
รวบแก๊งจีน ตีเนียนฉกบัตรเครดิต รื้อช่องสัมภาระขณะเผลอ ก่อนรูดปื๊ดบนเครื่อง
ใครบินบ่อยต้องอ่าน! รวบคาดอนเมือง "แก๊งมังกรจีนตีเนียน" ตีตั๋วขึ้นเครื่องมาเพื่อขโมยของ อาศัยจังหวะคนหลับ รื้อค้นกระเป๋ากฉกบัตรเครดิต รูดปี๊ดข้ามประเทศทันทีเครื่องลงจอด
11 ต.ค. 2569 ตำรวจ สน.ดอนเมือง ร่วมกับเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานกรุงเทพฯ ดอนเมือง ทำการจับกุมตัวนายเจิง หยู เฉียง ( ZHENG YU QLANG ) สัญชาติจีน อายุ 51 ปี ขณะลงเครื่องในสนามบินดอนเมือง พร้อมตรวจยึดบัตรเครดิต โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง พบธนบัตรประเทศต่างๆ ทั้งเวียดนาม ญี่ปุ่น ฮ่องกง อเมริกา มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ อียิป ฟิจิ ฮังการี่ ซาอุดิอาราเบีย เบลารุส รวม 12 ประเทศ ธนบัตรไทยอีกกว่า 35,950 บาท กระเป๋าสะพายสีดำ 1 ใบ และเสื้อคลุมสีดำ 1 ตัว หมวกแก๊ปสีเขียวขี้ม้า 1 ใบ ก่อนควบคุมตัวสอบสวนที่ สน.ดอนเมือง
สืบเนื่องจาก 5 ต.ค. เวลา 21.00 น. ผู้เสียหายได้เดินทางแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง (ส่วนแยกสนามบินดอนเมือง ) ว่าตนได้เดินทางมาจากท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย มาเวลา 18.15 น. และถึงท่าอากาศยานดอนเมืองเวลา 19.30 น. จากนั้นพบว่ามีข้อความของธนาคารแจ้งว่าบัตรมีรายการใช้บัตร ที่ GUANGDON GYUANJINGLU : YO HEYUANSHI CHN ( มณฑลกวางตุ้ง เมืองเหอหยวน ประเทศจีน ) จำนวน 4,000 หยวน หรือประมาณ 20,000 บาท แต่ทำรายการไม่สำเร็จ
เมื่อตรวจสอบแอพพลิเคชั่นธนาคารพบว่ามีการใช้บัตรรูดซื้อของจำนวน 3 รายการ ในวันเดียวกัน เวลา 19.59 จำนวนเงิน 29,700 ดอลลาร์ฮ่องกง ครั้งที่ 2 จำนวนเงิน 19,800 ดอลลาร์ฮ่องกง และ ครั้งที่ 3 จำนวนเงิน 12,500 ดอลลาร์ฮ่องกง รวมเป็นเงินกว่า 62,000 ดอลลาร์ฮ่องกง คิดเป็นเงินไทยประมาณ 265,067 บาท จึงเชื่อว่าถูกคนร้ายขโมยบัตรเครดิตในกระเป๋าที่อยู่บนช่องเก็บของเหนือที่นั่งผู้โดยสาร
เคสที่ 2 วันที่ 7.ต.ค.69 เวลาประมาณ 14.10 น. ผู้เสียหายอีกรายเข้าแจ้งความว่า ตนเองได้เดินทางมาจากสนามบินเชียงใหม่ และมาลงที่สนามบินดอนเมือง ก่อนจะตรวจสอบทรัพย์สินพบว่า เงินสดจำนวน 25,000 บาท และบัตรเครดิตได้หายไปจากกระเป้าสะพายข้างที่นำไปใว้ช่องเก็บของด้านบนที่นั่งในเครื่อง ซึ่งเพื่อนผู้เสียหายเห็นชายลักษณะคล้ายชาวจีน มีท่าทีไม่หน้าไว้วางใจยืนรื้อค้นอะไรบางอย่างบริเวณช่องเก็บของเหนือที่นั่งตรงที่ผู้เสียหายเก็บกระเป๋าไว้
จากนั้นผู้เสียหายพบว่ามีข้อความแจ้งการตัดชำระยอดผ่านบัตรเครดิตออกไปจากธนาคาร จำนวน 4 ครั้ง โดยทำรายการไม่สำเร็จ 2 ครั้ง และทำรายการสำเร็จ 2 ครั้ง เวลา 14.37 น. จำนวน 4,000 หยวน และเวลา 14.38 น. จำนวน 1,500 หยวน รวม 5,500 หยวน คิดเป็นเงินไทยประมาณ 27,595 บาท โดยเป็นการตัดยอดไปยัง GUANGDON GYUANJINGLU : YO HEYUANSHI CHN ( มณฑลกวางตุ้ง เมืองเหอหยวน ประเทศจีน ) ซึ่งผู้เสียหายไม่ได้เป็นผู้ใช้ยอดดังกล่าว
จากแนวทางการสืบสวนพบว่าคนร้ายทั้ง 2 เคสน่าจะมีความเชื่อมโยงกันอย่างแน่นอน เนื่องจากมีพยานยืนยันว่า นายเจิง หยู เฉียง เป็นผู้ก่อเหตุอย่างแน่นอน ประกอบกับจากการตรวจสอบไปยังสายการบินทั้ง 2 เคสมีชื่อนายเจิง หยู เฉียง โดยสารมาด้วยทั้ง 2 เที่ยวบิน ซึ่งทางฝ่ายสืบสวนสน.ดอนเมือง ได้ประสานไปยังตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานเชียงราย เพื่อพิสูจน์ทราบตัวบุคคลก่อนจะรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.ดอนเมือง ได้รับข้อมูลว่านายเจิง หยู เฉียง จะเดินทางจากท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง มาลงที่สนามบินดอนเมือง ในเวลา 14.50 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ดอนเมือง จึงร่วมกับเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานดอนเมือง เดินทางไปเฝ้าสังเกตการณ์
