
ทลายแก๊งค้ามนุษย์ รวบ 4 ทรชน บังคับเยาวชนขายดอกไม้-กักขังย่ำยี
ปกครอง บุกทลายรังนรกซอยรามคำแหง รวบ 4 แก๊งค้ามนุษย์ข้ามชาติ ขนเด็กเมียนมาบังคับเร่ขายดอกไม้ยันรุ่งสางแลกเศษเงินช่อละ 10 บาท เหยื่อแฉซ้ำถูกขืนใจ-ทำร้ายร่างกายทารุณ
ปฏิบัติการฟ้าแลบกวาดล้างขบวนการค้ามนุษย์กลางเมืองหลวงเริ่มต้นขึ้น เมื่อชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง (DOPA S.W.A.T.) นำกำลังพร้อมหมายจับเข้าบุกค้นบ้านพักแห่งหนึ่งภายในซอยรามคำแหง 122 เขตสะพานสูง ภายใต้ชื่อยุทธการ “พิทักษ์กุหลาบตูม”
เบื้องหลังการบุกทลายครั้งนี้ มาจากการที่กลุ่ม "ไทยไม่ทน" ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากเหยื่อเยาวชนชาวเมียนมาที่หนีตายออกมาจากบ้านพักหลังดังกล่าว พร้อมเปิดโปงพฤติกรรมสุดอำมหิตว่า ถูกบังคับให้เดินเร่ขายดอกไม้ อาหาร และเครื่องดื่ม ตามแหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืนอย่างถนนข้าวสารและถนนนวลจันทร์ ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำลากยาวไปจนถึงตีสี่ของทุกวัน โดยได้ค่าเหนื่อยเพียงช่อละ 10 บาท ที่เลวร้ายกว่านั้นคือผู้เสียหายระบุว่า ถูกข่มขืนกระทำชำเราและทำร้ายร่างกายอย่างหนักจนทนไม่ไหว
ผลการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่สามารถรวบตัวแก๊งค้ามนุษย์ได้ 4 ราย นำโดย น.ส.อรนุช (ผู้ถือบัตรประจำตัวสีชมพู) และ นายอุกฤษณ์ (ผู้ถือบัตรหัว 0) พร้อมช่วยเหลือเยาวชนชาวเมียนมาที่ตกเป็นเหยื่อได้ 7 ชีวิต แนวทางการสืบสวนพบว่า ขบวนการนี้ลักลอบนำพาเด็กๆ ผ่านช่องทางธรรมชาติฝั่ง อ.แม่สอด จ.ตาก เข้ามากบดานในบ้านเช่าหลังดังกล่าวนานกว่า 2 เดือน
หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวเยาวชนทั้งหมดไปยัง สน.บางชัน เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดแยกเหยื่อจากการค้ามนุษย์ ร่วมกับทีมสหวิชาชีพและเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ก่อนจะส่งตัวไปฟื้นฟูสภาพจิตใจและคุ้มครองที่สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านเกร็ดตระการ จ.นนทบุรี
ปฏิบัติการยังไม่จบเพียงเท่านั้น เมื่อผู้ต้องหาให้การซัดทอด เจ้าหน้าที่จึงขยายผลบุกค้นบ้านญาติอีกหลังในซอยรามคำแหง 120 พบเยาวชนอาศัยอยู่อีก 5 คน โดยหญิงที่แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้านอ้างว่า เด็กกลุ่มนี้มาจาก อ.แม่สอด เช่นกัน แต่แค่ให้ไปเดินเร่ขายน้ำส้มหลังเลิกเรียน ปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบังคับขายดอกไม้ตามสถานบันเทิง ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเค้นสอบและตรวจสอบเอกสารการเดินทางเข้าประเทศอย่างละเอียด เพื่อถอนรากถอนโคนขบวนการนี้ให้สิ้นซาก



