
"บิ๊กนพ" สั่งตม.3 ลุยเช็กบิล "อาตี๋จีน" หัวจ่ายบัญชีม้า 2,000 ล้าน ซุกไทยนาน 3 ปี
ตม.3 บุกรวบ “อาตี๋จีน” กบดานไทยนาน 3 ปี แฉสวมเอกสารปลอม พรางสีรถหนีหมายจับจีน พบเป็นหัวจ่ายคุมบัญชีม้า ดำเนินธุรกรรมแลกคริปโตฟอกเงินหมุนเวียนทะลุ 2,000 ล้าน
16 ต.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับสืบสวนสอบสวน บก.ตม.3 จับกุมชายชาวจีน ผู้ต้องหาตามหมายจับของสาธารณรัฐประชาชนจีน ในความผิดเกี่ยวกับแก๊งปล่อยเงินกู้ โดยเป็นผู้สนับสนุนแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ ตั้งเครือข่ายจ้างคนเปิดบัญชีธนาคาร รวบรวมบัตรและบัญชีส่งแก๊งฟอกเงินกว่า 133 บัญชี เงินหมุนเวียนเกิน 500 ล้านหยวน โดยจับกุมได้ที่บ้านพักในหมู่บ้านจัดสรรย่านสะพานสูง หลังหนีการตรวจสอบติดตามของเจ้าหน้าที่ ตม.นานกว่า 3 ปี
ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบาย ของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. ซึ่งได้สั่งการเข้มให้ทุกหน่วยในสังกัด ไล่ล่าคนร้ายข้ามชาติและคนเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดย ตม.3 นำโดย พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 สั่งการทีม สส.บก.ตม.3 สืบสวนหาข่าวกลุ่มเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
ภายหลังได้รับข้อมูลว่ามีบุคคลสัญชาติจีน คือ นายหวู่ (Mr.Wu) อายุ 37 ปี ซึ่งถูกทางการสาธารณรัฐประชาชนจีนออกหมายจับ โดยเป็นหนึ่งในสมาชิกแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติและฟอกเงินหลบหนีมากบดานในประเทศไทย
จากการตรวจสอบพฤติการณ์พบว่า ผู้ต้องหารายนี้เป็นสมาชิกเครือข่ายฟอกเงินทำหน้าที่รับแลกเงินสกุลดิจิทัลและเงินตราต่างประเทศให้กับกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเกี่ยวข้องกับธุรกรรมกว่า 133 บัญชี มีเงินหมุนเวียนรวมเกิน 500 ล้านหยวน หรือ 2000 ล้านบาท และยังทำหน้าที่จัดหาวีซ่าให้กับกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวพันกับคดีฟอกเงินอื่นๆ
การติดตามสืบสวนเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากผู้ต้องหาพยายามตบตาเจ้าหน้าที่โดยการใช้เอกสารปลอมในการแจ้งที่พักอาศัย เปลี่ยนป้ายทะเบียนและ wrap เปลี่ยนสีรถ เพื่อหลบเลี่ยงการติดตาม แต่ชุดสืบสวนได้ใช้ความพยายามลงพื้นที่หาข่าวจนพบหลักฐานเชื่อมโยงถึงสถานที่ที่ใช้หลบซ่อนตัว ภายในบ้านหรูแห่งหนึ่ง ย่านรามคำแหง แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร
จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ พบ MR.WU (ปกปิดนามสกุล) อายุ 37 ปี สัญชาติจีน ตรงตามตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและควบคุมตัวไว้ได้ เมื่อตรวจสอบสถานะการอยู่ในราชอาณาจักร พบว่าการอนุญาตสิ้นสุดลงแล้วราว 3 ปี 8 เดือน
จึงแจ้งข้อกล่าวหา "เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด" ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 81 นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ก่อนดำเนินการผลักดันส่งกลับและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อรับตัวไปดำเนินคดีตามหมายจับต่อไป
พล.ต.ต.ทรงโปรด กล่าวอีกว่า พล.ต.ท.นพศิลป์ ผบช.สตม. ได้กำชับให้ทุกหน่วยเร่งรัดสืบสวนปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มบัญชีม้าและการฟอกเงิน ซึ่งสร้างความเสียหายต่อประชาชนและระบบการเงินทั้งในและต่างประเทศ สตม. ยืนยันนโยบายคัดกรองคนต่างด้าวคุณภาพเข้าประเทศ และปราบปรามดำเนินคดีคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด ไม่ให้ประเทศไทยเป็นแหล่งหลบซ่อนของผู้หลบหนีคดี
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมุ่งมั่นในการคัดกรองบุคคลต่างด้าวที่มีคุณภาพเข้าประเทศอย่างเข้มงวด ควบคู่กับการปราบปรามดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยให้แก่ประชาชน
หากพบเบาะแสบุคคลหรือพฤติการณ์ต้องสงสัย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
📍 ที่อยู่: อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120 หรือ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในพื้นที่
📞 โทรศัพท์: 1178 สายด่วน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
🌐 เว็บไซต์: www.immigration.go.th



