โดยทนายตั้มยอมรับตรงๆ ว่า จากเดิมที่เคยเลื่อมใสและช่วยเหลือทำงานเสี่ยงอันตรายให้ตั้งแต่ปี 2562 เพราะคิดว่าอีกฝ่ายเป็นคนดี มาวันนี้ไม่เหลือความเชื่อถืออีกต่อไปแล้ว หลังพบว่าตนเองและครอบครัวเดือดร้อนจากการถูกหลอกใช้เป็นหัวหอกชนกับผู้ใหญ่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะที่เจ้าตัวกลับลอยตัวอยู่เบื้องหลัง


 

ส่วนเชื่อบิ๊กโจ๊กจริงๆถึงทุ่มขนาดนั้น นายษิทรา กล่าวว่า บิ๊กโจ๊กให้ข้อมูลมา ตนก็ได้แสง ได้ข่าว ได้ชนกับคน แต่เอาจริง ๆ ใครจะไปอยากชนกับ ผบ.ตร.  รู้อยู่แล้วว่าจะต้องโดนอะไรบ้าง ส่วนหนึ่งตนมองว่าบิ๊กแป๊ะผิดในตอนนั้น ก็อยากจะไปร้องเรียน เพื่อให้ความจริงมันกระจ่าง แต่อีกมุมหนึ่งเราต้องคิดว่า เอ๊ะ โดนหลอกใช้หรือเปล่า ให้ไปทะเลาะกัน แล้วทำไมตัวเองไม่ทำเอง นอกจากนี้ยังมักอ้างผู้ใหญ่บ้านเมืองให้การสนับสนุนเขา 

 

เมื่อถามว่าทำไมตัดความสัมพันธ์แล้วออกมาแฉบิ๊กโจ๊กในตอนนี้ เพราะแรงแค้นล้วนๆ นายษิทรา กล่าวว่า “อย่าเรียกว่าแค้นล้วน ๆ เลยครับ เรียกว่ามันมีอะไรติดใจกันอยู่นิดหน่อย และที่ไม่เคยออกมาเป็นทนายความให้บิ๊กโจ๊ก เพราะเคยมีข้อตกลงที่คุยกันแล้วว่า เราจะไม่ทำคดีให้กัน เช่น บิ๊กโจ๊กไปฟ้องคดีหมิ่นประมาท เพราะตนเน้นความสำเร็จของคดี คดีที่ผมทำ จะต้องชนะแน่ ๆ 100% แต่บิ๊กโจ๊กชอบไปฟ้องคนนู้นคนนี้ ตนมองแตกต่างไปว่ามันไม่ชนะ ไม่อยากเสียผลงาน จึงไม่ทำ
 

ทนายตั้มยังได้กระชากหน้ากากเรื่องส่วยเว็บพนัน โดยระบุว่า บิ๊กโจ๊กเคยยืนยันกับตนว่าจะไม่แตะต้องส่วยเว็บพนันและส่วยน้ำกามเด็ดขาด แต่เมื่อตนได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินกรณีของ 'มินนี่' กลับพบว่ามีการโอนเงินเข้าบัญชีเลขาฯ ส่วนตัวซึ่งเป็นบัญชีม้า ก่อนจะท่อตรงไปจ่ายค่าน้ำค่าไฟ จึงทำให้ตาสว่างว่าถูกโกหกมาโดยตลอด ส่วนการที่บิ๊กโจ๊กสามารถคัมแบ็กกลับเข้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ในยุคก่อนหน้านั้น ก็เพราะใช้ความลับบางอย่างของระดับผู้ใหญ่ในบ้านเมืองมาเป็นข้อต่อรอง ทั้งขู่ทั้งบังคับจนได้กลับมา 


"ผมรู้หมดเลย เพราะอยู่ในช่วงเวลานั้นพอดี แต่สาเหตุที่บิ๊กโจ๊กโดนเด้งไป ผมพูดตรงนี้ไม่ได้ เเละการที่บิ๊กโจ๊กกลับมาสตช.ได้นั้น มีทั้งลูกล่อ ลูกชน ลูกขู่ ลูกบังคับ คือบิ๊กโจ๊กรู้ความลับบางอย่างของลุงตู่-ลุงป้อม แล้วก็บอกว่า ถ้าไม่ให้กลับสตช. เรื่องนี้จะรู้กันทั่วประเทศ บิ๊กโจ๊กจึงได้กลับสตช."


