
ทลายรัง "สแกมเมอร์จีน-โอปป้า" เช่าบ้านหรูในไทยเป็นฐาน สแกมหลอกเหยื่อ
ตม.ไทย ร่วมตำรวจเกาหลีใต้ บุกทลายรัง "สแกมเมอร์จีน-โอปป้า" เช่าบ้านหรูย่านสายไหมเป็นฐานหลอกชาวเกาหลี อ้างเป็นอัยการ-โรแมนซ์สแกม เสียหายหลายร้อยล้านบาท พบคนจีนสวมบท "เทรนเนอร์" สอนแผนประทุษกรรม คุมตัวได้ 10 ราย พร้อมสั่งขยายผลกวาดล้างกลุ่ม Overstay ทั่วประเทศ
พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. นำกำลังตำรวจตรวจคนเข้าเมืองกว่า 30 นาย สนธิกำลังร่วมกับตำรวจเกาหลีใต้และกงสุลตำรวจเกาหลีใต้ประจำประเทศไทย เปิดปฏิบัติการบุกเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 3 จุดสำคัญ ได้แก่ ย่านลาดพร้าว–ห้วยขวาง, วัชรพล–จตุโชติ (สายไหม) และรัชดา–พระราม 9 หลังสืบทราบว่าถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการของเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ
ปฏิบัติการครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 10 ราย แบ่งเป็นสัญชาติเกาหลีใต้ 8 ราย และสัญชาติจีน 2 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือรวมกว่า 10 เครื่อง ซึ่งอยู่ระหว่างการใช้งานหลอกลวงเหยื่อขณะเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม
พล.ต.ท.นพศิลป์เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของการกวาดล้างมาจากการจับกุม Mr. Lim Yongkil ผู้ต้องหาชาวเกาหลีใต้ในข้อหาอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนด (Overstay) เมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งพบว่ามีหมายจับในคดีฉ้อโกงประชาชนและเกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์ที่ทางการเกาหลีใต้ต้องการตัว จากการสืบสวนขยายผลร่วมกับตำรวจเกาหลีใต้ พบเส้นทางเชื่อมโยงไปถึงเครือข่ายสแกมเมอร์ ซึ่งเดิมตั้งฐานย่านลาดพร้าว ก่อนจะย้ายมาเช่าบ้านหรูย่านวัชรพล เขตสายไหม ในราคาเดือนละ 150,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา
กลุ่มผู้ต้องหาเดินทางเข้าประเทศไทยด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว โดยไม่มีประวัติอาชญากรรมหรือหมายแดงในระบบตรวจคนเข้าเมือง แต่เมื่อเข้าประเทศแล้วกลับใช้ไทยเป็นฐานพักคนและดำเนินกิจกรรมอาชญากรรมข้ามชาติ หลอกลวงประชาชนชาวเกาหลีใต้ด้วยกัน จนสร้างความเสียหายมูลค่าหลายร้อยล้านบาท
จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ผู้ต้องหาชาวจีน 2 ราย มีบทบาทเป็นหัวหน้าและ "เทรนเนอร์" คอยฝึกสอนรูปแบบการหลอกลวงให้กับผู้ต้องหาชาวเกาหลีใต้ โดยใช้แพตเทิร์นและแผนประทุษกรรมเดียวกับที่เคยใช้หลอกคนไทย เช่น การอ้างตัวเป็นอัยการระดับสูง ข่มขู่ให้เกิดความกลัว ส่งหมายจับและหลักฐานปลอม อ้างว่าเหยื่อเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน รวมถึงการทำ "โรแมนซ์สแกม" หลอกให้รัก ก่อนส่งลิงก์ปลอมเพื่อดูดเงิน
ด้าน พ.ต.ท.สิทธิมณ สร้อยภู่ระย้า สารวัตรสอบสวน บก.สืบ.สตม. ระบุว่า ผู้ต้องหามีการแบ่งโซนทำงานชัดเจน ใช้หูฟังโทรศัพท์ติดต่อเหยื่อ ซึ่งในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง สามารถโทรออกหาเป้าหมายได้มากกว่า 50 หมายเลข
ขณะเดียวกัน จากการสำรวจบ้านพักจุดเกิดเหตุ พบเฟอร์นิเจอร์หลายชิ้นยังไม่ได้แกะพลาสติก ห่อหุ้ม สะท้อนว่าเพิ่งเข้าพักอาศัยได้ไม่นาน นอกจากนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า บ้านหลังดังกล่าวยังเคยถูกตำรวจนครบาลเข้าจับกุมคดีสแกมเมอร์มาแล้วเมื่อ 2 เดือนก่อน ซึ่ง พล.ต.ท.นพศิลป์ ได้สั่งการให้เร่งตรวจสอบเจ้าของบ้านเช่าเพิ่มเติมว่ามีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าวหรือไม่
พล.ต.ท.นพศิลป์ ยืนยันว่า ประเทศไทยยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่จะไม่ยอมให้ใช้พื้นที่เป็นฐานพักพิงหรือก่ออาชญากรรมข้ามชาติโดยเด็ดขาด พร้อมสั่งการกวาดล้างกลุ่มนักท่องเที่ยวที่อยู่เกินกำหนด (Overstay) ซึ่งปัจจุบันมีตัวเลขสะสมกว่า 10,000 รายทั่วประเทศ เพื่อตัดวงจรอาชญากรรมตั้งแต่ต้นทาง
เบื้องต้น สตม. ได้ทำการเพิกถอนวีซ่าและควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไว้ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ดำเนินคดีตามกฎหมายไทย และประสานงานกับทางการเกาหลีใต้ในการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พร้อมส่งตัวดำเนินคดีตามขั้นตอนระหว่างประเทศต่อไป



