
"สุชาติ" ลุยล้างบางปราจีนฯ ตรวจ 12 โรงงานขยะ พบอ้างสิทธิ น.ส.3 ก. 77 ไร่
งานเข้ายกแผง! "สุชาติ" สั่งฟันโรงงานขยะปราจีนฯ 12 แห่ง พบอ้างสิทธิ น.ส.3 ก. ป่าสงวนฯ 77 ไร่ สั่งกรมป่าไม้ฯ ดำเนินการ ห้ามละเว้น
จากกรณีที่ประธานเครือข่ายปราจีนบุรีเข้มแข็ง ร้องเรียนผ่านสื่อออนไลน์ถึงข้อสังเกตการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานขยะอุตสาหกรรม 12 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งตั้งสงสัยว่าอาจบุกรุกเขตป่าสงวนแห่งชาตินั้น
ล่าสุด นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมป่าไม้โดย นายนิกรศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ เร่งส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดทันที เนื่องจากเป็นเรื่องที่กระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและความมั่นใจของประชาชน
จากการตรวจสอบเบื้องต้นของกรมป่าไม้ พบว่าพื้นที่ตามข้อร้องเรียนดังกล่าว ตั้งอยู่ในเขต ป่าสงวนแห่งชาติป่าแควระบม–สียัด จังหวัดปราจีนบุรี โดยพบการอ้างสิทธิครอบครองที่ดินตามเอกสาร น.ส.3 ก. รวมจำนวน 3 ฉบับ คิดเป็นเนื้อที่รวม 77 ไร่ 3 งาน 97 ตารางวา
เมื่อย้อนดูประวัติความเป็นมาของที่ดินผืนนี้ พบว่าเมื่อปี พ.ศ. 2536 กรมป่าไม้ได้เคยทำหนังสือส่งมอบพื้นที่ดังกล่าวในโซน E ให้แก่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) นำไปจัดสรรให้เกษตรกรตามนโยบายรัฐ ดังนั้น การสืบทราบสถานะที่ดินและที่มาของการออกเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก. จึงจำเป็นต้องนำหลักฐานและข้อมูลจากทั้งสองหน่วยงานมาตรวจสอบร่วมกันอย่างรัดกุม
นายสุชาติ ระบุว่า สำหรับแนวทางการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่กระทรวงฯ ได้มีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องเพื่อเร่งทำความจริงให้ปรากฏ ดังนี้
- 7 กรกฎาคม 2569: เจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 (ปราจีนบุรี) ได้ลงพื้นที่เก็บรวบรวมพยานหลักฐาน และเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สถานีตำรวจภูธรระเบาะไผ่ จังหวัดปราจีนบุรี
- 21 กรกฎาคม 2569: สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 (ปราจีนบุรี) ได้ทำหนังสือส่งถึงเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อขอให้ตรวจสอบการออกเอกสาร น.ส.3 ก. ทั้ง 3 ฉบับดังกล่าวอย่างเป็นทางการ เนื่องจากมีข้อสงสัยว่าการออกเอกสารสิทธิ์อาจซ้อนทับพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และขอให้พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
"กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ จะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง โดยเน้นย้ำให้ประสานงานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ทั้งเรื่องสถานะที่ดิน การได้มาซึ่งเอกสารสิทธิ์ และการอนุญาตประกอบกิจการ เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปตามกฎหมาย ยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรมอย่างที่สุด" นายสุชาติ กล่าวทิ้งท้าย



