
"ทนายตั้ม" เผยเคยสนิท "บิ๊กโจ๊ก" พร้อมอัปเดทสถานะล่าสุด
"ทนายตั้ม" มาไลฟ์สดเผยเบื้องหลังความสัมพันธ์ "พล.ต.อ.สุรเชษฐ์" เคยสนิท ก่อนโดนคดีรัวๆ ไร้การช่วยเหลือ ลั่นความรู้สึกตอนนี้ติดลบ
นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม โพสต์ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กในรายการ Sittra Talk ทางยูทูป เมื่อคืนที่ผ่านมา (17 ต.ค.)
ทนายตั้ม กล่าวถึงความสัมพันธ์กับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร. ยอมรับ รู้จักกับบิ๊กโจ๊กเมื่อประมาณเดือนมกราคม 2562 ตอนนั้นมียศเป็น "พลตำรวจโท" จากการที่ตนได้ไปร้องเรียนกรณีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ นำทะเบียนราษฎร์บุคคลอื่นออกมาจากระบบ ตนไปร้องเรียนกรณีนี้ แต่ท้ายที่สุดก็ไม่สามารถจะดำเนินการได้ คือ จุดเริ่มต้นได้เจอกับบิ๊กโจ๊ก
จากนั้นผ่านมาอีก 3 เดือน หัวหน้า คสช. ได้ออกคำสั่งเด้งบิ๊กโจ๊กพ้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมทั้งให้ขาดจากตำแหน่งหน้าที่และอัตราเงินเดือนเดิมใน สตช. เพื่อโอนไปเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทบริหารระดับสูง และแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นักบริหารระดับสูง)
ตนจึงส่งข้อความไปให้กำลังใจ เพราะตอนนั้นมองว่า บิ๊กโจ๊กเป็นคนที่ทำงานให้กับประชาชน และมีคนรักค่อนข้างเยอะ และช่วงระหว่างนั้นตนทำเพจ "ษิทรา เบี้ยบังเกิด" มีคนส่งข้อมูลในเรื่องของโครงการไบโอเมทริกซ์ของ สตช. มาบอกว่ามีการทุจริตในเรื่องของโครงการนี้ ตนจึงไปร้องเรียนที่สำนักงาน ป.ป.ช. ตนก็ไม่รู้ว่ามีใคร รู้เพียงแต่ว่าโครงการนี้อาจจะมีกลิ่น อาจมีการซูเอี๋ยกัน
ทนายตั้ม เล่าต่อว่า เมื่อตนไปร้องเรียนเสร็จ บิ๊กโจ๊กให้คนประสานนัดไปเจอที่โรงแรมแห่งหนึ่ง โดยบอกว่าอยากจะให้ช่วยร้องเรียนใครบางคน และส่งซองมาให้
1 ซอง ตอนนั้นตนปฏิเสธไป บอกว่าตนได้ข้อมูลมาเหมือนกัน เดี๋ยวตนจะต้องดำเนินการอยู่แล้ว ตนไม่ได้ดูว่าในซองนั้นมีเงินจำนวนเท่าไหร่ แต่คิดว่าน่าจะประมาณ 100,000 - 200,000 บาท ตนปฏิเสธไม่ได้รับเงิน แต่บิ๊กโจ๊กขอให้ไปร้องเรียน 4 คน ประกอบด้วย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.ท.ติณภัทร ภุมรินทร์, พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง และ พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ ก็ทำให้ตนมีปัญหากับตำรวจแล้ว ตอนนั้นก็ยังไม่รู้ว่าผิดหรือไม่ผิด
นอกจากนี้ทนายตั้มยังพูดถึงเหตุการณ์ในปี 2563 รถบิ๊กโจ๊กถูกยิง บิ๊กโจ๊กโทรศัพท์มาหา ตอนนั้นก็เริ่มคุยกันสนิทแล้ว ตนออกไปตามทวงถามโครงการไบโอเมทริกซ์ว่าทำไมไปร้องเรียนมาเกือบ 1 ปีแล้วไม่มีอะไรคืบหน้า และตนได้พยานเพิ่มในตอนนั้น 13 ปาก โดยบิ๊กโจ๊กส่งรายชื่อมาให้ เป็นนายตำรวจซึ่งเป็นลูกน้องของบิ๊กโจ๊กทั้งนั้นและให้ ป.ป.ช. สอบปากคำพยานพวกนี้ ทำให้ตำรวจโมโหตนเข้าไปใหญ่เลย