เมื่อถามว่า ช่วงนั้นบิ๊กโจ๊กเป็นเด็กปั้นของพลเอกประวิตร เเต่ในวันที่บิ๊กโจ๊กเดือดร้อนที่สุด ทำไมลุงป้อมถึงถอยออกมาและไม่ช่วยอะไร หรือเกิดมาจากเหตุที่บิ๊กโจ๊กเปิดเผยว่า พลเอกประวิตรใช้อำนาจช่วยเหลือการแต่งตั้ง ป.ป.ช. ใช่หรือไม่ นายษิทรา กล่าวว่า เป็นไปได้หมด ผู้ใหญ่ดูออกหลายๆ เรื่องว่าเด็กคนไหนจริงใจหรือจิงโจ้ ต่อหน้าอาจรักกันดี เคารพนับถือ เเต่ลับหลังอาจเข้าไปด่าก็ได้ เพราะพี่โจ๊กเป็นคนหวานเจี๊ยบ เวลาเข้าไปหาผู้ใหญ่ก็หวานเจี๊ย ผู้ใหญ่อาจเคลิ้มไปช่วงหนึ่ง พอตอนหลังไม่ถูกใจก็อาจพูดในทำนองไม่ดี แล้วก็อาจกลับมาดีกัน แล้วก็ไม่ดีกันอีก มันเป็นวัฏจักร


นอกจากนี้ยัง นายษิทรา ยังเปิดถึงพฤติกรรมชอบแอบบันทึกเสียงการสนทนาของผู้อื่นเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานต่อรอง โดยทนายตั้มยกตัวอย่างตุลาการศาลปกครองรายหนึ่งที่เคยสนิทสนมกัน แต่พอไม่สามารถช่วยคดีตามที่บิ๊กโจ๊กขอได้ กลับถูกนำคลิปเสียงที่แอบอัดไว้มาเปิดแฉจนหมดอนาคตในที่สุด 


นอกจากนี้ ทนายตั้มยังชี้ว่าเหตุผลที่ตำรวจส่วนใหญ่ไม่รักบิ๊กโจ๊ก เป็นเพราะชอบพูดดิสเครดิตเหมารวมว่าตำรวจเป็นองค์กรอาชญากรรม รวมถึงพฤติกรรมเบื้องหลังที่ดุด่า ตะคอก และทำร้ายร่างกายลูกน้อง จนอดีตนายเวรประจำสำนักงานรายหนึ่งเกิดอาการซึมเศร้าหนักจนเกือบคิดสั้น ต้องขอถอนตัวออกไปก่อน 

 

เมื่อถามว่า วันที่บิ๊กโจ๊กเป็นรอง ผบ.ตร. กับวันนี้ เเตกต่างกันเยอะหรือไม่ นายษิทรา กล่าวว่า ในมุมของบิ๊กโจ๊กคงเเตกต่างอยู่แล้ว เพราะเมื่อก่อนตอนมีอำนาจ จะไม่ค่อยสนใจใครที่มาขอความช่วยเหลือ

 

“ตอนที่บิ๊กโจ๊กมีอำนาจผมก็ไม่สำคัญ แต่ตอนที่ไม่มีอำนาจ บิ๊กโจ๊กจะมาบ้านผมทุกวันเลย แต่พอกลับไปเป็นตำรวจ มีอำนาจขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้ผมต้องเป็นฝ่ายไปนั่งรอ 2 ชั่วโมง” นายษิทรา ระบุ