กระทั่งพบตัวนายเจิง หยู เฉียง สวมเสื้อสีเลือดหมู กางเกงขายาว สวมหมวกแก๊ปสีเขียวขี้ม้า เดินออกจากช่องทางเชื่อมเครื่องบิน อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ( ขาเข้า ) เจ้าหน้าที่จึงเข้าคุมตัวพร้อมแสดงหมายจับ และทำการตรวจค้นจนพบของกลางดังกล่าว
เบื้องต้น พ.ต.ท.อำนาจ ฉ่ำชะเอม รอง ผกก.สส.สน.ดอนเมือง พร้อมด้วย พ.ต.ท.เมธัส อยู่คุ้ม รอง ผกก.จร.สน.ดอนเมือง ได้ทำการซักถามด้วยภาษาจีน โดยนายเจิง หยู เฉียง ให้การว่าได้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยเพียงคนเดียวตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค. 2569 ซึ่งพักอาศัยอยู่โรงแรมย่านหัวขวาง และให้การปฏิเสธว่าไม่เคยก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การเนื่องจากมีพยานหลักฐานชี้ชัดว่านายเจิง หยู เฉียง เป็นผู้ลงมือก่อเหตุลักบัตรเครดิตของผู้เสียหายทั้ง 2 เคส และเชื่อว่าไม่ได้ทำเพียงคนเดียวอย่างแน่นอน
จากแนวทางการสืบสวนของทางเจ้าหน้าที่พบพฤติการณ์ของคนร้ายกลุ่มนี้จะมีการซื้อตั๋วโดยสารเครื่องบิน และเดินทางเพียงลำพัง จะไม่ยอมพูดหรือคุยกับใครตลอดระยะเวลาที่อยู่ในสนามบิน เมื่อเครื่องขึ้นบินได้ประมาณ 30 นาที จะใช้จังหวะที่ผู้โดยสารเริ่มพักผ่อน คนร้ายจะลุกขึ้นไปบริเวณที่เก็บของสัมภาระเหนือที่นั่งผู้โดยสารซึ่งส่วนใหญ่ผู้โดยสารจะนำกระเป๋าที่ถือติดตัวมา และอาจจะใส่ทรัพย์สินมีค่าเอาไว้ โดยทำทีเป็นหาของตัวเองแต่ที่จริงแล้วจะกำลังค้นหาทรัพย์สินที่เป็นเงินสด และบัตรเครดิต ซึ่งจะรื้อค้นเกือบทุกช่องที่อยู่ใกล้จุดที่คนร้ายนั่ง หากได้บัตรเครดิตมาก็จะนำมารูดไปซื้อสินค้าที่ประเทศจีน ในตอนที่เครื่องลงเตะพื้นไม่นาน เนื่องจากขณะเครื่องอยู่บนอากาศไม่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้
จะเห็นได้ว่าทั้ง 2 เคสผู้เสียหายจะได้รับข้อความหลังเครื่องถึงที่หมายปลายทางไม่เกิน 5 นาที รวมถึงปลายทางถูกใช้จ่ายในมณฑลกวางตุ้ง เมืองเหอหยวน ประเทศจีน เหมือนกัน จึงเชื่อว่าคนร้ายน่าจะมีการพกเครื่องรูดบัตรใส่กระเป๋าเดินขึ้นเครื่องไปด้วย และมีการนำเครื่องรูดบัตรส่งต่อให้ผู้ร่วมขบวนการถือลงเครื่องไปหลังก่อเหตุเสร็จ เพื่อหลีกเลี่ยงหากมีการตรวจสอบผู้โดยสารที่นั่งใกล้ผู้เสียหาย
จากการตรวจสอบประวัติการเดินทางเข้าออกสนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ ของนายเจิง หยู เฉียง พบว่าตั้งแต่ปลายปี 2567 จนถึงปัจจุบัน มีการเดินทางเข้าออก จำนวน 37 ครั้ง สนามบินเชียงราย 2 ครั้ง และยังพบธุระกรรมทางการเงินมีการโอนเงินจากร้านค้าผ่าน WeChat หรือ Alipay มาหาคนร้ายก่อนจะถูกโอนผ่านฟังชั่นอั่งเปาต่อไปยังเพื่อน และผู้หญิง รวมถึงบางส่วนมีการโอนเล่นพนันบอล และจากการตรวจสอบประวัติการสืบค้นข้อมูลในโซเชียลพบว่าคนร้ายมีการสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องรูกดบัตรเครดิต โดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะทำการสืบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการต่อไป
พ.ต.ท.อำนาจ ฉ่ำชะเอม รอง ผกก.สส.สน.ดอนเมือง ฝากประชาสัมพันธ์ไปยังผู้โดยสารที่จะเดินทางโดยเครื่องบิน ให้ใช้ความระมัดระวังในการเก็บทรัพย์สินมีค่ารวมถึงบัตรเครดิต ถึงแม้จะเก็บในกระเป๋าที่ตนเองถือขึ้นเครื่องไปไว้ในช่องสำภาระเหนือที่นั่งก็ตาม คนร้ายอาจจะแฝงตัวมาในคราบผู้โดยสารเพื่อมาก่อนเหตุ ด้วยความปราถนาดีจาก สน.ดอนเมือง