นายษิทรา กล่าวต่อว่า พอตนมีปัญหากับตำรวจ ตอนนั้นตำรวจมีคำสั่งให้แกะรอย "ษิทรา" และฟ้องร้องว่า ตนใช้เอกสารเท็จ จึงกลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที และหลังจากนั้นตนโดนดำเนินคดีรัวๆ โดยปี 2563 ถูกดำเนินคดี 6 คดี โดนแจ้งความ และโดนหมายจับ 2 คดี
"ผมคุยกับบิ๊กโจ๊กว่า พี่ตำรวจจะมาจับแล้วนะ บิ๊กโจ๊กตอบผมว่า ตั้มไม่ต้องกลัวนะ เดี๋ยวทุกคดีพี่เคลียร์ให้จบ ขอพี่กลับไปเป็นตำรวจนะ เดี๋ยวทุกเรื่องตำรวจจะสั่งไม่ฟ้อง ตั้มโดนกลั่นแกล้งอยู่แล้ว เดี๋ยวพี่ช่วยนะ ผมถามว่า ถ้าพรุ่งนี้ตำรวจเอาหมายจับมาจับผม ทำอย่างไร บิ๊กโจ๊กตอบว่า พอดีพรุ่งนี้พี่จะต้องบินด่วน ผมถามว่า พี่บินด่วนไปไหนครับ บิ๊กโจ๊กตอบว่า ไปอินเดีย พี่ไปบวช"
หลังจากตนโดนหมายจับ บิ๊กโจ๊กโทรมาหาบอกว่าไม่ต้องกังวล เดี๋ยวทุกคดีจะช่วยให้ แต่ทุกคดีไม่เคยช่วยอะไรตนเลย มีบางคดีศาลยกฟ้องไปแล้ว หลังสึกบอกว่า หากกลับไป(สตช.) รับรองเลย ทุกคดี จะสั่งไม่ฟ้อง สุดท้ายตำรวจฟ้องผมทุกคดี บางคดีอัยการสั่งไม่ฟ้อง และส่งกลับไปที่ตำรวจ ทั้งๆที่บิ๊กโจ๊กกลับมาเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.แล้วในตอนนั้น แต่คดีผมก็ยังฟ้องอยู่เหมือนเดิม
นายษิทรา กล่าวต่อว่า คนที่ทำงานกับบิ๊กโจ๊ก เช่น ลูกน้อง ตอนหลังก็ถอยห่างมาแล้ว เพราะทุกคนโดนหมายจับและถูกดำเนินคดี รวมทั้งโดนคำสั่งให้ออกจากราชการ แม้แต่นายอัจฉริยะ ซึ่งช่วงหนึ่งไปอยู่ใต้ถุนศาลวันเดียวกันกับตนได้เล่าให้ฟังว่า ตอนหลังได้ทำงานให้กับบิ๊กโจ๊ก โดยบิ๊กโจ๊กสัญญาว่า ถ้ากลับไปเป็น ผบ.ตร. คำสั่งแรก จะเซ็นให้นายอัจฉริยะเป็นที่ปรึกษา (ผบ.ตร.) และจะให้เงินเดือน เดือนละ 500,000 บาท ตนฟังและรู้สึก เคยได้ยินคำนี้เคยบอกตนมาแล้ว ถ้าเกิดได้กลับมาเป็น ผบ.ตร. จะให้ตนเป็นที่ปรึกษา เป็นคำสั่งแรก แล้วจะคำสั่งแรกจะมีสองครั้งได้เช่นใด แถมนายอัจฉริยะได้เงินเพิ่มด้วย 500,000 บาท แต่ท้ายที่สุดนายอัจฉริยะก็ไม่รอด คนที่ทำงานกับบิ๊กโจ๊ก อย่างนี้จะเรียกว่าหลอกใช้ทุกคน "เสร็จนาฆ่าโคถึก" หรือไม่
ทั้งนี้การไลฟ์สดของทนายตั้ม ยังระบุว่า เคยให้ไปร้องเรียนตำรวจนายหนึ่งเปิดผับอยู่ที่ทองหล่อ แล้วก็ร่ำรวยผิดปกติ สุดท้ายให้ถอนเรื่อง แต่ทนายตั้มอ้างถอนเรื่องไม่ได้ รวมถึงเรื่องลุงพลที่ถูกออกหมายจับ และคดีมินนี่
ทนายตั้มยังระบุว่า หากผมมีกิจกรรมของตน บิ๊กโจ๊กไม่เคยมาร่วม แต่งานของบิ๊กโจ๊ก ตนต้องไปร่วมทุกงาน เพราะบิ๊กโจ๊กบอกว่า ต้องมานะน้อง เดี๋ยวพี่จัดรถไว้ให้ จนมีคนบอกผมว่า "บิ๊กโจ๊กหลอกใช้ตั้มหรือเปล่า? ตอนแรกตนก็มองบิ๊กโจ๊กดี แต่ตอนนี้บอกเลยว่าติดลบ เพราะหลังจากตนตัดขาดกับบิ๊กโจ๊กเรียบร้อย ตำรวจหลายคนมาให้ข้อมูล



